วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สมาคมยาสูบฯ จี้ Facebook เร่งปราบ 'บุหรี่เถื่อน' ออนไลน์

สมาคมยาสูบฯ จี้ Facebook เร่งปราบ 'บุหรี่เถื่อน' ออนไลน์

"สมาคมการค้ายาสูบไทย" ร้อง "กระทรวงดิจิทัล" จี้ "Facebook" เร่งปราบ "บุหรี่เถื่อน" ออนไลน์ ชี้เป็นช่องทางหลักกระจายสินค้าผิดกฎหมาย สะท้อนด้านมืดของแพลตฟอร์ม

สมาคมการค้ายาสูบไทย แสดงความกังวลต่อการจำหน่ายบุหรี่ผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์ม Facebook โดยระบุว่า Facebook กลุ่ม (Groups) และเพจ (Pages) ยังคงเป็นช่องทางหลักในการกระจายบุหรี่เถื่อนที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มอายุอย่างเปิดเผย ทำให้ความพยายามของหน่วยงานภาครัฐในการปราบปรามตลอดทั้งปีถูกบั่นทอน สะท้อนการละเลยในการตรวจสอบควบคุม

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เผยว่า ปัญหาหลักเกิดจากผู้ขายยังสามารถตั้งชื่อและโชว์รูปภาพบุหรี่ได้อย่างโจ๋งครึ่มผ่านเพจและกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการขายแบบเปิดเผยหรือการยิงโฆษณา

นอกจากนี้ ผู้ขายยังหัวหมอโดยใช้ตัวย่อแทนการระบุคำว่า "บุหรี่" โดยตรงควบคู่กับการแสดงรูปสินค้า ทำให้มาตรการปิดกั้นคำค้นหาไม่สามารถยับยั้งการซื้อขายออนไลน์ได้อย่างแท้จริง

Facebook ต้องปิดกั้นทุกช่องทางทั้ง Marketplace กลุ่ม ชื่อเพจ ชื่อสินค้า และใช้เครื่องมือ AI ที่มีอยู่ตรวจสอบเนื้อหาและรูปภาพว่าเป็นบุหรี่หรือไม่ด้วย มากกว่านั้นการยิงโฆษณายังเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดการเข้าถึงสินค้าผิดกฎหมายได้โดยไม่จำกัดกลุ่มอายุ

สมาคมฯ ยังกล่าวถึงเอกสารลับของ Meta บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว Reuters ซึ่งสะท้อนด้านมืดของแพลตฟอร์ม

โดยมีการคาดการณ์ว่ารายได้ในปี 2567 อาจมาจากโฆษณาหลอกลวงและสินค้าผิดกฎหมายสูงถึง 10% หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าไม่มีการปิดกั้นโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าอันตรายและผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นช่องโหว่ด้านธรรมาภิบาลของเจ้าของแพลตฟอร์มในการปกป้องเด็กและเยาวชน และขาดความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามกฎหมายไทย

ผู้อำนวยการบริหารสมาคมฯ ย้ำว่า พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ของไทยระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์โดยเด็ดขาด รวมถึงห้ามแสดงผลิตภัณฑ์และโฆษณาทำการตลาดด้วย การที่ Facebook ยังเปิดช่องให้มีการซื้อขายบุหรี่เถื่อนได้ จึงถือเป็นการละเมิดและบั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไทย

ท่ามกลางความพยายามของหน่วยงานราชการไทยหลายภาคส่วน เช่น กรมสรรพสามิต ตำรวจสอบสวนกลาง กรมการปกครอง และกรมศุลกากร ที่ต่างมุ่งมั่นปราบปรามและจับกุมบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญในยุคดิจิทัลนี้

ดังนั้นขอเรียกร้องให้ Facebook ใช้เครื่องมือและมาตรการที่เข้มงวดกว่าเดิม เพื่อหยุดยั้งการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง รวมทั้งให้กระทรวงดิจิทัลฯ เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะเป็นภัยสังคมตามนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล

สถิติกรมสรรพสามิต ปี 2568 ระบุว่า การจับกุมคดีเกี่ยวกับยาสูบเพิ่มขึ้นเป็น 18,305 คดี จาก 13,143 คดีในปี 2567 เติบโต 39% และค่าปรับรวมสูงถึง 1,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 225%