ชวนรู้จัก "CMF Speaker S" และ "CMF Speaker M" ลำโพงพกพาสุดเฟี้ยว ที่ตอบโจทย์คนชอบความเก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร และกำลังมองหาลำโพงเสียงดีที่พกพาไปไหนก็เท่
KEY POINTS
- CMF Speaker S และ M มาในดีไซน์ทรงเรขาคณิตคล้ายกล่องนมที่เป็นเอกลักษณ์ ถอดเปลี่ยนแผงหน้าและปุ่มหมุนเพื่อปรับแต่งสไตล์ได้
- ให้คุณภาพเสียงที่ทรงพลังเกินขนาดตัว โดยรุ่น S มีกำลังขับ 10W และรุ่น M มีกำลังขับรวม 35W พร้อมเทคโนโลยีปรับเสียงอัตโนมัติ
- มีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 โดยรุ่น Speaker S ราคา 2,699 บาท และรุ่น Speaker M ราคา 4,299 บาท
ถ้าพูดถึงเรื่องงานออกแบบ แบรนด์ CMF ในเครือ Nothing ไม่เคยทำให้เราผิดหวัง เพราะ CMF Speaker S และ CMF Speaker M มาพร้อมกับการนำเอารูปทรงเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์มาใช้ได้อย่างโดดเด่นสะดุดตา มองเผินๆ เหมือนกล่องนมสุดคิวท์แต่แฝงไปด้วยความทนทานต่อการใช้งานจริง
สำหรับ CMF Speaker S นั้นถูกสร้างมาเพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจสายลุย ด้วยขนาดทรงสูงกะทัดรัดที่เก็บลงกระเป๋า หรือจะแขวนกับคาราบิเนอร์ผ่านจุดยึดในตัวก็ทำได้ พกพาเสียงเพลงไปได้ทุกที่แบบชิลๆ
ส่วนรุ่นพี่อย่าง CMF Speaker M ก็นำดีไซน์เดียวกันมาขยายร่างให้ใหญ่ขึ้น พร้อมเพิ่มหูหิ้วในตัวเพื่อให้ย้ายมุมฟังเพลงได้สะดวกสุดๆ เหมาะมากที่จะเป็นศูนย์กลางความบันเทิงในห้องหรือโต๊ะทำงาน ลำโพงทั้งสองรุ่นมีให้เลือกถึง 4 สี ทั้งสีขาว สีเทาเข้ม สีส้ม และสีเขียว และยังไม่หมดแค่นั้น เพราะแผงหน้าและปุ่มหมุนยังถอดเปลี่ยนได้ แถมรองรับการปรับแต่งด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติสำหรับคนที่อยากสร้างสไตล์เป็นของตัวเองอีกด้วย
ถึงหน้าตาอาจจะดูน่ารัก Minimal แต่พลังเสียงนั้นอัดแน่นมาแบบ Maximum เพราะ CMF ได้พัฒนาลำโพงทั้งสองรุ่นให้ถ่ายทอดพลังเสียงได้เหมาะสมกับขนาดของตัวเอง
ลำโพง Speaker S ขับเคลื่อนด้วยไดรเวอร์ Full-range ขนาด 45 มิลลิเมตร ให้กำลังขับสูงสุด 10W RMS ส่วน Speaker M นั้นอัปเกรดความโหดขึ้นไปอีกขั้นด้วยไดรเวอร์คู่ ประกอบด้วยวูฟเฟอร์ขนาด 25W และทวีตเตอร์ขนาด 10W ให้กำลังขับรวมถึง 35W RMS มอบเสียงเบสที่ลงได้ลึกสะใจ เสียงแหลมที่ใสปิ๊ง และแยกรายละเอียดเครื่องดนตรีได้ดีเยี่ยม
นอกจากนี้ทั้งคู่ยังมีอัลกอริทึม Adaptive Tuning ที่คอยวิเคราะห์และปรับแต่งเสียงรวมถึง EQ แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ได้เสียงที่สมดุลสุดๆ โดยไม่ต้องไปนั่งปรับตั้งค่าให้ยุ่งยาก แต่ถ้าใครชอบปรับแต่ง ก็เข้าไปเลือก Custom EQ ตามความชอบผ่านแอปพลิเคชัน Nothing X ได้เช่นกัน
เรื่องความสะดวกสบายในการใช้งานก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ลำโพงซีรีส์นี้รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 6.0 แถมยังมีระบบแตะเพื่อจับคู่ผ่าน NFC ที่ทำให้การตั้งค่ารวดเร็วทันใจ
ฟีเจอร์ที่คนทำงานน่าจะชอบคือการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สองเครื่องพร้อมกัน ทำให้สลับใช้งานระหว่างมือถือกับแล็ปท็อปได้แบบไม่ต้องเสียเวลาเชื่อมต่อใหม่
สำหรับสายปาร์ตี้ก็จับคู่ลำโพงสองตัวเพื่อใช้งาน Stereo Mode แยกซ้ายขวา หรือจะใช้ Party Mode ที่ทำงานบนเทคโนโลยี Auracast เพื่อซิงค์เพลงไปยังลำโพงหลายตัวพร้อมกันก็ทำได้ลื่นไหล
ส่วนสายลุยป่าฝ่าดงก็ไม่ต้องห่วง เพราะตัวเครื่องได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ทนน้ำลึก 1.5 เมตรได้นานถึง 30 นาที ส่วนแบตเตอรี่ก็อึดทนทาน ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 18 ชั่วโมง แถมชาร์จด่วนเพียง 10 นาทีก็ฟังเพลงต่อได้ตั้ง 1 ชั่วโมง
สำหรับราคาค่าตัวของกล่องนมส่งเสียงได้รุ่นนี้ CMF Speaker S เปิดราคามาที่ 2,699 บาท ส่วนรุ่นใหญ่เสียงกระหึ่ม CMF Speaker M มาในราคา 4,299 บาท โดยทั้งสองรุ่นเตรียมวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป





