ผู้นำชาติตะวันตกนำโดยสหรัฐ ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้อิสราเอลเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการปกป้องพลเรือน และจีนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในฉนวนกาซา และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อยุติความรุนแรง
ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ, นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดา, ประธานาธิบดีเอมมานูแอล มาครง ของฝรั่งเศส, นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ของเยอรมนี, นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี และนายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก ของอังกฤษ ออกแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อวันอาทิตย์เกี่ยวกับการสู้รบระหว่างอิสราเอลและองค์กรก่อการร้ายฮามาส ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 สัปดาห์ และมีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลและฉนวนกาซารวมกันเกิน 6,000 รายแล้ว
ผู้นำทั้ง 6 ชาติ ย้ำสนับสนุนอิสราเอล และสิทธิในการป้องกันตัวเองจากการก่อการร้าย แต่ก็เรียกร้องให้อิสราเอลเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการปกป้องพลเรือน และเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด พร้อมกับให้คำมั่นว่า ทั้ง 6 ชาติจะประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยเหลือพลเมืองที่อยู่ในภูมิภาค โดยเฉพาะผู้ที่อยากจะเดินทางออกจากฉนวนกาซา และผู้นำทั้งหมดยังแสดงความยินดีกับการปล่อยตัวประกันชาวอเมริกัน 2 คนด้วย
ผู้นำทั้ง 6 ยังให้คำมั่นว่าจะประสานงานทางการทูตอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้การสู้รบลุกลาม, รักษาเสถียรภาพ และทำงานเพื่อให้สามารถบรรลุแนวทางแก้ไขปัญหาทางการเมืองและสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกันสื่อทางการจีน รายงานในวันจันทร์โดยอ้างการเปิดเผยของนายไจ๋ จุ้น ทูตพิเศษจีนประจำตะวันออกกลางว่า จีนพร้อมทำทุกอย่างที่เอื้ออำนวยให้มีการส่งเสริมการเจรจา, การบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และการฟื้นฟูสันติภาพ ท่ามกลางการสู้รบในฉนวนกาซา
นายไจ๋ จุ้น อยู่ระหว่างการเยือนตะวันออกกลาง และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดไคโรเพื่อสันติภาพ ในกรุงไคโรของอียิปต์เมื่อวันเสาร์ เขาบอกว่า สถานการณ์ในฉนวนกาซาเลวร้ายมาก และกังวลว่า การสู้รบภาคพื้นดินในวงกว้าง อาจลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
นอกจากนี้ แถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศจีน ระบุว่า นายไจ๋ กล่าวในที่ประชุมสันติภาพ โดยเรียกร้องให้เกิดการหยุดยิงทันที และการยุติการสู้รบโดยเร็วเท่าที่เป็นไปได้ และจีนเชื่อว่า การใช้กำลังไม่ใช่หนทางแก้ไขปัญหา และการตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรง มีแต่จะนำไปสู่วงจรเลวร้ายของการล้างแค้น



