วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

รีวิวเจาะลึก "CMF Buds Neo" หูฟังไร้สายดีไซน์ทูโทนสุดเท่ อัดแน่นไดรเวอร์ 12.4 มม. เบสกระหึ่มสะใจ ตัดเสียงเงียบด้วย Adaptive ANC แบตอึด 52 ชม. ในราคาสุดคุ้ม

KEY POINTS

  • หูฟัง CMF Buds Neo โดดเด่นด้วยดีไซน์กะทัดรัด และไดรเวอร์ขนาดใหญ่ 12.4 มม. ให้พลังเสียงเบสที่หนักแน่นเกินตัว
  • CMF Buds Neo มาพร้อมฟีเจอร์เด่นอย่างระบบตัดเสียงรบกวน Adaptive ANC 35dB และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 52 ชั่วโมง
  • CMF Buds Neo จำหน่ายในราคา 1,099 บาท ซึ่งให้ฟังก์ชันและคุณภาพเสียงที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน

การจะหาหูฟังสักคู่ที่พกพาง่าย ดีไซน์สวยสะดุดตา พลังเบสแน่นสะใจ แบตเตอรี่อึดข้ามสัปดาห์ ในราคาค่าตัวเพียงหนึ่งพันบาทต้นๆ อาจฟังดูเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก แต่สำหรับใครที่ติดตามแบรนด์เทคโนโลยีสุดขบถอย่าง Nothing และแบรนด์ลูกอย่าง cmf by NOTHING มาตลอด จะรู้ดีว่าค่ายนี้ไม่เคยทำอะไรธรรมดา

ล่าสุด KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที ได้นำ CMF Buds Neo หูฟังไร้สายรุ่นน้องใหม่ล่าสุดในตระกูลมาเจาะลึก เพื่อพิสูจน์ว่าทำไมหูฟังราคาเพียง 1,099 บาทรุ่นนี้ ถึงกล้าท้าชนทุกค่ายและกลายเป็นหูฟังพลังเบสที่คุ้มค่าที่สุด ณ เวลานี้

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

ดีไซน์สุดเท่ กะทัดรัดพกง่าย

เพียงแรกเห็นตลับชาร์จของ CMF Buds Neo กลิ่นอายความมินิมอลผสมผสานความเรโทรสไตล์ Industrial Design อันเป็นลายเซ็นเฉพาะตัวของแบรนด์ก็พุ่งเข้าตาอย่างจัง ตัวเคสมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมมนขนาดกะทัดรัด หยิบจับถนัดมือ พื้นผิวแบบด้านช่วยลดรอยนิ้วมือและรอยขีดข่วนจากการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี จุดเด่นที่ขาดไม่ได้คือดีไซน์แบบทูโทน (Dual-tone design) ที่จับคู่สีตัวเคสเข้ากับแป้นวงกลมบริเวณมุมตลับได้อย่างลงตัวและมีชั้นเชิง พร้อมช่องร้อยสายคล้องในตัวให้พกพาไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นสีขาวตัดส้มอันเป็นสีซิกเนเจอร์ สีดำสุดขรึม หรือสีน้ำเงินเข้มตัดฟ้าอมเขียวที่ดูล้ำสมัย

เมื่อเปิดฝาเคสหยิบตัวหูฟังออกมาสวมใส่ ต้องยอมรับว่าการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ทำออกมาได้น่าประทับใจมาก ตัวหูฟังทรง In-ear แบบมีก้านมีน้ำหนักเบาหวิวเพียงข้างละ 4.5 กรัม ทำให้สวมใส่ฟังเพลงหรือฟังพอดแคสต์ต่อเนื่องหลายชั่วโมงได้โดยไม่รู้สึกปวดล้าหรือเกิดแรงกดทับในช่องหู ยางซิลิโคนจุกหูฟังที่ให้มามีความนุ่มและซีลปิดช่องหูได้สนิท ช่วยเสริมแรงปะทะของย่านเสียงต่ำได้ตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดเพลง ที่สำคัญยังพกพามาตรฐานป้องกันฝุ่นและละอองน้ำระดับ IP54 มาให้ในตัว ซึ่งตัวเลข 5 หมายถึงการป้องกันฝุ่นละอองได้ในระดับดีเยี่ยม ส่วนเลข 4 คือการป้องกันละอองน้ำกระเซ็นใส่ได้จากทุกทิศทาง จึงมั่นใจได้เลยว่าหยิบไปใส่วิ่งออกกำลังกายเรียกเหงื่อ หรือเดินฝ่าละอองฝนโปรยปรายในเมืองไทยได้แบบไร้กังวล เพียงแต่อย่านำไปล้างน้ำหรือใส่ลงว่ายน้ำโดยตรงก็พอ

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

ตัดเสียงเงียบกริบด้วย Adaptive ANC อัจฉริยะ

ใครจะคิดว่าหูฟังไร้สายค่าตัวพันต้นๆ จะให้ระบบตัดเสียงรบกวนแบบปรับอัตโนมัติ หรือ Adaptive Active Noise Cancellation (Adaptive ANC) ที่ลดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 35 เดซิเบล มาให้ใช้งาน จากการวิเคราะห์โครงสร้างการทำงานและกราฟการตอบสนองของระบบนี้ พบว่าความฉลาดของ CMF Buds Neo คือการไม่ตะบี้ตะบันอัดการตัดเสียงรบกวนแบบสุดหลอดตลอดเวลาเหมือนหูฟังราคาประหยัดทั่วไป เพราะในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ เช่น ในห้องทำงานหรือห้องนอน ระบบจะลดความเข้มข้นของ ANC ลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 15 เดซิเบล เพื่อลดอาการหูอื้อจากแรงดันอากาศในช่องหูและช่วยประหยัดแบตเตอรี่ แต่ทันทีที่ก้าวเท้าออกสู่ริมถนนหรือขึ้นรถไฟฟ้าที่มีเสียงดังอึกทึก ระบบจะเร่งระดับการตัดเสียงรบกวนขึ้นไปสูงสุดถึง 35 เดซิเบลโดยอัตโนมัติ

ในการใช้งานจริง ระบบ Adaptive ANC ของรุ่นนี้จัดการกับเสียงรบกวนความถี่ต่ำที่ดังต่อเนื่อง เช่น เสียงคอมเพรสเซอร์แอร์ เสียงพัดลม หรือเสียงหึ่งๆ ของเครื่องยนต์ได้อย่างชะงัด ช่วยให้เราโฟกัสกับเสียงดนตรีตรงหน้าได้โดยไม่ต้องเร่งวอลลุ่มจนทำลายสุขภาพหู ส่วนใครที่ต้องเดินริมถนนหรือพูดคุยกับคนรอบข้าง ก็แค่แตะค้างที่ก้านหูฟังเพื่อสลับเข้าสู่โหมด Transparency เปิดรับเสียงภายนอกที่ให้โทนเสียงเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกหู

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

เบสแน่นกระแทกใจ มิติเสียงกว้างไกลเกินราคา

หัวใจสำคัญที่ทำให้ KT Review ต้องยกนิ้วให้ในฐานะคนเล่นหูฟัง คือการที่ cmf by NOTHING ตัดสินใจยัดไดรเวอร์ไดนามิกเดี่ยวขนาดใหญ่ถึง 12.4 มิลลิเมตร (ซึ่งใช้รหัสพัฒนาภายในว่า Larvitar) ลงมาในหูฟังระดับ Entry-segment รุ่นนี้ หากนำไปเทียบกับคู่แข่งในเรตราคาเดียวกันที่มักใช้ไดรเวอร์ขนาดเพียง 10 มิลลิเมตร หรือแม้กระทั่งรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง CMF Buds 2 ที่ใช้ไดรเวอร์ 11 มิลลิเมตร พื้นที่หน้าตัดของแผ่นไดอะแฟรมที่ใหญ่กว่าของ CMF Buds Neo ย่อมผลักดันมวลอากาศได้มากกว่า ส่งผลให้การตอบสนองความถี่ต่ำทำได้ลึกและทรงพลังอย่างเห็นได้ชัด

ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างภายในยังเลือกใช้วัสดุโดม PET เคลือบไทเทเนียม ผสานกับขอบเซอร์ราวด์แบบ PEEK และ PU ที่มีความยืดหยุ่นสูง รองรับการถอดรหัสเสียงมาตรฐานทั้ง SBC และ AAC ทำให้คาแรกเตอร์เสียงของ CMF Buds Neo มีความสนุก คึกคัก และมีไดนามิกเรนจ์ที่กว้างเกินตัว ลูกเบสมีอิมแพ็กต์หรือแรงปะทะที่ชัดเจน เก็บตัวไว ไม่บวมเบลอจนไปกลบย่านเสียงร้อง และสำหรับสาย Basshead ที่ชอบเบสลูกโตๆ ในแอปพลิเคชัน Nothing X ยังมีฟีเจอร์ Bass Enhancement ให้ปรับเร่งพลังเบสได้ถึง 3 ระดับ ตั้งแต่ปิดการทำงาน (0 เปอร์เซ็นต์) ระดับที่ 1 (50 เปอร์เซ็นต์) สำหรับเพิ่มความนุ่มลึก ไปจนถึงระดับที่ 2 (100 เปอร์เซ็นต์) ที่อัดมวลเบสให้แน่นสะใจแต่ยังคงความสะอาดของเนื้อเสียง ไม่ทำให้เสียงกลางและเสียงแหลมขุ่นมัวแต่อย่างใด

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

อีกหนึ่งความพิเศษที่หาได้ยากในหูฟังราคานี้ คืออัลกอริทึมระบบเสียงรอบทิศทางแบบคงที่ (Static Spatial Audio) ที่เข้ามาจัดระเบียบเฟสเสียง และจำลองเสียงสะท้อนใหม่ทั้งหมด จนเกิดเป็นเอฟเฟกต์เสียงโอบล้อมแบบ Omnibearing ที่ให้ความรู้สึกว่าเสียงดนตรีและเอฟเฟกต์ภาพยนตร์พุ่งเข้ามาจากทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านบน และมีมิติความลึกไกลออกไป ไม่ได้แบนราบอยู่แค่ซ้ายกับขวาเหมือนสเตอริโอทั่วไป

นอกจากนี้ยังมีโหมดปรับแต่งเสียงสำเร็จรูป (EQ Presets) ที่จูนมาอย่างพิถีพิถันถึง 6 สไตล์ ได้แก่ Rock, Electronic, Pop, Vocal Boost สำหรับเน้นเสียงร้องให้พุ่งเด่น, Classical และ Immersion Boost หรือถ้ายังไม่ถูกใจนักฟังเพลงสายลึก ก็เข้าโหมด Custom ไปปรับกราฟเสียงเบส เสียงกลาง และเสียงแหลมเองได้อย่างอิสระ

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

ไมโครโฟน HD 4 ตัว พ่วง AI ตัดเสียงรบกวน

ปัญหาคลาสสิกของหูฟังไร้สายราคาประหยัดคือฟังเพลงเพราะแต่คุยโทรศัพท์ไม่รู้เรื่อง ทว่า CMF Buds Neo แก้โจทย์นี้ด้วยการติดตั้งไมโครโฟนระดับ HD มาให้ถึง 4 ตัว แบ่งเป็นข้างละ 2 ตัว โดยจัดวางตำแหน่ง Call Microphone ไว้ที่ปลายก้านเพื่อรับเสียงพูดจากปากโดยตรง และวาง Feed-forward Microphone ไว้ด้านบนเพื่อตรวจจับเสียงรบกวนรอบตัว เมื่อทำงานร่วมกับอัลกอริทึมลดเสียงรบกวนด้วย AI (Clear Voice Technology) จึงช่วยแยกแยะคลื่นเสียงพูดของมนุษย์ออกจากเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะคุยงานสำคัญในออฟฟิศ ประชุมออนไลน์ เดินชอปปิงในห้างสรรพสินค้า หรือเดินคุยริมถนนที่มีรถสัญจรไปมา ปลายสายก็ยังได้ยินเสียงพูดที่คมชัดและเป็นธรรมชาติ

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

แบตอึดทนทาน นานเกิน 2 วัน

เรื่องความอึดของแบตเตอรี่ถือเป็นหมัดเด็ดที่ทำให้หูฟังรุ่นนี้โดดเด่นเหนือใคร เพราะ CMF Buds Neo ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสูงสุดถึง 11 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเมื่อปิด ANC (และราว 8 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC) เมื่อนับรวมกับพลังงานในตลับชาร์จจะใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 52 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC หรือ 30 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC ซึ่งตัวเลขนี้เอาชนะรุ่นพี่ในค่ายอย่าง CMF Buds 2a ที่ใช้งานได้ 35.5 ชั่วโมง และ CMF Buds Pro 2 ที่ทำได้ 43 ชั่วโมงไปได้อย่างขาดลอย

แถมยังมีระบบชาร์จไว ที่เสียบสายชาร์จเพียง 10 นาที ก็นำกลับมาฟังเพลงต่อได้ยาวนานถึง 5.5 ชั่วโมง เรียกว่าลืมชาร์จก่อนออกจากบ้านก็แค่เสียบพักไว้ตอนแต่งตัว ก็มีแบตเตอรี่พอใช้งานตลอดทั้งวันสบายๆ

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

ด้านการเชื่อมต่อยังก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี Bluetooth 6.0 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ให้ความเสถียรสูงและประหยัดพลังงาน รองรับทั้ง Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair พร้อมฟีเจอร์ระดับพรีเมียมอย่าง Dual Device Connection ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ 2 เครื่องได้พร้อมกันและสลับสัญญาณให้อัตโนมัติ ยกตัวอย่างเช่น ขณะกำลังใส่หูฟังดูวิดีโอบนแล็ปท็อปอย่างเพลิดเพลิน แล้วมีสายเรียกเข้าที่สมาร์ตโฟน หูฟังจะสลับสัญญาณเสียงมารับสายที่โทรศัพท์ให้ทันทีโดยไม่ต้องกดตั้งค่าใดๆ และเมื่อวางสายเสร็จ ระบบก็จะสลับเสียงกลับไปเล่นวิดีโอบนแล็ปท็อปต่ออย่างลื่นไหล

ส่วนการควบคุมด้วยระบบสัมผัส ที่ก้านหูฟังก็ออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกคำสั่ง ทั้งการแตะสองครั้งเพื่อเล่นเพลงถัดไปหรือรับและวางสาย แตะสามครั้งเพื่อย้อนกลับเพลงก่อนหน้า แตะค้างเพื่อสลับโหมดตัดเสียงรบกวน และที่สะดวกมากคือการแตะสองครั้งแล้วกดค้างไว้เพื่อเพิ่มหรือลดระดับเสียงได้จากตัวหูฟังโดยตรง โดยเข้าไปปรับแต่งคำสั่งสัมผัสและอัปเดตเฟิร์มแวร์ได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Nothing X ที่รองรับทั้งระบบ iOS และ Android

ทั้งนี้มีข้อสังเกตเล็กน้อยจากการใช้งานจริงสำหรับผู้ที่จับคู่ครั้งแรก โดยเฉพาะบนฝั่ง iOS แนะนำให้กดปุ่มเข้าโหมดจับคู่ (Pairing Mode) ค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาทีตามขั้นตอน และอัปเดตแอปพลิเคชัน Nothing X ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ ก็จะเชื่อมต่อและใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่มีสะดุด

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

กะทัดรัด เสียงจัดเต็ม! รีวิว 'CMF Buds Neo' หูฟังพลังเบส ราคายิ่งเดอะเบสต์

คุ้มไหม ถามใจดู?

หากนำ CMF Buds Neo ในราคาค่าตัวเพียง 1,099 บาท ไปวางเทียบบนเวทีเดียวกับคู่แข่งในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็น Baseus BP1 Pro (1,299 บาท), Soundcore R50i NC (1,169 บาท) หรือ Huawei FreeBuds SE 4 ANC (1,499 บาท) จะเห็นได้ชัดว่าผู้ท้าชิงจากค่าย cmf by NOTHING รุ่นนี้ทำราคาได้ย่อมเยาที่สุด แต่กลับให้ขนาดไดรเวอร์ที่ใหญ่ที่สุดถึง 12.4 มิลลิเมตร ให้ระบบชาร์จไว 10 นาทีที่ใช้ได้นานที่สุดถึง 5.5 ชั่วโมง และมาพร้อม Bluetooth 6.0 กับการเชื่อมต่อสองอุปกรณ์พร้อมกันที่ครบเครื่องที่สุดในกลุ่ม

แม้จะตัดฟีเจอร์บางอย่าง เช่น เซนเซอร์ตรวจจับการถอดหูฟังอัตโนมัติ หรือ Codec ระดับ Hi-Res ที่มีในรุ่นพี่ราคาสองพันกว่าบาทออกไปบ้าง แต่เมื่อแลกกับงานดีไซน์ทูโทนสุดเท่ที่ไม่ซ้ำใคร พลังเบสที่แน่นกระหึ่มถูกใจคนฟังเพลง ระบบตัดเสียงรบกวน Adaptive ANC 35 dB ที่ใช้งานได้จริง ไมโครโฟน 4 ตัวที่คุยชัด และแบตเตอรี่ที่อึดถึง 52 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้ทำให้ KT Review ฟันธงได้อย่างเต็มปากว่า หากคุณกำลังมองหาหูฟังไร้สายคู่ใจในงบประมาณหนึ่งพันบาทต้นๆ ที่ให้คุณภาพเสียงและฟีเจอร์เกินราคาไปไกล CMF Buds Neo คือตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าคว้ามาเป็นเจ้าของที่สุดรุ่นหนึ่งในชั่วโมงนี้