วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

THEOS-3 บทพิสูจน์ฝีมือไทย เปิดทางชิ้นส่วนดาวเทียมไทยสู่ตลาดโลก 

โครงการดาวเทียม THEOS-3 ซึ่งกำหนดเป้าหมายใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศประมาณ 10% จะเป็นบทพิสูจน์นวัตกรรมไทยผ่านการใช้งานจริงในอวกาศ ถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนดาวเทียม พร้อมใช้ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมยกระดับมาตรฐานสินค้า ก่อนต่อยอดจากตลาดภายในประเทศสู่การส่งออก

เศรษฐกิจอวกาศประกอบด้วยธุรกิจหลายส่วน แต่หนึ่งในพื้นที่ที่ประเทศไทยให้ความสำคัญคือการพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนดาวเทียม เนื่องจากเป็นองค์ประกอบต้นน้ำที่จำเป็นต่อการสร้างดาวเทียมภายในประเทศ และสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงด้านอื่นได้ในอนาคต

THEOS-3 บทพิสูจน์ฝีมือไทย เปิดทางชิ้นส่วนดาวเทียมไทยสู่ตลาดโลก 

THEOS-3 โชว์ชิ้นส่วนฝีมือคนไทย

ดาวเทียม THEOS-3 เป็นดาวเทียมประเภทไมโครแซทเทิลไลต์ (Micro Satellite) มีจุดเด่นคือเป็นดาวเทียมที่มี ชิ้นส่วนฝีมือผู้ประกอบการไทยมากที่สุด

ประกอบด้วย โครงสร้างหลักของดาวเทียม (Main Satellite Structure) ที่ต้องทนต่อสภาพแวดล้อมสุดขั้วในอวกาศ แผงข้างตัวดาวเทียม (Side Panels) ที่ต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานอย่างเข้มงวด และชิ้นส่วนย่อยอื่นๆ ที่จำเป็นต่อระบบควบคุมและอุปกรณ์บนดาวเทียม

ลิขิต วรานนท์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบและพัฒนาดาวเทียม สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กล่าวว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีประสบการณ์ด้านการใช้ประโยชน์จากดาวเทียมมาเป็นเวลานาน แต่การพัฒนาเทคโนโลยีต้นน้ำ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับดาวเทียม ยังถือเป็นเรื่องใหม่

เมื่อเทคโนโลยีอวกาศสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น หลายประเทศจึงเริ่มพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างฐานอุตสาหกรรมภายในประเทศ

หากประเทศไทยต้องการสร้างดาวเทียมด้วยตนเอง จำเป็นต้องพัฒนาองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องควบคู่กัน ทั้งบุคลากร องค์ความรู้ และผู้ประกอบการที่สามารถจัดหาชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิต มิฉะนั้น ไทยจะยังต้องนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศเช่นเดิม

ความน่าเชื่อถือ โจทย์ท้าทายสูงสุดของอุตสาหกรรมอวกาศ

 

ข้อจำกัดที่เป็นความท้าทายสูงสุดของอุตสาหกรรมดาวเทียมและอวกาศ คือ “ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์เมื่อส่งขึ้นสู่อวกาศแล้ว ไม่สามารถส่งทีมไปซ่อมแซมหรือแก้ไขได้” ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวหมายถึงความล้มเหลวของทั้งโครงการ

ดังนั้น ปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อชิ้นส่วนจึงไม่ได้อยู่ที่ราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ ความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ (Trust) ในคุณภาพและเสถียรภาพของสินค้า

THEOS-3 บทพิสูจน์ฝีมือไทย เปิดทางชิ้นส่วนดาวเทียมไทยสู่ตลาดโลก 

ความท้าทายสำคัญของผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอวกาศคือ ความน่าเชื่อถือ เพราะชิ้นส่วนที่จะจำหน่ายได้จำเป็นต้องผ่านการพิสูจน์ว่าสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมอวกาศจริง

ดังนั้น บทบาทของภาครัฐจึงไม่ใช่เพียงการสร้างดาวเทียม แต่รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำชิ้นส่วนที่พัฒนาขึ้นมาติดตั้งและทดลองใช้งานในภารกิจจริง

เมื่อชิ้นส่วนดังกล่าวผ่านการใช้งานในอวกาศ ผู้ประกอบการจะมีผลงานอ้างอิงว่าสินค้าของตนผ่านภารกิจและสามารถทำงานได้จริง ช่วยลดข้อกังวลของลูกค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ และสร้างโอกาสในการขยายตลาดไปยังผู้ซื้อรายอื่น

ศูนย์ AIT ด่านสำคัญก่อนส่งชิ้นส่วนขึ้นสู่อวกาศ

อีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญคือศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียม หรือ AIT ซึ่งทำหน้าที่ทดสอบว่าชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศสามารถทนต่อสภาวะรุนแรงระหว่างการนำส่งและการทำงานในอวกาศได้หรือไม่

ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ที่เริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ยังเป็นรายใหม่ และไม่เคยผลิตสินค้าสำหรับใช้งานในอวกาศมาก่อน ผลิตภัณฑ์จึงต้องผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมจำลอง ทั้งสภาวะสุญญากาศ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ร้อนจัดถึงเย็นจัด และการทดสอบหลายรอบเพื่อดูการหดและขยายตัวของวัสดุ

นอกจากนี้ ยังต้องทดสอบแรงสั่นสะเทือนเพื่อจำลองช่วงการนำส่งด้วยจรวด เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนจะไม่แตก หลุด หรือสร้างความเสียหายต่อภารกิจของดาวเทียมเมื่อเผชิญแรงสั่นสะเทือนและสภาพอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง

ศูนย์ AIT จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการพิสูจน์คุณภาพของผลิตภัณฑ์เบื้องต้น ก่อนนำไปติดตั้งบนดาวเทียมและใช้งานจริงในอวกาศ

THEOS-3 บทพิสูจน์ฝีมือไทย เปิดทางชิ้นส่วนดาวเทียมไทยสู่ตลาดโลก 

ภาพจาก :โครงการศึกษาวิจัยแนวทางการส่งเสริมการตลาดสำหรับชิ้นส่วนดาวเทียม โดย Time Labs

จุดแข็งอยู่ที่ฐานยานยนต์และอากาศยาน

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานดาวเทียม 10-20 ราย ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และผู้ผลิตอุปกรณ์สนับสนุนการประกอบและทดสอบภาคพื้นดิน กลุ่มที่มีศักยภาพส่วนหนึ่งมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพยายามมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ 

ผู้ประกอบการเหล่านี้สามารถนำโรงงาน เครื่องจักร และองค์ความรู้ที่มีอยู่มาปรับใช้กับการผลิตชิ้นส่วนดาวเทียมได้ ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านยาง วัสดุคาร์บอน หรือชิ้นส่วนเชิงกล สามารถนำฐานการผลิตเดิมมาต่อยอดได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด 

อุตสาหกรรมอวกาศจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ธุรกิจใหม่ที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าไปจับจองโอกาสตามความเชี่ยวชาญของตนเองได้

จุดแข็งสำคัญของประเทศไทยคือฐานอุตสาหกรรมยานยนต์และอากาศยาน โดยเฉพาะความสามารถด้านการผลิตชิ้นส่วนเครื่องกล เช่น อะลูมิเนียม เหล็ก แผงโครงสร้าง รวมถึงงานภายในอากาศยานและงานซ่อมบำรุง

อุตสาหกรรมอากาศยานและอุตสาหกรรมอวกาศใช้มาตรฐานและองค์ความรู้บางส่วนที่ใกล้เคียงกัน ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอากาศยานจึงสามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การผลิตชิ้นส่วนอวกาศได้ไม่ยาก เพียงเพิ่มความรู้หรือปรับปรุงกระบวนการบางด้านให้เหมาะสมกับเงื่อนไขการใช้งานในอวกาศ

อย่างไรก็ตาม ความสามารถด้านอิเล็กทรอนิกส์ยังครอบคลุมได้ไม่ครบทุกส่วน โดยบางรายการยังต้องพึ่งพาต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง

THEOS-3 บทพิสูจน์ฝีมือไทย เปิดทางชิ้นส่วนดาวเทียมไทยสู่ตลาดโลก 

GISTDA บทบาทผู้ผลักดันเทคโนโลยีอวกาศ

การสร้างดาวเทียมภายในประเทศไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้ไทยมีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าที่มีมาตรฐาน สร้างผลงานอ้างอิง และก้าวจากผู้จัดหาภายในประเทศไปสู่การแข่งขันในตลาดอวกาศระดับโลก

หากผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกชิ้นส่วนได้ แม้เริ่มจากจำนวนเพียงหนึ่งหรือสองรายการ ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอุตสาหกรรมอวกาศระดับโลก และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าต่างประเทศในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม การผลักดันให้เกิดการส่งออกจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งทีมวิจัย หน่วยงานสนับสนุนการลงทุน กระทรวงที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานกำหนดนโยบาย เพื่อพัฒนามาตรการที่ช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการควบคู่กับการศึกษาและวางแผนตลาด

ทั้งนี้ จิสด้าร่วมกับหน่วยปฏิบัติการวิจัยด้านการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Time Labs) มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินโครงการศึกษาวิจัยแนวทางการส่งเสริมการตลาดสำหรับชิ้นส่วนดาวเทียม ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการประเมินและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย ตลอดจนการวิเคราะห์ตลาดเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผลการศึกษาจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถยกระดับมาตรฐานการผลิตและแข่งขันในเวทีระดับสากล รวมถึงใช้เป็นข้อมูลสำหรับจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการตลาดของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนดาวเทียมในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม