Anthropic เปิดตัว 3 เครื่องมือใหม่สำหรับ Claude Enterprise ช่วยองค์กรตรวจสอบว่าพนักงานใช้เอไอทำงานอะไร ได้ผลลัพธ์อย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเท่าไร พร้อมระบบสำรวจความคิดเห็นและจัดสรรงบประมาณร่วมของแต่ละทีม
KEY POINTS
- แอนโทรปิกเปิดตัวเครื่องมือสำหรับลูกค้าองค์กร ช่วยวัดผลความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการนำ Claude ไปใช้งาน
- เครื่องมือประกอบด้วยรายงานอัจฉริยะวิเคราะห์รูปแบบการใช้งานและค่าใช้จ่าย, แบบสำรวจในแอปรวบรวมความเห็นพนักงาน และระบบงบประมาณร่วมให้ทีมจัดการค่าใช้จ่ายได้ยืดหยุ่นขึ้น
- เป้าหมายคือ เพื่อให้องค์กรมีข้อมูลในการตัดสินใจและปรับปรุงการใช้เอไอให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เพื่อใช้ประเมินผลงานของพนักงานรายบุคคล
แอนโทรปิก (Anthropic) บริษัทผู้พัฒนา Claude เปิดตัวเครื่องมือใหม่ 3 รายการสำหรับลูกค้าองค์กร ได้แก่ ระบบรายงานการใช้งานเอไอ แบบสำรวจความคิดเห็นของพนักงาน และระบบงบประมาณร่วมของแต่ละทีม เพื่อช่วยให้บริษัทตรวจสอบได้ว่าพนักงานนำเอไอไปทำงานอะไร สร้างผลงานได้มากน้อยแค่ไหน ใช้งบประมาณไปเท่าไร และมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นระหว่างทำงาน โดยเครื่องมือทั้งสามเปิดให้ลูกค้า Claude Enterprise ใช้งานทั่วไปแล้ว
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่หลายบริษัทกำลังนำเอไอเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานมากขึ้น แต่ยังต้องหาคำตอบว่าเงินที่ลงทุนไปให้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ เพราะการที่พนักงานใช้เอไอบ่อยขึ้น ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้นหรือประหยัดต้นทุนได้เสมอไป
แอนโทรปิกจึงพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพการใช้งานจริง และนำข้อมูลไปปรับปรุงการทำงานของแต่ละทีมได้
พนักงานใช้ Claude ทำงานอะไร และติดขัดตรงไหน
เครื่องมือแรกคือ Smart Reports หรือรายงานอัจฉริยะ ที่ช่วยให้ผู้บริหารตรวจสอบการใช้งาน Claude ของแต่ละทีมได้ โดยเลือกทีม ช่วงเวลา และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการวิเคราะห์ จากนั้นระบบจะนำตัวอย่างบทสนทนาจากการใช้งานมาวิเคราะห์และจัดกลุ่มตามประเภทงาน พร้อมแสดงค่าใช้จ่าย ผลงานที่เกิดขึ้น และปัญหาที่พบระหว่างทำงาน
ตัวอย่างเช่น หากทีมหนึ่งใช้ Claude ช่วยเขียนโค้ดหรือทำงานที่มีหลายขั้นตอน รายงานจะช่วยให้เห็นว่างานเหล่านั้นสร้างผลลัพธ์อะไร และมีค่าใช้จ่ายเท่าไร ขณะเดียวกันยังตรวจสอบได้ด้วยว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงไหน เช่น ระบบเชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่นไม่ได้ หรือการเรียกใช้เครื่องมือบางอย่างไม่สำเร็จ ทำให้การทำงานต้องหยุดชะงัก
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้บริษัทไม่ต้องมองแค่ตัวเลขการใช้งาน แต่สามารถตรวจสอบต่อได้ว่า อุปสรรคที่เกิดขึ้นมาจากอะไร และควรแก้ไขตรงไหนเพื่อให้พนักงานทำงานได้ราบรื่นขึ้น
