สกมช. ผนึกหน่วยงานรัฐหารือผู้แทนทำเนียบขาว ดันเทคโนโลยี AI ยกระดับบริการภาครัฐ ควบคู่เสริมความมั่นคงไซเบอร์และป้องกันภัยหลอกลวงออนไลน์
KEY POINTS
- กระทรวงดีอีหารือกับสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งทำเนียบขาวสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง (Advanced AI)
- ไทยเสนอให้สหรัฐฯ ส่งผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษา เพื่อช่วยประเมินศักยภาพและให้คำแนะนำในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
- ความร่วมมือมุ่งเน้นการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ พร้อมยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อรับมือภัยคุกคามออนไลน์
แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงดีอี ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ร่วมหารือกับคณะผู้แทนจากสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งทำเนียบขาว (White House Office of Science and Technology Policy: OSTP) นำโดย Mr. John Rindone, Senior Policy Advisor for Economic Security and Investment
การหารือครั้งนี้มุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง (Advanced AI) โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้นำเสนอโครงการ SI Spark ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ มีเป้าหมายสร้างความร่วมมือในการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ในหน่วยงานภาครัฐ พร้อมต่อยอดความสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศและส่งเสริมความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ
หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือ การส่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ เข้ามาทำงานร่วมกับหน่วยงานไทยในฐานะที่ปรึกษา เพื่อประเมินความต้องการและศักยภาพของประเทศไทย พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ขั้นสูงที่เหมาะสมกับการดำเนินงานและการให้บริการภาครัฐ ตลอดจนวางแนวทางความร่วมมือในระยะต่อไป
ขณะที่ฝ่ายไทยได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการสร้างระบบที่มีความมั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ
ด้าน สกมช. ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อวิเคราะห์และรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ การยกระดับมาตรการป้องกันภัยหลอกลวงออนไลน์ ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีและบริการดิจิทัลของภาครัฐ
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวในการขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำ AI มาสนับสนุนการทำงานของภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัลและเสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ไทยวางยุทธศาสตร์พลิกโฉมสู่'รัฐบาลดิจิทัล'
สำหรับแผนขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลนั้น อยู่ภายใต้ แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2570–2575 โดยทางสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ ดีจีเอ ซึ่งได้โอนย้ายการกำกับดูแลจากสำนักนายกรัฐมนตรีไปขึ้นตรงกับ การกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อย่างเป็นทางการแล้ว ตาม พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) จัดตั้งสำนักงานฯ และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว
โดย ดีจีเอ ได้วางระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านรัฐบาลดิจิทัลไว้ครอบคลุมครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้คือการขับเคลื่อนให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้างและทำให้ประชาชนรู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งแผนดังกล่าว ที่ผ่านมาได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการรัฐบาลดิจิทัลและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุมครม. เพื่ออนุมัติและประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
สำหรับการยกระดับหน่วยงานภาครัฐและกระทรวงต่างๆ นั้น จะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระดับ คือ
1.ระดับแผนชาติ (2570-2575) เป็นทิศทางหลักที่ทุกกระทรวงและทุกหน่วยงานภาครัฐจะต้องนำไปปรับใช้ในภารกิจของตนเอง เพื่อร่วมกันพัฒนาบริการดิจิทัลที่ประชาชนมั่นใจและเข้าถึงได้สะดวก
2.ระดับหน่วยงาน โดยทาง ดีจีเอ จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนและรับโจทย์จากแผนชาติมาแปลงสู่การปฏิบัติ โดยประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเนื่องจากความสำเร็จของรัฐบาลดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันทั้งระบบ
ทั้งนี้ กรอบวิสัยทัศน์ ของ แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล พ.ศ. 2570-2575 คือ สะดวก มั่นใจ บริการภาครัฐไทยสำหรับทุกคน โดยจะขับเคลื่อนให้ทุกหน่วยงานภาครัฐร่วมสร้างบริการที่สะดวกและปลอดภัย รองรับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม





