วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2569

Login
Login

RUN หนุนพัฒนากำลังคนทักษะสูง รองรับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต

เคลื่อนไหวล่าสุด RUN ร่วมกับสถาบันอาหารและ FoodX จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเฉพาะทางสำหรับ HR ในอุตสาหกรรมอาหารเป็นครั้งแรกในงาน FoodX 2026 ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้

KEY POINTS

  • เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) สนับสนุนการพัฒนากำลังคนทักษะสูงเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) 
  • ตั้งเป้าผลิตและพัฒนากำลังคนทักษะสูงให้ได้มากกว่า 47,000 ตำแหน่งภายใน 5 ปี 
  • เสนอแนวทางการพัฒนาบุคลากรแบบใหม่ โดยให้ภาคเอกชนร่วมกำหนดทักษะที่ต้องการ และให้มหาวิทยาลัยนำไปออกแบบหลักสูตร

รศ.ดร.ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network, Thailand, RUN)   เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมรองรับจึงไม่ได้มีแค่ด้านเทคโนโลยี หรือกฎระเบียบทางการค้า  แต่ที่สำคัญคือการพัฒนา “กำลังคนทักษะสูง” 

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีนโยบายด้านการพัฒนากำลังคนสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร ที่มุ่งยกระดับประเทศไทยจากผู้ส่งออกวัตถุดิบเกษตรขั้นพื้นฐานสู่การเป็น "ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งเอเชีย" (Asia’s Food Innovation Hub) เพื่อรองรับการเติบโตของ “อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food)”

โดยมุ่งแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนทักษะสูง ในสาขาเฉพาะทางที่ตลาดยังวิกฤติ เช่น นักชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) นักวิจัยอาหารฟังก์ชันและอาหารทางการแพทย์ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญการสเกลอัปงานวิจัยสู่ระดับอุตสาหกรรม

RUN หนุนพัฒนากำลังคนทักษะสูง  รองรับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต

รศ.ดร.ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล

โดยตั้งเป้าหมายผลิตและพัฒนากำลังคนทักษะสูงให้ได้มากกว่า 47,000–50,000 ตำแหน่งภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อรองรับเป้าหมายการผลักดันมูลค่าตลาด Future Food ไทยให้แตะระดับ 5 แสนล้านบาท 

ทั้งนี้กระทรวง อว. ได้วางแผนงานและกลไกขับเคลื่อนครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

  • การเปลี่ยนบทบาทผู้เรียนและนักวิจัยจากผู้แสวงหางาน (Job Seeker) ไปสู่การเป็นนวัตกรและผู้สร้างงาน (Job Creator)
  • การส่งเสริมมหาวิทยาลัยจัดตั้ง University Holding Company เพื่อผลักดันงานวิจัย Deep Tech และ FoodTech สู่การตั้งบริษัทสตาร์ตอัปเชิงพาณิชย์
  • การปลดล็อกคอขวดด้านกฎหมายด้วยการสร้างระบบ Positive Lists สารสำคัญเชิงฟังก์ชันร่วมกับ Regulatory Sandbox เพื่อลดระยะเวลาการอนุมัติมาตรฐานนวัตกรรมอาหารชนิดใหม่
  • การผนึกกำลังกับภาคอุตสาหกรรมในการ Re-skill และ Up-skill บุคลากรเดิม ให้พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการแปรรูปและถนอมอาหารขั้นสูง ผลักดันให้นวัตกรรมอาหารไทยสามารถออกสู่ตลาดโลกได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

 สำหรับแนวทางการพัฒนาบุคลากรระดับอุดมศึกษา รศ.ดร.ชาลีดา  กล่าวว่า ขณะนี้มีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาไทยกว่า 80 แห่ง ที่เปิดสอนในสาขาวิชาการด้านอาหารในหลากหลายหลักสูตร

โดยมีวิทยาศาสตร์เป็นฐาน ไม่ว่าจะเป็น โภชนาการอาหาร นักกำหนดอาหาร วิทยาศาสตร์การอาหาร นวัตกรรมอาหาร ธุรกิจอาหาร และคหกรรมศาสตร์

RUN หนุนพัฒนากำลังคนทักษะสูง  รองรับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต

