วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

GISTDA แจงแผนงาน 2023 เศรษฐกิจอวกาศลดการปล่อยคาร์บอน

GISTDA แจงแผนงาน 2023 เศรษฐกิจอวกาศลดการปล่อยคาร์บอน

GISTDA จัดงาน INNOVATION DAY 2022 แจงแผนงานปี 2023 ลดการปล่อยคาร์บอนจากเศรษฐกิจอวกาศ และผลักดันเรื่อง New Space Economy

อวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัว อวกาศไม่ใช่เรื่องมนุษย์ต่างดาว อวกาศเป็นเรื่องที่ต้องทำให้เข้าถึงประชาชนได้ง่าย อวกาศเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนโลกใช้ทรัพยากรจากอวกาศทั้งหมด” ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) กล่าวเปิดไว้ในงาน “INNOVATION DAY 2022” 

จุดประสงค์ของการจัดงานเพื่อให้ความรู้ อธิบายแผนงานดำเนินงานอวกาศในปีที่ผ่านมาและในปีต่อไป นอกจากนี้ก็ยังมีการหารือระหว่างพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ นำเทคโนโลยี นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องมาร่วมจัดแสดง เพื่อร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศ นำทรัพยากรอวกาศไปใช้พัฒนาประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด

GISTDA แจงแผนงาน 2023 เศรษฐกิจอวกาศลดการปล่อยคาร์บอน

ผู้อำนวยการ GISTDA อธิบายว่า ชีวิตประจำวันของเราได้นำเทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้ข้อมูลผ่านนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น เช่น การใช้งานการสั่งอาหารผ่านบริการเดลิเวอรี่, แผนที่นำทาง, การตรวจสอบสภาพอากาศ, การติดตามภัยพิบัติต่าง ๆ อย่างน้ำท่วมที่ผ่านมา เป็นต้น 

สิ่งเหล่านี้เป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นปลายทางทั้งสิ้น นวัตกรรมที่เกิดจากการผลิต การตรวจสอบ การสร้าง เช่น การสร้างดาวเทียม การสร้างจรวด การสร้างระบบที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับดาวเทียมเพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างภาคพื้นดินกับอวกาศอีกด้วย

ดังนั้น การสร้างการรับรู้และการเข้าถึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้งาน Innovation Day 2022 เกิดขึ้นเพื่อการรวมตัวกันของคนในแวดวงเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศที่ต้องการสรรหานวัตกรรมไปพัฒนาและต่อยอดกับการสร้างผลงานให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรและประเทศไทย 

GISTDA แจงแผนงาน 2023 เศรษฐกิจอวกาศลดการปล่อยคาร์บอน

ซึ่งแผนการทำงานของ GISTDA ในปี 2023 มีดังต่อไปนี้

1. GISTDA ในฐานะประธานคณะกรรมการดาวเทียมสำรวจโลกปี 2023 หรือ CEOS Chair 2023 ได้มอบนโยบายผลักดันในสองประเด็นสำคัญคือ “ลดการปลดปล่อยคาร์บอนเพื่อลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก 

โดยนำข้อมูลจากดาวเทียมและเทคนิคที่เกี่ยวข้องมาใช้เป็นเครื่องมือในการสำรวจและตรวจวัดการกักเก็บคาร์บอน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์ แก้ปัญหาเพื่อนำไปสู่การบรรเทาปัญหาโลกร้อน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCC)

2. การผลักดันเรื่อง New Space Economy ซึ่ง GISTDA จะร่วมกับองค์กรอวกาศในภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ ESA, NASA USGS JAXA, CNES และ CSA เป็นแกนหลักในการแลกเปลี่ยนและรวบรวมข้อคิดเห็นและประสบการณ์จากหน่วยงานสมาชิก

ในการเปิดโอกาสและส่งเสริมการพัฒนาด้าน Space Technology โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจโลกด้วยดาวเทียมและการประยุกต์ใช้ระหว่างหน่วยงานด้านอวกาศภาครัฐ ภาคเอกชน และสตาร์ตอัป

นอกจากนี้ GISTDA ยังได้ร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดและร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ เช่น ร่วมกับม.บูรพาหารือเรื่อง “ระบบการจัดการจราจรทางอวกาศ หรือ ZIRCON และแนวทางการให้บริการแก่เครือข่ายผู้มีปฏิบัติการควบคุมดาวเทียมห้วงอวกาศในประเทศไทย” ที่ GISTDA ใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานภารกิจของดาวเทียมไทยโชต 

และพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติการดาวเทียมในโครงการ THEOS-2 ที่พัฒนาโดยวิศวกรของ GISTDA เองทั้งหมด GISTDA มีเป้าหมายที่จะขยายผลการให้บริการระบบ ZIRCON กับดาวเทียมสัญชาติไทยดวงอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นคงทางอวกาศของประเทศไทย 

“เรื่องของเศรษฐกิจอวกาศเป็นเรื่องสำคัญ ขณะนี้แผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ พ.ศ.2566-2580 และร่างนโยบายดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติ ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว และหากสามารถผลักดันเศรษฐกิจอวกาศได้ชัดเจนมากขึ้น ก็จะมีการจัดการเรื่องกองทุนที่จะนำมาทำเรื่องอวกาศได้ ซึ่งจะสามารถขับเคลื่อนทำให้เกิด Space Sustainability สร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับประเทศได้อีกทางหนึ่ง” ผู้อำนวยการ GISTDA ชี้จุดสรุป