กลางดงสมาร์ตโฟนหน้าตาซ้ำๆ กัน Nothing Phone (3) ถือเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนเรือธงที่โดดเด่นสะดุดตา ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสาร แต่คือพื้นที่แห่งการสะท้อนตัวตนและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาใช้งาน
ซึ่งสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้มีดีไซน์โปร่งใสที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากกรุงลอนดอน ด้านหลังมีระบบ Glyph Matrix อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นระบบไฟ micro-LED รุ่นใหม่ที่คอยทำหน้าที่เป็นภาษาการสื่อสารเฉพาะตัว เพื่อแจ้งเตือนข้อมูลสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสายเรียกเข้า ระดับเสียง สถานะแบตเตอรี่ หรือแม้กระทั่งการนับถอยหลังเวลาถ่ายภาพ โดยที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าจอมองอยู่ตลอดเวลา
มีผู้ช่วย AI อัจฉริยะกับพื้นที่แห่งความทรงจำ
ฟีเจอร์ที่สะท้อนความก้าวล้ำใน Nothing Phone (3) คือ Essential Space ซึ่งเปรียบเสมือนความทรงจำที่สองที่คอยรวบรวมทุกไอเดียและข้อมูลสำคัญเอาไว้ในที่เดียว ระบบ AI ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังจะช่วยวิเคราะห์ จัดหมวดหมู่ สรุปสาระสำคัญ และสร้าง Action Items ให้อัตโนมัติ ทำให้การจัดการชีวิตประจำวันลื่นไหลยิ่งขึ้น การเรียกใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ยังถูกออกแบบมาให้เป็นธรรมชาติที่สุดด้วย Essential Key หรือปุ่มเฉพาะบนตัวเครื่องที่มอบความสะดวกขั้นสุด เพียงกดปุ่มหนึ่งครั้งเพื่อบันทึกหน้าจอ กดค้างเพื่อบันทึกเสียง หรือกดสองครั้งเพื่อเข้าสู่ Essential Space ได้ทันทีโดยไม่ต้องสลับแอปไปมา
ยิ่งไปกว่านั้น ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Essential Voice ยังรองรับการถอดเสียงได้มากกว่าหนึ่งร้อยภาษา พร้อมสรุปใจความสำคัญและจัดเก็บเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติ ทำให้ทุกแรงบันดาลใจอันรวดเร็วถูกแปรเปลี่ยนเป็นข้อมูลที่พร้อมใช้งานเสมอ
ครบทุกฟีเจอร์ระดับแฟลกชิป
ขุมพลังของสมาร์ตโฟน Nothing Phone (3) ถูกขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8s Gen 4 ที่มอบประสิทธิภาพการประมวลผลทั้ง CPU, GPU และ AI ได้อย่างรวดเร็ว รองรับการทำงานหลายแอปพลิเคชันและการเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล หน้าจอแสดงผล Flexible AMOLED ขนาด 6.67 นิ้วที่มีความละเอียด 1.5K พร้อมรองรับอัตรารีเฟรชเรตแบบปรับได้ 120Hz มอบความสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต ทำให้การรับชมคอนเทนต์ HDR สมจริงและคมชัดแม้จะใช้งานอยู่กลางแจ้ง
สำหรับการถ่ายภาพ ระบบกล้องความละเอียด 50 ล้านพิกเซลทั้ง 4 ตัวซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กล้องหลัก เลนส์ Periscope Telephoto ซูมออปติคัล 3 เท่า เลนส์ Ultra-wide และกล้องหน้า ทำงานร่วมกับ TrueLens Engine รุ่นล่าสุดเพื่อเก็บรายละเอียดได้อย่างไร้ที่ติ การบันทึกวิดีโอยังรองรับความละเอียดระดับ 4K Ultra XDR 60fps ในทุกเลนส์ มอบสีสันและไดนามิกเรนจ์ที่เป็นธรรมชาติในทุกช็อต
ปรับแต่งได้ไร้ขีดจำกัดและคุ้มค่าระยะยาว
ความสนุกในการใช้งานของ Nothing Phone (3) ยังถูกยกระดับด้วยฟีเจอร์ Playground ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานปรับแต่งหน้าตาของระบบผ่านการสร้าง Widgets ด้วย AI หรือเลือก Presets ได้อย่างอิสระเพื่อให้สอดคล้องกับสไตล์ของตนเอง พร้อมกันนี้ยังมีการเชื่อมต่อกับระบบนิเวศของ Nothing ผ่านแอป Nothing X เพื่อปรับแต่งและแชร์ EQ Profile ร่วมกับคอมมูนิตี้คนรักเสียงเพลงได้อย่างอิสระ
สำหรับแบตเตอรี่ก็ให้ความจุมาถึง 5,150mAh รองรับการชาร์จเร็ว 65W ชาร์จไร้สาย 15W และ Reverse Wireless Charging ทำให้ตัวเครื่องพร้อมตอบสนองการใช้งานหนักได้ตลอดวัน
ความน่าสนใจที่ทำให้สมาร์ตโฟนรุ่นนี้กลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าคือการการันตีอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android ยาวนานถึง 5 ปี และอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยนานถึง 7 ปีเต็ม
และที่สำคัญตัวเครื่องใช้วัสดุระดับพรีเมียมอย่างเฟรมอะลูมิเนียมรีไซเคิลและกระจก Corning Gorilla Glass ที่มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 ซึ่งเป็นการผสานความแข็งแรงทนทานเข้ากับความสวยงามได้อย่างลงตัว
ราคาและการจำหน่าย
Nothing Phone (3) มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black และ White วางจำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น 12GB + 256GB ในราคา 23,999 บาท (จากปกติ 27,999 บาท) https://s.shopee.co.th/50XS และรุ่น 16GB + 512GB ในราคา 26,999 บาท (จากปกติ 30,999 บาท) https://s.shopee.co.th/5LAI
พิเศษจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เมื่อซื้อ Nothing Phone (3) ผ่านร้านค้าที่ร่วมรายการ รับฟรี Exclusive Gift Set มูลค่ารวม 3,787 บาท ประกอบด้วย Nothing Cap, Nothing Thermal Cup และ Nothing Crossbody Bag


