วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม 2569

Login
Login

Meta เพิ่มการปกป้องบัญชีวัยรุ่น จำกัดเนื้อหา-ข้อความ ดีอีย้ำครอบครัวต้องร่วมดูแล

จำกัดข้อความ ลดเนื้อหาไม่เหมาะสม และแจ้งเตือนเมื่อใช้แอปนานเกินไป คือส่วนหนึ่งของเครื่องมือดูแลวัยรุ่นจาก Meta ด้านดีอีชี้ว่า ผู้ปกครองควรเปิดใจพูดคุยกับลูก เพื่อให้รู้เท่าทันความเสี่ยงบนโลกออนไลน์

KEY POINTS

  • เมตาเพิ่มมาตรการปกป้องบัญชีผู้ใช้งานวัยรุ่น โดยตั้งค่าบัญชีเป็นส่วนตัว จำกัดการส่งข้อความจากคนที่ไม่รู้จัก ลดแสดงเนื้อหาไม่เหมาะสม
  • นำเครื่องมือช่วยจัดการเวลามาใช้ เช่น แจ้งเตือนเมื่อใช้งานครบ 60 นาทีต่อวัน และโหมดพักการใช้งาน ปิดแจ้งเตือนเวลากลางคืน
  • กระทรวงดิจิทัลฯ ย้ำว่า ครอบครัวต้องช่วยดูแลและพูดคุยกับบุตรหลาน เพื่อสร้างความเข้าใจในการใช้โซเชียลมีเดียอย่างปลอดภัย 
  • เปิดตัวคู่มือสำหรับผู้ปกครองฉบับภาษาไทย เป็นแนวทางสื่อสารกับบุตรหลานเมื่อใช้โซเชียลมีเดีย

เมตา (Meta) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) จัดนิทรรศการ Digital Dialogue In Real Life ระหว่างวันที่ 22–25 ตุลาคม 2569 เพื่อชวนวัยรุ่น ผู้ปกครอง และครู ทำความเข้าใจความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ พร้อมเรียนรู้วิธีใช้โซเชียลมีเดียอย่างปลอดภัย

กิจกรรมนี้นำเสนอสถานการณ์ใกล้ตัวที่วัยรุ่นอาจพบเมื่อใช้โซเชียลมีเดีย เช่น การใช้เวลาอยู่หน้าจอนานเกินไป การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น การถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ และแรงกดดันจากเพื่อน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้วิธีรับมือผ่านกิจกรรมและคำถามชวนคิด

หนึ่งในมาตรการที่เมตานำเสนอคือ บัญชีสำหรับวัยรุ่น บน Instagram, Facebook, Messenger และ Threads ซึ่งมีการตั้งค่าความปลอดภัยไว้ตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้โซเชียลมีเดีย

บัญชีดังกล่าวตั้งค่าให้เป็นบัญชีส่วนตัว จำกัดผู้ที่สามารถส่งข้อความถึงวัยรุ่น และลดการแสดงเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเตือนเมื่อใช้งานครบ 60 นาทีต่อวัน และมีโหมดพักการใช้งานที่ปิดการแจ้งเตือนระหว่างเวลา 22.00-07.00 น.

วัยรุ่นยังไม่สามารถปรับการตั้งค่าบางอย่างให้ผ่อนคลายลงได้เอง หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง โดยเมตาระบุว่า มีการปรับการแสดงเนื้อหาให้เหมาะสมกับวัย โดยอ้างอิงแนวทางการจัดเรตภาพยนตร์สำหรับผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป รวมถึงข้อเสนอแนะจากผู้ปกครอง

ห้ามอย่างเดียวไม่พอ ต้องสร้างความเข้าใจ

บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า เยาวชนเป็นกำลังสำคัญของประเทศ การดูแลให้เติบโตอย่างปลอดภัยและรู้เท่าทันโลกดิจิทัลจึงเป็นเรื่องที่ภาครัฐและทุกภาคส่วนต้องร่วมกันดำเนินการ

“การสร้างความรู้เท่าทันดิจิทัลควรมุ่งให้เยาวชนรู้จักคิดอย่างรอบคอบและรับมือกับความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ โดยความร่วมมือกับ Meta, Childline Thailand และ Digital Tips มีส่วนช่วยจัดทำคู่มือสำหรับผู้ปกครอง เพื่อให้ครอบครัวนำไปใช้พูดคุยและดูแลบุตรหลานได้อย่างเหมาะสม” บุณย์ธิดา กล่าว

นอกจากนี้ บุณย์ธิดา ยังเน้นว่า การดูแลเด็กไม่ควรใช้วิธีห้ามเล่นโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว แต่ควรพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจว่าเด็กใช้งานอย่างไร พบเจออะไรบ้าง และจะรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างไร เพราะการห้ามโดยไม่อธิบายอาจทำให้เด็กต่อต้าน แทนที่จะเข้าใจเหตุผลของการใช้งานอย่างปลอดภัย

โดยกล่าวถึงความสำคัญของการเรียนรู้กลโกงออนไลน์จากกรณีที่เกิดขึ้นจริง เช่น การหลอกลงทุนและการหลอกซื้อขายสินค้า เพื่อให้ประชาชนเห็นรูปแบบที่มิจฉาชีพใช้ และรู้จักตรวจสอบบัญชีหรือหมายเลขโทรศัพท์ก่อนโอนเงิน