แอนโทรปิกยังเสนอแนวทางนำงานที่ทำซ้ำบ่อยๆ ไปพัฒนาเป็น Skills หรือชุดความสามารถที่กำหนดไว้สำหรับใช้ทำงานประเภทนั้นซ้ำได้ รวมถึงแนะนำให้เพิ่มกฎและแนวทางการเขียนโค้ดลงในคลังโค้ดขององค์กร เพื่อให้ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ทำงานตามมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากข้อมูลที่ระบบวิเคราะห์ให้แล้ว ผู้ดูแลยังสามารถตั้งคำถามเฉพาะเกี่ยวกับการใช้โมเดลและค่าใช้จ่าย พร้อมบันทึกคำถามที่ต้องการไว้เป็นแม่แบบสำหรับใช้กับรายงานครั้งต่อไปได้ หากพนักงานติดข้อจำกัดด้านวงเงิน ผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิ์จัดการค่าใช้จ่ายก็สามารถปรับเพิ่มวงเงินจากภายในรายงานได้
เจ้าขององค์กรยังสามารถอนุญาตให้หัวหน้าทีมที่ไม่ได้เป็นผู้ดูแลระบบส่วนกลางจัดทำรายงานของทีมตัวเองได้ เพื่อให้คนที่เข้าใจลักษณะงานและปัญหาที่เกิดขึ้นจริงนำข้อมูลไปแก้ไขได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม แอนโทรปิกระบุว่า รายงานนี้มีไว้เพื่อทำความเข้าใจการใช้เอไอและวางแผนการลงทุน ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับประเมินผลงานพนักงานรายบุคคลหรือตัดสินใจเรื่องการจ้างงาน
แบบสำรวจในระบบช่วยให้บริษัทเข้าใจว่าพนักงานได้ประโยชน์จากเอไออย่างไร
เครื่องมือที่สองคือ In-app Surveys หรือแบบสำรวจภายในแอป ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานสะท้อนประสบการณ์การใช้ Claude ด้วยตนเอง เพื่อให้บริษัทเข้าใจว่าเอไอช่วยเปลี่ยนวิธีทำงานอย่างไร เพราะจำนวนครั้งที่ใช้งานหรือค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าพนักงานได้รับประโยชน์จากเครื่องมือเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน
คำถามตัวอย่างจะเน้นไปที่ประโยชน์จากการใช้งาน เช่น งานอะไรที่พนักงานทำผ่าน Claude แล้วมีคุณค่ามากที่สุด Claude ช่วยเปลี่ยนระยะเวลาที่ใช้ทำงานนั้นอย่างไร มีวิธีใช้ Claude แบบไหนที่อยากแนะนำให้เพื่อนร่วมงานทำตาม และหากวันพรุ่งนี้ไม่สามารถใช้ Claude ได้ งานส่วนไหนจะได้รับผลกระทบหรือชะลอตัวลงก่อน
ผู้ดูแลระบบสามารถแก้ไขหรือลบคำถาม เลือกกลุ่มพนักงานที่จะได้รับแบบสำรวจ กำหนดเวลาในการส่ง และเลือกตำแหน่งที่แบบสำรวจจะปรากฏได้ พนักงานจะเห็นแบบสำรวจเป็นการ์ดคำถามสั้นๆ หลังจาก Claude ตอบกลับภายในเครื่องมือที่กำลังใช้งานอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องออกจากงานไปเปิดระบบสำรวจอีกแห่งหนึ่ง
เมื่อพนักงานส่งคำตอบเข้ามา ข้อมูลจะแสดงบนหน้ารวมผลสำรวจ และผู้ดูแลระบบสามารถส่งออกข้อมูลไปยังโปรแกรมตารางคำนวณเพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อได้ ระบบยังรองรับองค์กรที่ใช้กุญแจเข้ารหัสข้อมูลซึ่งองค์กรเป็นผู้จัดการเองด้วย
สำหรับองค์กรที่กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลทั้งหมดไว้เป็นช่วงเวลาเดียวกัน แบบสำรวจและคำตอบจะถูกลบตามกำหนดนั้น ส่วนแอนโทรปิกระบุว่า ข้อมูลแบบสำรวจถือเป็นข้อมูลของลูกค้า บริษัทจะเข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการเท่านั้น
ระบบงบประมาณร่วมช่วยให้ทีมจัดสรรวงเงินตามการใช้งานจริง
เครื่องมือที่สามคือ Pooled Group Budgets หรือระบบงบประมาณร่วมของทีม ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบกำหนดงบประมาณรายเดือนก้อนเดียวสำหรับสมาชิกทั้งกลุ่ม แทนที่จะกำหนดวงเงินแยกเป็นรายบุคคลเพียงอย่างเดียว
ปัญหาของการกำหนดวงเงินแยกกันคือ พนักงานบางคนอาจต้องใช้ Claude ทำงานจำนวนมากจนวงเงินหมดตั้งแต่ต้นเดือน ขณะที่เพื่อนร่วมทีมอีกหลายคนยังใช้วงเงินไม่หมด ระบบงบประมาณร่วมจึงช่วยให้สมาชิกใช้จ่ายจากงบประมาณก้อนเดียวกันได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาที่คนซึ่งจำเป็นต้องใช้เอไอทำงานมากกว่าคนอื่นต้องหยุดใช้งาน ทั้งที่งบประมาณของทีมยังเหลืออยู่
