นี่น่าจะนับเป็นการกลับมาทวงบัลลังก์ของหูฟังไร้สายระดับพรีเมียม เมื่อ SENNHEISER ส่งหูฟังรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Sennheiser MOMENTUM 5 Wireless มาลุยตลาดในฐานะหูฟังไร้สายที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากสุดเท่าที่เคยมีมาในซีรีส์ MOMENTUM
KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที จะพาไปดูว่ามีอะไรอัปเกรดใหม่บ้างในหูฟังรุ่นนี้ตั้งแต่ไส้ในยันดีไซน์ภายนอก แถมยังเอาใจใส่โลกด้วยแนวคิดรักษ์โลก
คุณภาพเสียง Hi-Res เกรดเสียงใกล้เคียงต้นฉบับ
หากใครเป็นแฟนของแบรนด์ SENNHEISER หรือเคยลองใช้หูฟังแบรนด์นี้มาบ้าง เรากล้าพูดเลยว่าหูฟังซีรีส์ MOMENTUM จะไม่ทำให้ผิดหวังเรื่องเสียง และในรุ่น MOMENTUM 5 Wireless นี้ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านคุณภาพเสียงระดับพรีเมียมเอาไว้อย่างครบถ้วน ภายในขับกล่อมด้วยทรานสดิวเซอร์ขนาด 42 มิลลิเมตรที่หลายคนหลงรักจากรุ่นก่อน แต่รอบนี้ได้รับการปรับจูนเสียงใหม่ให้มิติเสียงที่หนักแน่น สมบูรณ์ และให้พลังเบสที่มีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม ฟังสนุกทุกย่านเสียง
ยิ่งไปกว่านั้นยังยกระดับศักยภาพด้วยการรองรับมาตรฐาน Hi-Res Audio และมาพร้อมเทคโนโลยี Snapdragon Sound™ ที่รองรับการส่งสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth® ด้วยโคเดกคุณภาพสูงสุดระดับ aptX™ Lossless ผลลัพธ์ที่ได้คือการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้ครบถ้วนและใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุดแบบไม่มีสูญเสีย สำหรับใครที่ชอบปรุงแต่งรสชาติเสียง ทางแบรนด์ก็อัปเดตแอปพลิเคชัน Smart Control Plus เวอร์ชันล่าสุดมาให้ใช้งานคู่กัน ซึ่งมาพร้อมอีควอไลเซอร์แบบ 8 แบนด์ ชุดพรีเซ็ตที่ปรับแต่งได้ และระบบปรับเสียงอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้งานออกแบบโทนเสียงตามความชอบได้อย่างง่ายดาย
ตัดเสียงรบกวนเงียบสงัด คุยสายชัดเจน
เรื่องการตัดเสียงรบกวนบอกเลยว่าทำได้ดีมาก เพราะระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็กทีฟเจเนอเรชันใหม่นี้ได้รับการยกระดับให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยลดเสียงสนทนาและเสียงรบกวนรอบข้างที่กวนสมาธิได้มากถึง 3 เท่า ช่วยให้ผู้ฟังดื่มด่ำกับเสียงเพลงและคอนเทนต์โปรดได้อย่างเต็มที่ ด้วยการเพิ่มจำนวนไมโครโฟนสำหรับรองรับระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้างและโหมดรับฟังเสียงภายนอกเป็น 2 เท่า โดยติดตั้งไมโครโฟนมาให้ถึง 4 ตัวในแต่ละข้าง
จากที่เราได้ลองใช้บนเครื่องบิน พบว่าประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวนความถี่ต่ำอย่างเสียงภายในห้องโดยสารเครื่องบินนั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงตามคาเฟ่ที่มีเสียงผู้คนพูดคุยกันตลอดเวลาและมีสายโทรเข้ามา ไมค์ที่เพิ่มมายังช่วยให้คุณภาพเสียงสนทนาระหว่างการโทรมีความเป็นธรรมชาติ คมชัด และชัดเจนยิ่งกว่าเดิมในทุกสภาพแวดล้อมอีกด้วย