Meta เพิ่มการปกป้องบัญชีวัยรุ่น จำกัดเนื้อหา-ข้อความ ดีอีย้ำครอบครัวต้องร่วมดูแล

คู่มือผู้ปกครองฉบับภาษาไทย

เมตาเปิดตัวคู่มือสำหรับผู้ปกครองฉบับประเทศไทย (Parental Guide) ซึ่งจัดทำร่วมกับกระทรวงดีอี ETDA, Digital Tips Academy และมูลนิธิสายเด็ก 1387 เนื้อหาประกอบด้วยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือความปลอดภัย และแนวทางเริ่มต้นบทสนทนากับบุตรหลานเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์

คลารา โกห์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนกลางและอาเซียนของเมตากล่าวว่า วัยรุ่นไทยใช้เทคโนโลยีเพื่อเรียนรู้ สร้างสรรค์ และเชื่อมโยงกับผู้อื่น เมตาจึงต้องการสนับสนุนให้พวกเขาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่ พร้อมช่วยให้ครอบครัวรับมือกับความท้าทายในโลกออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ

“เทคโนโลยีและการตั้งค่าความปลอดภัยต้องควบคู่ไปกับการพูดคุยอย่างเปิดอกและการให้คำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้” โกห์กล่าว โดยนิทรรศการ Digital Dialogue IRL และคู่มือสำหรับผู้ปกครองภาษาไทยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะช่วยให้วัยรุ่น ผู้ปกครอง และครูเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยออนไลน์ร่วมกัน

บุณย์ธิดาระบุว่า วัยรุ่นและคนวัยเริ่มทำงานเป็นกลุ่มที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากที่สุดและใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์มาก จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการให้ความรู้ โดยเฉพาะเรื่องภัยจากมิจฉาชีพ ซึ่งมีข้อมูลและรูปแบบการหลอกลวงเกิดขึ้นทุกวัน

“ดีอีต้องการให้ทุกคนหยุดอ่านและศึกษาข้อมูลเหล่านี้เมื่อพบเจอ เพราะเมื่อเจอสถานการณ์จริงกับตัวเอง จะได้รู้ว่าพฤติกรรมนั้นเข้าข่ายการหลอกลวง ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลงทุนหรือหลอกซื้อของ ภาครัฐพยายามสื่อสารเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ไม่สามารถยกทุกกรณีมานำเสนอได้ทั้งหมด ขณะที่ประชาชนหลายคนรวบรวมเคสที่พบมาโพสต์เผยแพร่ ซึ่งช่วยให้คนอื่นเห็นรูปแบบพฤติกรรมของมิจฉาชีพ” บุณย์ธิดากล่าว

และย้ำว่า หากสงสัยว่ากำลังถูกหลอกให้แจ้งหน่วยงานรัฐทันที เพื่อยับยั้งขบวนการ อายัดบัญชี และติดตามคดี ส่วนก่อนโอนเงิน ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเลขบัญชีและเบอร์โทรศัพท์ผ่านแพลตฟอร์มและเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐที่เปิดให้ตรวจสอบได้

5 โซนกิจกรรมชวนสำรวจพฤติกรรมบนโลกออนไลน์

นิทรรศการ Digital Dialogue IRL แบ่งเป็น 5 โซน เพื่อให้ผู้เข้าชมเรียนรู้วิธีจัดการประสบการณ์บนโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่การควบคุมการแจ้งเตือน การรับมือกับการกลั่นแกล้ง ไปจนถึงการบริหารเวลาหน้าจอและการเลือกเนื้อหาที่ปรากฏในหน้าฟีด

โซน Social Spaces นำเสนอวิธีจัดการการแจ้งเตือน (Manage Notifications) เพื่อให้ผู้ใช้ควบคุมการรับข้อมูลจากแพลตฟอร์มได้ ส่วน Kindness Online อธิบายวิธีรายงานโพสต์ ความคิดเห็น หรือบัญชีที่ไม่เหมาะสม เพื่อจัดการกับการคุกคามทางออนไลน์ผ่านช่องทางของแพลตฟอร์ม

โซน Know Your Limits ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารเวลาการใช้งาน ผ่านการแจ้งเตือนเมื่อใช้แพลตฟอร์มครบ 60 นาทีต่อวันและโหมดพักการใช้งาน ขณะที่ Feed Control แสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมกับเนื้อหาแต่ละประเภทส่งผลต่อสิ่งที่ปรากฏในหน้าฟีดอย่างไร พร้อมแนะนำตัวเลือกอย่างสนใจ (Interested) และการซ่อนโพสต์แนะนำ

ส่วนโซน Beyond Likes ชวนผู้เข้าชมพิจารณาการใช้โซเชียลมีเดียโดยไม่ยึดติดกับยอดถูกใจเพียงอย่างเดียว พร้อมแนะนำเครื่องมือซ่อนจำนวนยอดถูกใจและจำกัดการโต้ตอบ ขณะที่เนื้อหาภายในนิทรรศการยังครอบคลุมประเด็นการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น แรงกดดันจากกลุ่มเพื่อน และการรักษาสมดุลระหว่างชีวิตออนไลน์กับกิจกรรมนอกหน้าจอ