ผลการศึกษาหนึ่งปีพบว่า ผู้ที่จำกัดเวลารับประทานอาหารน้ำหนักไม่ได้ลดมากกว่าคนที่รับประทานอาหารเวลาใดก็ได้
เว็บไซต์นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า แนวคิดจำกัดเวลารับประทานอาหารวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยสามารถรับประทานอะไรก็ได้ระหว่างนั้น เป็นแนวคิดที่น่าสนใจการ ศึกษาในหนูทดลองดูเหมือนสนับสนุน “การรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา” ซึ่งเป็นการอดอาหารแบบไม่ต่อเนื่องที่ได้รับความนิยมมาก ผลการศึกษาเล็กๆ ในหมู่ผู้ที่เป็นโรคอ้วนชี้ว่า อาจช่วยลดน้ำหนักได้
แต่ล่าสุดมีการศึกษาหนึ่งปีกับคนที่รับประทานอาหารแคลอรีต่ำระหว่าง 8.00-16.00 น. กับคนที่รับประทานอาหารแคลอรีเท่ากันเวลาใดก็ได้ พบว่าไม่มีความแตกต่าง
ดร.อีธาน ไวส์ นักวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก สรุปว่า การจำกัดชั่วโมงรับประทานอาหารไม่มีประโยชน์
ผลการศึกษาของคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยการแพทย์ใต้ในกว่างโจว ประเทศจีนเผยแพร่ ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์เมื่อเดือน เม.ย. ศึกษาจากคนอ้วน 139 คน ผู้หญิงให้รับประทานอาหาร 1,200-1,500 แคลอรีต่อวัน ผู้ชาย 1,500-1,800 แคลอรีต่อวันเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ร่วมทดลองปฏิบัติตามกฎ พวกเขาต้องถ่ายรูปอาหารทุกอย่างที่รับประทานและเขียนบันทึกอาหารประจำวันด้วย
ผลปรากฏว่า ทั้งสองกลุ่มน้ำหนักลดจริง เฉลี่ยราว 6.35-8.16 กิโลกรัม แต่น้ำหนักที่ลดลงจากทั้งสองวิธีไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งรอบเอว ไขมันในร่างกาย และมวลกายไม่รวมไขมันของทั้งสองกลุ่มก็ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญด้วย
ไม่เพียงเท่านั้นปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ระดับกลูโคสในเลือด ความอ่อนไหวต่ออินซูลิน ไขมันในเลือดหรือความดันเลือดไม่แตกต่างเช่นกัน
ดร.ไวส์และเพื่อนร่วมทีมสรุป ผลดังกล่าวชี้ว่า ประโยชน์ที่ได้จากการจำกัดเวลารับประทานอาหารมาจากการจำกัดปริมาณแคลอรี
รายงานข่าวระบุว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการศึกษาถึงการจำกัดเวลารับประทานอาหาร แต่การศึกษาก่อนหน้านี้ทำกับวงเล็ก ช่วงเวลาสั้นกว่า และไม่มีกลุ่มควบคุม การศึกษาตอนนั้นจึงสรุปว่า การรับประทานอาหารในช่วงเวลาจำกัดลดน้ำหนักได้