อัปเดตเฟิร์มแวร์ได้ ไม่ตกยุค
ความล้ำของ Sennheiser MOMENTUM 5 Wireless คือการออกแบบที่มองไปถึงอนาคต ตัวหูฟังรองรับ Bluetooth 5.4 และถูกออกแบบมาให้อัปเกรดเพื่อรองรับ Bluetooth 6.0 ได้ผ่านการอัปเดตเฟิร์มแวร์ในอนาคต หูฟังรุ่นนี้ยังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ และปรับปรุงประสิทธิภาพผ่านเฟิร์มแวร์สำหรับระบบประมวลผลสัญญาณดิจิทัลและระบบเชื่อมต่อไร้สายได้
ตัวอย่างความเจ๋งคือ ผู้ใช้จะปลดล็อกระบบเสียง Dolby AtmosⓇ พร้อมเทคโนโลยีติดตามการเคลื่อนไหวศีรษะเพื่อประสบการณ์การฟังที่สมจริงยิ่งขึ้นผ่านการอัปเดตเฟิร์มแวร์ สำหรับคอนเทนต์ในอนาคตที่รองรับระบบนี้ ถือเป็นการลงทุนซื้อหูฟังที่ใช้ยาวๆ คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
แบตเตอรี่อึด 57 ชั่วโมง ถอดเปลี่ยนเองได้ง่ายนิดเดียว
มาถึงไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาเราเซอร์ไพรส์สุดๆ เพราะนอกจากคุณภาพเสียงแล้ว Sennheiser MOMENTUM 5 Wireless ยังตั้งใจออกแบบมาให้เป็นมากกว่าหูฟังทั่วไป โดยตอบโจทย์ทั้ง "คุณภาพเสียง" และ "ความยั่งยืน" ไปพร้อมกัน
หูฟังรุ่นนี้ยังคงความโดดเด่นด้านความอึด ด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุดถึง 57 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเมื่อเปิดใช้งานโหมด ANC แถมยังมีระบบชาร์จเร็วมาช่วยเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน
แต่ทีเด็ดคือการใช้แบตเตอรี่ขนาด 700 mAh ที่ออกแบบมาให้รองรับการใช้งานหนักโดยไม่กระทบต่อคุณภาพเสียง และเป็นแบตเตอรี่ที่ผู้ใช้ถอดเปลี่ยนได้เองด้วยไขควงหัวแฉกขนาดเล็กภายในเวลาไม่กี่นาที การออกแบบฮาร์ดแวร์ที่ยืดหยุ่นเช่นนี้ช่วยยืดอายุการใช้งานของหูฟังไปได้อีกหลายปี ในแง่ของการพกพา ตัวเคสยังมีขนาดเล็กลง 20 เปอร์เซ็นต์ และเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์แบบกะทัดรัดที่ปราศจากพลาสติก เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ภายในกล่องแถมอุปกรณ์มาให้ครบชุด ทั้งสายชาร์จ USB Type-C และสายสัญญาณเสียงอนาล็อกขนาด 3.5 มม. สำหรับรองรับระบบความบันเทิงบนเครื่องบิน แล็ปท็อป หรืออุปกรณ์เสียงอื่นๆ
ราคาและการวางจำหน่าย
หูฟัง Sennheiser MOMENTUM 5 Wireless มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน และสีขาว ราคาเปิดตัวที่ 14,990 บาท (https://s.shopee.co.th/19GG)
โดยในประเทศไทยมีวางจำหน่ายแล้วที่ตัวแทนจำหน่ายของเซนไฮเซอร์และบนเว็บไซต์ sennheiser-hearing.com
ผู้ที่สนใจทดลองฟังและเลือกซื้อได้ผ่านร้านเครื่องเสียงชั้นนำอย่าง Munkong Gadget, Betrend, King Power, Dotlife และ Com7 ตลอดจนช่องทางออนไลน์ของร้านค้าที่ร่วมรายการ