อย่างไรก็ตาม ระบบยังคงมีวงเงินรายบุคคลเพื่อป้องกันการใช้งานที่สูงเกินไป คำขอใช้งานแต่ละครั้งจะถูกนับทั้งในวงเงินของบุคคลและงบประมาณรวมของทีม และเมื่อวงเงินข้อใดข้อหนึ่งหมด ผู้ใช้จะไม่สามารถใช้งานต่อได้ หากวงเงินไม่เพียงพอ พนักงานสามารถส่งคำขอเพิ่มจากภายใน Claude โดยคำขอจะถูกส่งให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบ ส่วนการกำหนดงบประมาณครั้งแรก ระบบจะแนะนำจำนวนเงินโดยอ้างอิงจากรูปแบบการใช้งานของทีมในช่วงที่ผ่านมา
ผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิ์จัดการค่าใช้จ่ายจะได้รับอีเมลแจ้งเตือนเมื่อทีมใช้เงินถึง 50%, 75%, 95% และ 100% ของงบประมาณที่กำหนดไว้ เพื่อให้ติดตามค่าใช้จ่ายได้เป็นระยะ และทราบเมื่อวงเงินใกล้หมดหรือถูกใช้ครบแล้ว
ค่าใช้จ่ายด้านเอไอที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทต้องหาวิธีวัดผลการลงทุน
ข้อมูลทางการเงินที่แอนโทรปิกเปิดเผยต่อนักลงทุนในสัปดาห์เดียวกัน ซึ่ง TechCrunch นำมารายงาน ระบุว่า บริษัททำกำไรจากการดำเนินงานได้ในไตรมาส 2 และมีอัตราการรักษารายได้สุทธิจากลูกค้าเดิมอยู่ที่ 900% ในไตรมาส 3 ปี 2569 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2568 ตัวเลขนี้หมายถึงรายได้จากลูกค้ากลุ่มเดิมเพิ่มขึ้นเป็นเก้าเท่าในช่วงเวลาที่นำมาเปรียบเทียบ
อีกข้อมูลหนึ่งมาจาก Jellyfish บริษัทผู้พัฒนาเครื่องมือสำหรับทีมวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ซึ่งเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือเขียนโค้ดด้วยเอไอ โดยอ้างอิงข้อมูลจากการใช้งานเครื่องมือประเภทนี้ของลูกค้าจำนวน 276,000 ราย
รายงานระบุว่า Claude Code และเครื่องมืออื่นที่ใช้โมเดลของแอนโทรปิกยังคงเป็นกลุ่มเครื่องมือที่มีการใช้งานมากที่สุดในข้อมูลสำรวจ และเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโค้ดที่เสนอให้ตรวจสอบเกือบหนึ่งในสามของทั้งหมด ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องมือเหล่านี้เพิ่มขึ้นประมาณสิบเท่านับตั้งแต่ต้นปี และคิดเป็นประมาณ 2% ของต้นทุนด้านวิศวกรรมทั้งหมดในปัจจุบัน
นิโคลัส อาร์โคลาโน (Nicholas Arcolano) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ Jellyfish กล่าวกับ TechCrunch ว่า “แม้จะมองว่าค่าใช้จ่าย 2% ยังเป็นสัดส่วนที่ไม่มาก แต่การที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าเป็นสิ่งที่ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินส่วนใหญ่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า เรากำลังเข้าสู่จุดที่บริษัทต่างๆ เริ่มตระหนักว่า แค่ทุ่มเงินไปกับเครื่องมือเอไอจำนวนมากนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องหาวิธีปรับการใช้งานให้มีประสิทธิภาพและทำให้เครื่องมือเหล่านี้สร้างผลลัพธ์ได้จริง”
แอนโทรปิกจึงเข้ามาช่วยให้บริษัทตรวจสอบได้ว่า ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับงานและผลลัพธ์อย่างไร รวมถึงค้นหาปัญหาที่ทำให้การใช้เอไอไม่ราบรื่น อย่างไรก็ตาม การมีข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้รับประกันว่าการลงทุนจะคุ้มค่า แต่ช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น
อ้างอิง: Claude





