กต. มองไกลเชื่อมระบบ ‘จีน’เสริมความมั่นคง ‘วีซ่าฟรี’

ตรวจความพร้อมกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ มีมากแค่ไหน ในการดำเนินตามนโยบายรัฐบาล มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยปรเะกาศวีซ่าฟรี ให้กับชาวจีน และคาซัคสถาน ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
นโยบายรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ประกาศส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและคาซัคสถานสามารถเข้ามาและพำนักในไทยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.2566 - 29 ก.พ.2567
กรุงเทพธุรกิจชวน “นฤชัย นินนาท รองอธิบดีกรมการกงสุล” คุยเรื่องการเตรียมตัวเพื่อให้บริการ"วีซ่าฟรี"กับนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน รวมเป็นระยะเวลาประมาณ 5 เดือนว่า เรื่องนี้เป็นมาตรการพิเศษและชั่วคราว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและความเชื่อมโยงระดับประชาชน รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน และไทยกับคาซัคสถาน
“มาตรการนี้ จะอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถานที่จะเดินทางมาไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย.2566 ซึ่งจะสามารถเดินทางมาไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า จึงไม่มีค่าธรรมเนียม และเป็นการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย อันเป็นปัจจัยสำคัญช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม ตามนโยบายรัฐบาล” รองอธิบดีกรมการกงสุลระบุ
กรมการกงสุล วางระบบรัดกุม
กรมการกงสุลได้เร่งศึกษาและเตรียมการมาตรการนี้แบบเร่งด่วนแต่รอบคอบและรัดกุม ตามที่นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้ประกาศนโยบายนี้กับรัฐสภา ขณะที่ปานปรีย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้ารับตำแหน่งได้ไม่กี่วัน ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก จนได้ข้อสรุปและนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ในวันพุธที่ผ่านมา (13ก.ย.)
หลังจากมีการประกาศนโยบายวีซ่าฟรีออกไปเมื่อกลางเดือน ก.ย. ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลกระทบต่อความมั่นคงประเทศนฤชัยกล่าวว่า ไม่ต้องกังวลว่า จะมีกลุ่มชาวจีนเข้ามาเป็นจำนวนมากใช้ช่องทางดังกล่าวเข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย เพราะหน่วยงานความมั่นคงของไทยมีมาตรการและขั้นตอนการปฎิบัติงานที่รัดกุมและรอบคอบอยู่แล้ว
ยกเลิกได้ตลอดเวลา หากพบว่าผิดกฏหมาย
“ในระหว่างให้บริการวีซ่าฟรี ทางหน่วยงานความมั่นคงจะประเมินผลการใช้มาตรการดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา สามารถยกเลิกได้ตลอดเวลา จึงขอให้มั่นใจว่า กต.มีขั้นตอนการดำเนินงานรัดกุมและรอบคอบที่ช่วยปกป้องความมั่นคงของประเทศ” นฤชัยเล่า
มาตรการนี้ เป็นการพิจารณาร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเห็นชอบร่วมกันตามนโยบายของรัฐบาล โดยหน่วยงานความมั่นคงทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารของนักเดินทางที่จุดตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยได้ผ่านการคัดกรองอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน
วีซ่า ไม่ใช่หนทางเดียวเพิ่มยอด นทท.
ถึงอย่างไร มาตรการกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ใช่เป็นเรื่องวีซ่าอย่างเดียว ซึ่งมีหลายปัจจัยที่จะทำให้นักเดินทางต่างชาติเข้ามาไทยได้เป็นจำนวนมาก เหมือนกับคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ ก็ขึ้นอยู่กับความนิยมและสนใจ
ดังนั้นปัจจัยต่างๆที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวมีอยู่หลายอย่าง ทั้งเรื่องวีซ่า เศรษฐกิจ จำนวนเที่ยวบิน ความปลอดภัย จุดขายด้านการท่องเที่ยว และนโยบายของประเทศนั้นๆ โดยนฤชัยมองว่า จำเป็นต้องบูรณาการอย่างเป็นระบบที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศไทยไปในทิศทางเดียวกัน
คาดกระตุ้นยอด นทท.จีนมาไทยเกือบถึงเป้า
