วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เศรษฐกิจจีน Q2/66 อาจโต 0.5% อุปสงค์ซบ ต้องเร่งหาทางแก้ไข

นักเศรษฐศาสตร์คาด เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวช้า รัฐบาลปักกิ่งจำเป็นต้องมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม เพื่อพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และดึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สั่นคลอนกลับมา

หลังจีนเริ่มต้นปีได้อย่างแข็งแกร่ง เมื่อยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดที่เข้มงวด แต่ข้อมูลล่าสุด ชี้ว่า การเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอุปสงค์ที่ซบเซาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าวรอยเตอร์ อ้างอิงนักเศรษฐศาสตร์ที่รอยเตอร์สำรวจ เผยว่า จีน ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก อาจเติบโตเพียง 0.5% ในไตรมาสสอง เมื่อเทียบกับ 3 เดือนก่อนหน้า

นักเศรษฐศาสตร์บางคน บอกว่า เศรษฐกิจจีนชะลอตัว เกิดจากมาตรการควบคุมโควิดที่เข้มงวด และระเบียบควบคุมในภาคอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยี แม้รัฐบาลพยายามยกเลิกมาตรการบางส่วนเพื่อหนุนเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจจีน Q2/66 อาจโต 0.5% อุปสงค์ซบ ต้องเร่งหาทางแก้ไข

ข้อมูลเมื่อวันพฤกัสบดี (13 ก.ค.) แสดงให้เห็นว่า การส่งออกจีนร่วงลงมากที่สุดในรอบ 3 ปี เมื่อเดือน มิ.ย. โดยตกต่ำ 12.4% มากกว่าที่คาดไว้ เมื่อเทียบแบบปีต่อปี เนื่องจากอุปสงค์ทั่วโลกชะลอตัว

ราคาบ้านใหม่ในเดือนมิ.ย. ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นผลประกอบการที่อ่อนแอที่สุดในปีนี้ ซึ่งภาคอสังหาฯคิดเป็น 1 ใน 4 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ดัชนีราคาผู้ผลิตร่วงเร็วที่สุดในรอบ 7 ปี เมื่อเดือน มิ.ย. ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคร่วงลงสู่ระดับภาวะเงินฝืด

ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่มั่นคง ความระมัดระวังในการใช้จ่ายของครัวเรือนและธุรกิจเอกชน ทำให้คนออมเงินและหันไปชำระหนี้ มากกว่าซื้อหรือลงทุนใหม่ ขณะที่อัตราว่างงานคนหนุ่มสาวก็ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์ คาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีน อาจเติบโต 7.3% จากปีก่อนหน้า ในเดือนเม.ย.-มิ.ย. ขณะที่ไตรมาสแรกเติบโต 4.5%

แหล่งข่าววงในและนักเศรษฐศาสตร์ บอกว่า รัฐบาลจีนอาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น รวมทั้งการใช้จ่ายการคลังเพื่อให้ทุนแก่โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ สนับสนุนผู้บริโภคและธุรกิจเอกชนมากขึ้น และผ่อนปรนนโยบายด้านอสังหาริมทรัพย์บางอย่าง แต่นักวิเคราะห์คิดว่าเศรษฐกิจจีนไม่อาจฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ธนาคารระดับอาวุโส เผยเมื่อวันศุกร์ (14 ก.ค.) ว่า ธนาคารกลางจีนจะใช้นโยบาย อาทิ นโยบายอัตราส่วนสำรองขั้นต่ำ (RRR) และวงเงินกู้ระยะกลาง เพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ

นักวิเคราะห์ที่รอยเตอร์สำรวจ คาดว่า แบงก์ชาติจีนจะลดอัตราส่วนเงินสำรองธนาคารพาณิชย์ขั้นต่ำ (RRR) 0.25% ในไตรมาสสาม ทำให้ธนาคารมีเงินทุนเพิ่ม และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้

เมื่อเดือน มิ.ย. จีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้มาตรฐานลง 0.1% เป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 10 เดือน

แต่แบงก์ชาติจีน อาจระมัดระวังในการลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก เนื่องจากมาตรการลดดอกเบี้ยเชิงรุก อาจทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดการเงินที่ตกที่นั่งลำบาก และกดดันเงินหยวนที่เพิ่งอ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน