พรีวิว "DJI Osmo 360 II" กล้องแอคชั่นแคม 360 องศา เซ็นเซอร์ 1 นิ้วตัวแรก ถ่ายชัด 8K HDR สู้แสงน้อยด้วย AI SuperNight 2.0 อึดถึกทน ลุยได้ทุกสมรภูมิ ตอบโจทย์ครีเอเตอร์สายลุย
KEY POINTS
- DJI Osmo 360 II เป็นกล้อง 360 องศารุ่นแรกที่ใช้เซ็นเซอร์ HDR ขนาด 1 นิ้ว ทำให้บันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 8K 60fps HDR ได้อย่างคมชัด
- Osmo 360 II มาพร้อมฟีเจอร์ AI SuperNight 2.0 ช่วยลดสัญญาณรบกวน (Noise) ทำให้ถ่ายภาพและวิดีโอในที่แสงน้อยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- ตัวกล้องมีความทนทาน กันน้ำลึก 10 เมตรโดยไม่ต้องใช้เคส และรองรับการถ่ายภาพนิ่ง 120MP HDR รวมถึงวิดีโอ Timelapse ระดับ 16K
DJI เปิดตัวกล้องรุ่น DJI Osmo 360 II ซึ่งถือเป็นกล้อง 360 องศาเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง กับการใส่เซ็นเซอร์ HDR ขนาด 1 นิ้วทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสรุ่นแรกของอุตสาหกรรม
การก้าวข้ามขีดจำกัดทางฮาร์ดแวร์นี้ทำให้กล้องรีดประสิทธิภาพของ Dynamic Range ออกมาได้สูงถึง 14.5 สต็อป เก็บครบทุกรายละเอียดของแสงและสีอย่างสมจริงครบถ้วน ผสานกับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดถึง 8K ที่ 60 เฟรมต่อวินาทีแบบ HDR ภาพที่ได้จึงมีความคมชัดจัดเต็ม สวยงามทะลุจอ ตอบโจทย์ทั้งงานอดิเรกและงานโปรดักชันระดับมืออาชีพ
นอกจากเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่แล้ว DJI Osmo 360 II ยังมาพร้อมฟีเจอร์เด็ดอย่าง AI SuperNight 2.0 ซึ่งเป็นการนำอัลกอริทึม AI ขั้นสูงเข้ามาช่วยลดสัญญาณรบกวนหรือ Noise ได้อย่างชาญฉลาดและชะงัดนัก ส่งผลให้การบันทึกภาพในยามค่ำคืนหรือในสภาพแวดล้อมที่แสงน้อยมีความคมชัด ใสปิ๊ง ไร้รอยกวนใจ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของกล้อง 360 ทุกค่ายมาตลอด
เมื่อเป็นแบบนี้ สายแคมป์ปิ้ง สายปาร์ตี้กลางคืน หรือผู้ที่ชอบขับขี่มอเตอร์ไซค์รับลมเย็นยามดึก จะต้องหลงรักฟีเจอร์นี้และได้ฟุตเทจที่สวยงามกลับไปอวดเพื่อนๆ อย่างแน่นอน
สำหรับฟังก์ชันการสร้างสรรค์ผลงานก็จัดมาให้แบบไม่มีหวง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูงปรี๊ดถึง 120 ล้านพิกเซลแบบ HDR การถ่ายวิดีโอ Timelapse ระดับ 16K หรือถ้าใครชอบความหน่วงแบบเท่ๆ ก็มีโหมด 64x Pano Slow Motion มาให้เล่นสนุกๆ แถมยังรองรับโปรไฟล์สี 10-bit D-Log M สำหรับสายเกรดสีมืออาชีพที่ต้องการความยืดหยุ่นในกระบวนการ Post-Production อีกด้วย
ในด้านความแข็งแกร่งก็ไม่เป็นรองใคร ตัวเลนส์เคลือบฟิล์มออปติคัลพิเศษช่วยป้องกันรอยขีดข่วน แถมยังออกแบบมาให้ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้เองทันทีที่เกิดความเสียหาย ไม่ต้องรอส่งเข้าศูนย์ให้เสียเวลา ตัวเครื่องยังมาพร้อมความสามารถในการกันน้ำลึกได้ถึง 10 เมตรแบบไม่ต้องใส่เคส และลงลึกได้ถึง 50 เมตรเมื่อสวมใส่เคสกันน้ำ สภาพอากาศจะโหดร้ายแค่ไหนก็ไม่หวั่น เพราะกล้องรุ่นนี้ทนทานต่ออุณหภูมิเยือกแข็งติดลบถึง 20 องศาเซลเซียส
ตัวกล้อง Osmo 360 II พกพาง่ายด้วยน้ำหนักที่เบาหวิวเพียง 183 กรัม มาพร้อมหน่วยความจำในตัวที่ให้มาจุใจถึง 105GB ถ่ายปุ๊บเก็บปั๊บไม่ต้องง้อเมมโมรี่การ์ด ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ก็อึดทน ถ่ายต่อเนื่องยาวนานได้ถึง 100 นาที แถมยังรองรับการชาร์จไว ปั่นไฟจาก 0 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในเวลาแค่ 22 นาทีเท่านั้น
นอกจากนี้ยังจัดเต็มด้วยระบบกันสั่นอันเลื่องชื่อ มีฟีเจอร์ Spotlight Follow ที่ช่วยดักจับตัวแบบให้อยู่กึ่งกลางเฟรมเสมอ และเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการรองรับการสั่งงานด้วยเสียงและท่าทางมือ เรียกว่าเกิดมาเพื่อตอบสนองทุกสายกิจกรรมอย่างแท้จริง
และเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นไร้รอยต่อ กล้องรุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบครบวงจรภายใน DJI Ecosystem โดยเฉพาะการจับคู่กับไมโครโฟนไร้สาย DJI Mic Series ซึ่งรองรับทั้ง Mic 3, Mic 2 และรุ่นเล็กอย่าง Mic Mini การติดตั้งกล้องเข้ากับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ก็ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจผ่านระบบปลดไวแม่เหล็ก Dual-direction Quick-release และยังเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชัน DJI Mimo ในสมาร์ตโฟนได้อย่างรวดเร็วผ่านเทคโนโลยี NFC
DJI Osmo 360 II วางจำหน่ายแล้ว ผ่านทาง DJI Experience Store Thailand และร้านค้าพันธมิตรที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศ โดยชุดเริ่มต้นอย่าง Osmo 360 II Standard Combo เปิดราคามาที่ 17,290 บาท
หากใครเป็นสายขับขี่สองล้อก็มีชุด Osmo 360 II Limitless Riding Combo ในราคา 18,290 บาท
หรือถ้าเป็นสายแอดเวนเจอร์ลุยขั้นสุดก็จัดชุดใหญ่อย่าง Osmo 360 II Adventure Combo ในราคา 20,790 บาท
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมมากมายให้เลือกปรับแต่งตามไลฟ์สไตล์การใช้งานอีกมากมาย