แต่ในการสร้างบุคลากรสู่อุตสาหกรรมอาหาร มี 4 กลุ่มศาสตร์หลัก ได้แก่ วิทยาศาสตร์การอาหาร (Food Science), เทคโนโลยีทางอาหาร (Food Technology), วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร (Food Science and Technology) วิศวกรรมอาหาร (Food Engineering) 

ซึ่งปัจจุบันหลักสูตรมีการบูรณาการทาง Hard skill และ soft skills ที่เน้นความต้องการ หรือนำปัญหาจริงจากภาคอุตสาหกรรมมาเป็นโจทย์ในการทำวิทยานิพนธ์ในหลักสูตรปริญญาโทและเอกที่มีการทำวิจัยร่วมกับภาคเอกชน

หรือ หลักสูตร Upskill & Reskill แบบ non-degree  สำหรับบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการยกระดับทักษะแบบรวดเร็ว เป็นต้น

“การออกแบบหลักสูตรเชื่อมโยง 3 ส่วน คือ ภาคทฤษฎีพื้นฐาน, ภาคปฏิบัติในโรงงานอุตสาหกรรมและการฝึกงานทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกับหลักสูตรเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม และการปรับตัวรับมาตรฐานสากล เช่น คาร์บอนฟุตพริ้นท์ และ Digital Product Passport (DPP) 

ทุกมหาวิทยาลัยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้าง "DNA บัณฑิตในอุดมคติ" ให้เป็น "นวัตกรแบบองค์รวม" ที่ประกอบด้วย ความรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์เข้มข้น การคิดและวางแผนทดลองเชิงวิทยาศาสตร์ การปฏิบัติจริง

และที่สำคัญคือจิตสำนึกด้านมาตรฐานความปลอดภัย ควบคู่กับ Soft Skills เช่น ความละเอียดปราณีต, ความยืดหยุ่น, การทำงานร่วมกันและภาวะผู้นำ และความรับผิดชอบต่อสังคม”  

นอกจากนี้ ดร.ชาลีดา ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการก้าวข้ามโมเดลเดิมที่มหาวิทยาลัยออกแบบหลักสูตรและส่งมอบบัณฑิตให้ภาคเอกชนซึ่งเป็นเพียง "ผู้รับ" ทำให้ได้บุคลากรที่ไม่ตรงกับบริบทธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

พร้อมเสนอให้เปลี่ยนผ่านสู่โมเดล “การถอดรหัสดีเอ็นเอร่วมกัน (The Reversed Process)” โดยให้ภาคเอกชนและ HR เข้ามาทำหน้าที่ถอดรหัสความต้องการ ทักษะ และเป้าหมายของอุตสาหกรรมในอนาคต แล้วร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการ "เข้ารหัส" ทักษะเหล่านั้นลงในตัวนักศึกษาผ่านการเรียนการสอน

กระบวนการนี้ทักษะความรู้เฉพาะ ที่ปรับแต่งมาเฉพาะให้พอดีกับความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตอย่างแท้จริง 

RUN หนุนพัฒนากำลังคนทักษะสูง  รองรับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต

ล่าสุด RUN ร่วมกับ สถาบันอาหาร และ FoodX จัดงานสัมมนา "HR Forum 2026: Bridging of People and Processing to the Future"  ขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมและพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย

และจะร่วมกันจัด “งานแสดงเทคโนโลยีการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร FoodX 2026”  ในวันที่ 18–19 พฤศจิกายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิดหลัก “Premiumization, Productivity และ New Growth” ผ่าน 4 เวทีสัมมนา 36 หัวข้อ

โดยมิติด้านการพัฒนากำลังคนนั้น  FoodX มุ่งเน้นสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเฉพาะทางสำหรับ HR ในอุตสาหกรรมอาหารเป็นครั้งแรก ผ่านการริเริ่มจัดตั้ง "HR Club" ที่ตั้งเป้าดึงโรงงานอาหารกว่า 200 แห่งเข้าร่วม พร้อมมีคณะผู้เชี่ยวชาญ (Panel Experts) คอยให้คำแนะนำ

นอกจากนี้ยังมีการขับเคลื่อนคู่ขนานผ่าน "Production Champion Club" สำหรับผู้จัดการโรงงาน ด้วยกิจกรรม Productivity Challenge และโครงการศึกษาดูงานโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการผลิตและทรัพยากรบุคคลของไทยไปพร้อมกัน