วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

’รัฐประหารไนเจอร์' อีกหนึ่งความล้มเหลวเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย 'อันได้มายากยิ่ง'l Leaders' Move

การรัฐประหารไม่ว่าเกิดขึ้นในประเทศใด ไม่เคยได้รับเสียงชื่นชมจากเวทีระหว่างประเทศ ล่าสุดเกิดขึ้นที่ไนเจอร์ ส่งผลสะเทือนกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นับตั้งแต่ทหารไนเจอร์ทำรัฐประหารเมื่อเย็นวันพุธ (26 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ถึงบ่ายวันพฤหัสบดี (27 ก.ค.) ก็ยังไม่ชัดเจนว่า ใครจะเป็นผู้บริหารประเทศ ขณะที่ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด บาซู ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในทำเนียบ เสียงประณามดังทั่วสารทิศ 

ฝรั่งเศสอดีตเจ้าอาณานิคมและ ECOWAS กลุ่มความร่วมมือประเทศแอฟริกาตะวันตกเรียกร้องให้ปล่อยตัวบาซูมและกลับไปใช้รัฐธรรมนูญทันที  เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียก็เรียกร้องให้ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยตามรัฐธรรนูญ

รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริสของสหรัฐเตือนว่า ความร่วมมือที่สหรัฐมีให้กับรัฐบาลไนเจอร์ขึ้นอยู่กับ “ความมุ่งมั่นตามมาตรฐานประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง” ของไนเจอร์ ด้านโฆษกสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า สหรัฐสนับสนุนการดำเนินการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

ด้าน มุสซา ฟากี มะหะมัต ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา กล่าวว่าเขาได้คุยกับบาซูมเมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดี “สบายดี”

ความสำคัญของไนเจอร์

การรัฐประหารไนเจอร์ เป็นครั้งที่ 7 ในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลางนับตั้งแต่ปี 2563 และอาจส่งผลร้ายแรงต่อความก้าวหน้าของประชาธิปไตยและการต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธญิฮัดในภูมิภาคนี้ ที่ไนเจอร์เป็นพันธมิตรสำคัญของชาติตะวันตก

ล่าสุด ยังไม่มีการประกาศว่าใครจะเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป

ใครทำรัฐประหาร

การรัฐประหารเป็นฝีมือของทหารอารักขาประธานาธิบดีที่ถูกดึงมาจากกองทัพ มีหน้าที่ปกป้องประธานาธิบดีและผู้ติดตาม โดยนายพลโอมาร์ ทะเชียนีเป็นผู้บัญชาการ แต่ตอนออกทีวีประกาศปลดซูมา เมื่อดึกวันพุธ (25 ก.ค.) นายพลผู้นี้ไม่ได้ร่วมแถลงด้วย

แอนาลิส เบอร์นาร์ด ผู้อำนวยการกลุ่มที่ปรึกษา Strategic Stabilization Advisors ในสหรัฐกล่าวกับรอยเตอร์ว่า สถานการณ์ยังไม่นิ่ง ผู้นำฝ่ายการเมืองและความมั่นคงยังคงถกเถียงกันอยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

กองทัพหนุนรัฐประหาร

กองทัพประกาศสนับสนุนทันทีที่นายทหารอารักขาออกมายึดอำนาจ ส่วนคนที่สนับสนุนรัฐประหารออกมาปล้นสะดม จุดไฟเผาสำนักงานใหญ่พรรครัฐบาลในกรุงนีอาเม เมื่อวันพฤหัสบดี

เช่นเดียวกับที่หน้ารัฐสภา ฝูงชนไปรวมตัวกัน บ้างโบกธงชาติรัสเซีย ตะโกนข้อความต่อต้านฝรั่งเศส สะท้อนความรู้สึกต่อต้านอดีตเจ้าอาณานิคมที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ไนเจอร์ได้เอกราชจากฝรั่งเศสใน พ.ศ.2503 (ค.ศ.1960)

ส่วนกองทัพที่สนับสนุนการยึดอำนาจประธานาธิบดีกล่าวว่า ให้ความสำคัญสูงสุดกับการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ รวมถึงการคุ้มครองประธานาธิบดีและครอบครัว