รายงานจากหน่วยงานท่องเที่ยวระบุ สำหรับนักท่องเที่ยวจีน คาดว่า ภายหลังการอนุญาตชั่วคราวให้ชาวจีนเดินทางเข้าไทยแบบไม่ต้องขอวีซ่า ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมจะกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยในตลาดจีน จนมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้น 500,000 - 700,000 คน
ในจำนวนที่เพิ่มขึ้นนี้ จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเที่ยวไทยปี 2566 รวมกว่า 4.2 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 ล้านคน ส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวจีนนี้จะส่งผลดีต่อการฟื้นฟูการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยได้จำนวนมาก
เชื่อมระบบไทย - จีน คัดกรองเข้ม
ในอนาคตอันใกล้ ทางกรมการกงสุลจะเชื่อมโยงระบบข้อมูลกับหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ เพื่อให้ทำงานอย่างใกล้ชิดและเชื่อมโยงระบบบัญชีดำหรือแบล็คลิสต์ของ ตม. และบัญชีเฝ้าระวังบุคคลหรือวอตช์ลิสต์ของกรมการกงสุล นอกจากนี้ กรมการกงสุลมองเห็นความสำคัญการทำความตกลงเชื่อมโยงระบบข้อมูลกับประเทศจีน เพื่อให้ตรวจสอบระหว่างกันได้ทั้งไทยและจีน ซึ่งจะช่วยได้มากในเรื่องการคัดกรองคนเข้าเมือง
นฤชัยมองว่า ปัจจุบันระบบแบล็คลิสต์ของแต่ละประเทศไม่ได้เชื่อมโยงกัน ยกเว้นเป็นคดีอาญาซึ่งตำรวจสากลได้ส่งรายชื่อแจ้งให้หน่วยงานความมั่นคง และ ตม.ของทุกประเทศให้รู้อยู่แล้ว (Red alert) ทั้งนี้ ถ้าเรามีระบบแบล็คลิสต์ที่เชื่อมโยงกันก็จะช่วยยกระดับระบบคัดกรองให้เข้มงวดยิ่งขึ้นไปอีก
ไขข้อสงสัย ‘วีซ่าฟรี’ กับ ‘ฟรีวีซ่า’
สงสัยกันไหมว่า “วีซ่าฟรี” กับ “ฟรีวีซ่า” ต่างกันอย่างไร ซึ่งจะมีส่วนสำคัญช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจได้จริง
ในเรื่องนี้ “นฤชัย นินนาท” รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า
มาตรการวีซ่าฟรีให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนและคาซัคสถาน เริ่มวันที่ 25 ก.ย.นี้ หมายถึงการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยไม่ต้องมีวีซ่า พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น เช่นในเวทีระหว่างประเทศ เมื่อพูดถึง Drug free หมายถึงการปราศจากยาเสพติด
ถ้าคำว่าฟรีวีซ่า นั่นหมายถึงต้องมีวีซ่า แต่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งมีความแตกต่างจากวีซ่าฟรีที่ไม่ต้องขอวีซ่า จึงไม่มีค่าธรรมเนียม ดังนั้นสองมาตรการนี้จึงแตกต่างกันอย่างมาก
ในอดีตไทยเคยมีมาตรการฟรีวีซ่าให้จีน แต่ครั้งนี้ทางกรมการกงสุลได้พิจารณาดูแล้ว ในปัจจุบันหากให้ฟรีวีซ่าและยกเว้นค่าธรรมเนียม อาจไม่กระตุ้นชาวจีนเดินทางเข้าไทยมากเท่าไรนัก เพราะอย่างไรเสียคนจีนยังต้องยื่นขอวีซ่าตามขั้นตอนทั้งหมด เพียงแต่ไม่ต้องเสียเงินเท่านั้น
“รัฐบาลเศรษฐามองเห็นโอกาสในมาตรการยกเว้นวีซ่าหรือวีซ่าฟรีที่ประกาศใช้เป็นการชั่วคราว จะช่วยส่งเสริมนักเดินทางจีนและคาซัคสถานให้เดินทางเข้าประเทศไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น” นฤชัยกล่าวและย้ำว่า มาตราการใหม่นี้เป็นมาตรการพิเศษและชั่วคราวเท่านั้น
57 ประเทศ/ดินแดนได้ยกเว้นวีซ่าเข้าไทย
ปัจจุบันมี 57 ประเทศ/ดินแดน ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยว หรือตามประกาศกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เรียกว่า ผ.30 ซึ่งผู้เดินทางจากประเทศเหล่านี้เข้ามาท่องเที่ยวไทยได้เป็นระยะเวลา 30 วัน ซึ่งไทยไม่ได้กำหนดว่ามาตรการนี้เริ่มตั้งแต่วันไหนและหมดอายุวันไหน ยกเว้นว่าเราพิจารณาว่าประเทศ/ดินแดนนี้ไม่เหมาะกับการเข้าประเทศไทยโดยใช้มาตรการยกเว้นวีซ่าเพราะมีปัจจัยอื่นๆ ก็สามารถถอนมาตรการดังกล่าวได้
นฤชัยกล่าวย้ำว่า มาตรการวีซ่าฟรีสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถานจะใช้เป็นระยะเวลา 5 เดือน ซึ่งการเร่งดำเนินงานในช่วงนี้ ก็เพื่อเป็นกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนในวันหยุดไฮซีซันของชาวจีนได้เดินทางมายังไทย





