รัฐบาลและสภาอเมริกันกับวันชักดาบ | ไสว บุญมา

รัฐบาลและสภาอเมริกันกับวันชักดาบ | ไสว บุญมา

หลังทำให้หลายวงการหายใจไม่ทั่วท้องมาเป็นเวลานาน วันนี้น่าจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่า รัฐบาลอเมริกันจะไม่พักชำระหนี้ตามที่วิตกกัน

ย้อนไปหลายเดือน กระทรวงการคลังของสหรัฐแถลงว่า ถ้ารัฐสภาไม่ยอมให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่ม ซึ่งจะทำให้ทะลุเพดานหนี้ที่ตั้งไว้เมื่อหลายปีก่อน รัฐบาลจะไม่มีรายรับพอกับรายจ่ายส่งผลให้ต้องเลือกว่าจะทำอย่างไรในสัปดาห์นี้ 

ทางเลือกมีหลายอย่างรวมทั้งพักชำระหนี้ที่ถึงกำหนด แต่ไม่พักการใช้จ่ายอย่างอื่น  ไม่ว่ารัฐบาลจะเลือกเดินทางไหน ผลเสียหายร้ายแรงจะเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางรวมทั้งในและนอกสหรัฐ  เรื่องความเสียหายคอลัมน์นี้ประจำวันที่ 12 พ.ค. ได้เล่าไว้คร่าว ๆ แล้ว

การพักชำระหนี้อาจไม่เกิดขึ้น เพราะประธานาธิบดีโจ ไบเดน กับประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรลุข้อตกลงว่าจะทำอย่างไรต่อไปและเสนอให้รัฐสภาผ่านกฎหมายที่ยินยอมให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่ม 

แต่ข้อตกลงนั้นจะต้องผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาภายในวันจันทร์หน้า 

อุปสรรคใหญ่อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากพรรคริพับลิกันซึ่งเป็นฝ่ายค้านมีเสียงข้างมาก  ในขณะนี้ยังมีสมาชิกส่วนหนึ่งของพรรคนั้นต่อต้านข้อตกลงซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้า หรืออาจจะต้องแสวงหาข้อตกลงใหม่อีกครั้ง   

เหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดการต่อต้านหลักมาจากปรัชญาด้านการบริหารประเทศ  ฝ่ายต่อต้านอยู่ทางด้านอนุรักษนิยมอันเป็นปรัชญาพื้นฐานของพรรคริพับลิกัน ซึ่งต้องการให้รัฐบาลลดบทบาทของตนในชีวิตประจำวันของชาวอเมริกันรวม

ทั้งการใช้จ่ายต่ำ ให้สวัสดิการต่ำ เก็บภาษีต่ำและปล่อยให้ภาคเอกชนมีอิสระที่จะทำอะไร ๆ ได้มากมายโดยไม่มีภาครัฐเข้าไปควบคุมอย่างเข้มงวด 

ฝ่ายนี้มองว่ารัฐบาลกำลังทำตรงข้ามโดยใช้จ่ายสูง ให้สวัสดีการสูง เก็บภาษีสูงและเข้าไปจุ้นจ้านในการทำงานของภาคเอกชนมากเกินไป

การต่อรองกันระหว่างประธานาธิบดีไบเดนกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังผลให้รัฐบาลไม่ต้องเผชิญกับเพดานหนี้ไป 2 ปี หรือหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในตอนปลายปีหน้า 

ฝ่ายประธานสภาฯ ได้รับหลายอย่างจากฝ่ายนายไบเดน เช่น นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในด้านการป้องกันประเทศซึ่งอาจเพิ่มขึ้นได้ 3% ในปีหน้า  รัฐบาลไม่สามารถเพิ่มงบประมาณได้ในปีงบประมาณหน้าและจะเพิ่มได้เพียง 1% ในปีต่อไป 

รัฐบาลต้องตัดงบประมาณที่เหลือกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ออกจากจำนวนที่ตั้งไว้สำหรับใช้สู้กับไวรัสโควิด-19 เนื่องจากการระบาดยุติแล้ว  รัฐบาลหวังจะใช้เงินส่วนนี้สำหรับเตรียมตัวต่อสู้กับการระบาดของเชื้อโรคซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นอีกในเร็ววัน

นอกจากนั้น ยังมีการตัดงบประมาณด้านปรับปรุงกระบวนการเก็บภาษีและองค์กรที่รับผิดชอบจาก 8 หมื่นล้านดอลลาร์เหลือ 5 หมื่นล้านดอลลาร์อีกด้วย 

การตัดนี้เป็นที่ชวนสังเกตเนื่องจากเป้าหมายในการปรับปรุงดังกล่าว ได้แก่ การเก็บภาษีผู้มีรายได้สูงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

แต่ฝ่ายอนุรักษนิยมคัดค้านเนื่องจากมองว่ามันมุ่งเน้นไปที่การเก็บภาษีผู้ที่อยู่ฝ่ายเดียวกับพวกเขา

ในด้านการลดการควบคุมภาคเอกชน รัฐบาลจะลดกรอบและขั้นตอนในกระบวนการพิจารณาโครงการด้านพลังงานลงส่งผลให้บางโครงการที่อยู่ในกระบวนการได้รับอนุญาตให้ลงมือทำได้ทันที 

สิ่งที่น่าสังเกตในส่วนนี้คือ โครงการด้านพลังงานมักเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูงดำเนินงานโดยบริษัทขาดใหญ่ที่อยู่ในมือของคนรวย  คนเหล่านี้มักมีความใส่ใจในด้านการทำความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมต่ำเช่นเดียวกับพวกอนุรักษนิยมโดยทั่วไป

ในขณะที่เขียนบทความนี้ในตอนเช้าวันพุธ ร่างกฎหมายที่สะท้อนข้อตกลงดังกล่าวยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร  แต่ประธานสภาฯ แถลงว่าไม่น่าจะมีปัญหาถึงกับต้องกลับไปแสวงหาข้อตกลงใหม่กับฝ่ายรัฐบาล 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหานี้ย่อมเป็นที่ประจักษ์แล้วคือ รัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาฯ ทำให้การทำงานต้องเป็นไปแบบไม่ต่างกับเป็นรัฐบาลผสมเมื่อเทียบกับระบบประชาธิปไตยที่เมืองไทยใช้อยู่ 

ผู้เข้าใจระบอบประชาธิปไตยย่อมมองเห็นทันทีว่า ถ้าประชาชนไม่เลือกพรรคหนึ่งพรรคใดให้มีเสียงข้างมาก พรรคนำจัดตั้งรัฐบาลจะดันทุรังทำตามความประสงค์ของตนฝ่ายเดียวไม่ได้  ยิ่งมีหลายพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งต้องการความรอมชอมสูง