KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที พาไปรู้จัก DJI Osmo Pocket 4 กล้องกิมบอลจิ๋วแต่แจ๋วรุ่นใหม่ล่าสุดที่ DJI เพิ่งประกาศเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ
Osmo Pocket 4 มาพร้อมเซนเซอร์ขนาดใหญ่ถึง 1 นิ้วมาไว้ในตัวเครื่องที่เล็กกะทัดรัด พร้อมความสามารถในการถ่ายวิดีโอระดับท็อปฟอร์มที่สายโปรดักชันต้องทึ่ง คำถามสำคัญที่หลายคนกำลังสงสัยคือ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะคุ้มค่าพอให้เราควักกระเป๋าจ่ายหรือไม่ เราจะมาเจาะลึกทุกสเปกให้เห็นกันชัดๆ
เซนเซอร์ใหญ่ ภาพคมชัดแม้แสงน้อย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ DJI Osmo Pocket 4 โดดเด่นเหนือใครคือเซนเซอร์ CMOS ขนาด 1 นิ้ว ที่ทำงานร่วมกับรูรับแสงกว้าง f/2.0 สเปกระดับนี้ช่วยให้กล้องเก็บรายละเอียดภาพถ่ายบุคคลได้ดูเป็นธรรมชาติ ให้โทนสีผิวที่สุขภาพดีและเนียนตามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังทลายข้อจำกัดของการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศยามพลบค่ำหรือริมทะเลยามค่ำคืน ภาพที่ได้ก็ยังคงความคมชัด ไม่เพียงเท่านั้น DJI ยังใส่ช่วงไดนามิกมาให้ถึง 14 stops พร้อมรองรับโปรไฟล์สีแบบ D-Log 10 บิต ซึ่งจะช่วยดึงโทนสีที่มีรายละเอียดสูงและให้สีสันที่สมจริงราวกับหลุดออกมาจากงานภาพยนตร์เลยทีเดียว และที่พลาดไม่ได้สำหรับสายสโลว์โมชันคือ ความสามารถในการบันทึกฟุตเทจแบบ Ultra HD ได้สูงสุดถึงความละเอียด 4K/240fps ซึ่งถือเป็นสเปกที่หาได้ยากในกล้องไซส์นี้
ออโตโฟกัสและกันสั่นอัจฉริยะ
ชื่อชั้นของ DJI ไม่เคยทำให้ผิดหวังเรื่องความนิ่ง เพราะ Osmo Pocket 4 มาพร้อมระบบกันสั่นแบบสามแกนที่ช่วยให้การเดินถ่ายวิดีโอทั่วไปหรือแม้แต่การทำไลฟ์สตรีมมิงมีความลื่นไหลและนุ่มนวลสูงสุด สิ่งที่ได้รับการอัปเกรดอย่างก้าวกระโดดคือระบบติดตามอัจฉริยะ ActiveTrack 7.0 ที่เก่งกาจถึงขั้นแทร็กบุคคลเป้าหมายได้แม้ในขณะที่ซูมภาพไปถึง 4 เท่า การทำงานผสานกับระบบ Intelligent AutoFocus และฟีเจอร์ Subject lock tracking ยังช่วยให้กล้องล็อกเป้าหมายและโฟกัสได้อย่างแม่นยำตลอดเวลา หากต้องการเปลี่ยนจุดโฟกัสก็ทำได้ล้ำสุดๆ เพียงแค่แตะหน้าจอ หรือจะใช้ระบบ Registered Subject Priority เพื่อจดจำและให้ความสำคัญกับวัตถุที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าก็ทำได้อย่างไร้ที่ติ แถมยังรองรับการสั่งงานด้วยท่าทาง เช่น แบมือเพื่อเปิดระบบ ActiveTrack หรือชูสองนิ้วเพื่อสั่งถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอได้ทันที
ใช้ง่าย ไร้รอยต่อ
เรื่องความง่ายในการใช้งานคือคีย์หลักที่ DJI ให้ความสำคัญ เราจะเริ่มบันทึกวิดีโอได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่บิดหมุนหน้าจอ ตัวกล้องยังมาพร้อมปุ่มควบคุมใหม่ด้านล่างหน้าจอถึงสองปุ่ม โดยมีปุ่มสำหรับการซูมโดยเฉพาะที่ให้คุณสลับการซูมแบบไม่เสียรายละเอียดระหว่าง 1 เท่าและ 2 เท่า หรือจะกระโดดไปซูม 4 เท่าก็ทำได้ง่ายดาย ส่วนอีกปุ่มเป็นปุ่มพรีเซ็ตที่ตั้งค่าได้ตามใจชอบ และยังมีก้านควบคุม 5D รุ่นใหม่ที่ช่วยปรับทิศทางกิมบอลได้อย่างอิสระ ความว้าวอีกอย่างคือ DJI ได้ใส่พื้นที่จัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องมาให้จุใจถึง 107GB พร้อมความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 800MB/s ทำให้คุณลุยถ่ายงานได้ทันทีโดยไม่ต้องง้อการ์ดหน่วยความจำ ในส่วนของแบตเตอรี่ก็รองรับการชาร์จไวขั้นสุด โดยชาร์จจาก 0 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ได้ในเวลาเพียง 18 นาที และหากชาร์จเต็มจะบันทึกวิดีโอที่ความละเอียด 1080p/24fps ได้ยาวนานทะลุ 240 นาทีเลยทีเดียว
ฟีเจอร์สร้างสรรค์และระบบเสียงระดับโปร
เพื่อให้ผลงานจบได้ในกล้องตัวเดียว DJI Osmo Pocket 4 จึงอัดแน่นมาด้วยโหมดลูกเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Slow Shutter Video สำหรับสร้างแสงสีเส้นสายแบบโมชันเบลอ หรือ Film Tone ที่ช่วยย้อมสีภาพให้ได้ลุคคลาสสิกสไตล์ภาพยนตร์ สำหรับสายบิวตี้ก็มี In-Camera Beautify ที่ช่วยปรับผิวให้เนียนสว่างใสอย่างเป็นธรรมชาติได้จากหน้ากล้องทันที และยังรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง Attachable Fill Light ที่ช่วยเติมแสงสว่างในที่มืดได้ถึงสามระดับอุณหภูมิสี ทางด้านระบบเสียงก็จัดเต็มด้วยการรองรับระบบนิเวศ OsmoAudio ซึ่งสามารถบันทึกเสียงบรรยากาศจากไมค์ในตัวได้อย่างคมชัด และยังล้ำไปอีกขั้นด้วยการรองรับการเชื่อมต่อกับไมค์ไร้สายทั้ง DJI Mic 2, Mic 3 และ Mic Mini เพื่อบันทึกเสียงแบบ 4 ช่องสัญญาณได้อย่างมืออาชีพ
ราคาและการวางจำหน่าย
DJI Osmo Pocket 4 เปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) ได้ตั้งแต่วันนี้ (16 เมษายน 2569) ผ่านทางร้าน DJI Experience Store ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต โดยจะเริ่มวางจำหน่ายจริงในวันที่ 22 เมษายน 2569
ตัวเครื่องมีให้เลือกสองชุดสุดคุ้ม ได้แก่ ชุดเริ่มต้น Osmo Pocket 4 Standard Combo ที่เปิดราคามาเข้าถึงง่ายเพียง 15,500 บาท และสำหรับสายจัดเต็มที่ต้องการอุปกรณ์เสริมครบจบในชุดเดียว ก็เลือกเป็นชุด Osmo Pocket 4 Creator Combo ที่วางจำหน่ายในราคา 18,900 บาท