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศภายใต้คณะรัฐประหาร

ก่อนหน้านี้เคยเกิดรัฐประหารในประเทศมาลี และเบอร์กินาฟาโซ เพื่อนบ้านของไนเจอร์ ในปี 2563และ 2565ตามลำดับ ซึ่งเมื่อล้มรัฐบาลเดิมไปแล้วผู้นำทหารดำเนินความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียมากขึ้น ทั้งยังตัดความเป็นมิตรกับประเทศตะวันตกซึ่งเป็นเเนวร่วมเดิม

สหรัฐกล่าวว่า ไม่เห็นข้อบ่งชี้ที่เชื่อถือได้ว่า รัสเซียหรือกลุ่มนักรบแวกเนอร์เกี่ยวข้องรัฐประหารไนเจอร์

ความสำคัญของไนเจอร์ต่อชาติตะวันตก

นับตั้งแต่ความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารมาลี และเบอร์กินาฟาโซร้าวฉาน ชาติตะวันตกพากันถอนทหารออกมา ไนเจอร์มีบทบาทสำคัญขึ้นมาแทนที่ในการช่วยต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธซาเฮลปีก่อนฝรั่งเศสถอนทหารจากมาลีมาที่ไนเจอร์

พันเอกอะมาดู อับดรามาเน ผู้ประกาศยึดอำนาจออกโทรทัศน์ กล่าวว่า กองทัพต้องทำเพราะความมั่นคงของประเทศเสื่อมถอย รัฐบาลบริหารประเทศเลวร้าย

‘บาซูม’ ประธานาธิบดีจากการเลือกตั้ง

บาซูม ได้รับการเลือกตั้งในปี 2564 แต่เขาต้องเผชิญกับปัญหาความไม่มั่นคงมาโดยตลอด เมื่อกลุ่มญิฮัดที่ปักหลักในมาลีได้เมื่อปี 2555 แข็งแกร่งขึ้นในไนเจอร์ สังหารประชาชนหลายพันคน พลัดที่นาคาที่อยู่อีกกว่า 6 ล้านคนทั่วทั้งภูมิภาคซาเฮลที่เป็นเขตรอยต่อกึ่งกลางทะเลทรายสะฮารา

อย่างไรก็ตาม มีคนฝากความหวังไว้กับการรัฐประหาร

“เราหวังว่า การที่กองทัพยึดอำนาจจะช่วยแก้วิกฤติความั่นคงได้ วันนี้การก่อการร้ายทำลายหมู่บ้านจำนวนมาก ลูกเราเป็นแม่ม่าย หลานเรากลายเป็นเด็กกำพร้า”

ฮัดจา เอส หญิงสูงวัยที่มาร่วมชุมนุมนอกรัฐสภากล่าวกับรอยเตอร์

ระงับกิจกรรมพรรคการเมือง

คณะรัฐประหารประกาศให้พรรคการเมืองยุติกิจกรรมทุกอย่างจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ประธานาธิบดีบาซูม โพสต์โซเชียลมีเดียเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี ให้คำมั่นปกปักรักษาความก้าวหน้าของประชาธิปไตย “อันได้มายากยิ่ง” แล้วไม่ได้โพสต์อะไรอีกหลังจากนั้น ผู้นำโลกหลายคนเผยว่า ได้พูดคุยกับเขา เช่น โจเซป บอร์เรล ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป

สรุป: แพทเทิร์นรัฐประหาร 

ไนเจอร์ถือเป็นประเทศล่าสุดที่รัฐประหาร ทหารยึดอำนาจผู้นำพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งรูปแบบก็ไม่แตกต่างกับที่เคยเกิดในประเทศอื่นๆ 

1. กระทำโดยทหารใกล้ชิดผู้นำ 

2. อ้างรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ รัฐบาลเลวร้าย 

3. ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม

4. ก่อนรัฐประหารผู้นำจากการเลือกตั้งเผชิญปัญหาความมั่นคง

5. ประชาชนบางส่วนฝากความหวังให้ทหารเข้ามารักษาความสงบ

6. ผู้นำที่เพิ่งพ้นจากอำนาจขอให้ประชาชนต้านการรัฐประหาร 

7. นานาชาติประณาม 

แต่สุดท้ายแล้วผลของการรัฐประหารจะตกอยู่กับประชาชนทั้งประเทศ ประชาธิปไตยช่วงเปลี่ยนผ่านที่ก้าวหน้ามาเพียงเล็กน้อยกลับต้องถดถอยไปอีกหลายสิบก้าว