วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2569

Login
Login

anitech ผนึก TikTok Shop รุก Omni-Channel ขยายตลาดออนไลน์

Anitech ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ TikTok Shop ลุยกลยุทธ์ Omni-Channel เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์ ปักธงปั้น Creator Ecosystem หวังดันยอดส่งมอบสินค้าสะสมแตะ 25 ล้านชิ้น ภายในปี 2571 พร้อมยกระดับสู่แบรนด์เทคโนโลยีไลฟ์สไตล์ชั้นนำในระดับภูมิภาค

anitech แบรนด์สินค้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ภายใต้บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด ประกาศความร่วมมือกับ TikTok Shop ขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ พร้อมสร้างเครือข่าย Content Creator และ Affiliate ทั่วประเทศ

ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกจากปัจจุบัน 4,800 ราย เป็น 6,000 รายภายในปี 2569 และ 10,000 รายภายในปี 2571 ควบคู่กับการรักษาฐานธุรกิจออฟไลน์และเครือข่ายดีลเลอร์ ภายใต้กลยุทธ์ Omni-Channel ที่เชื่อมโยงการขายทั้งสองช่องทาง

โธมัส-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์ anitech กล่าวว่า บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 22 ของการดำเนินธุรกิจ โดยมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 1,000 SKU ครอบคลุมสินค้าหลายกลุ่ม และมียอดส่งมอบสินค้าสะสมกว่า 20 ล้านชิ้นในหลายประเทศ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มยอดส่งมอบเป็น 25 ล้านชิ้นภายในปี 2571

บริษัทจำหน่ายสินค้าในไทย เมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม รวมถึงตลาดอื่นในภูมิภาคอาเซียน โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 100 SKU ต่อปี และเตรียมขยายโอกาสทางการค้าไปยังประเทศใหม่ในอนาคต

anitech ผนึก TikTok Shop รุก Omni-Channel ขยายตลาดออนไลน์

ผนึก TikTok Shop สร้างเครือข่าย Creator Ecosystem

พิชเยนทร์กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทำให้การซื้อสินค้าไม่ได้เริ่มจากการค้นหาผลิตภัณฑ์โดยตรงเท่านั้น แต่ยังเกิดจากคอนเทนต์ วิดีโอสั้น รีวิว และคำแนะนำจากครีเอเตอร์ที่ติดตาม ส่งผลให้แพลตฟอร์ม Social Commerce มีบทบาทในการเชื่อมความบันเทิงเข้ากับการซื้อสินค้า หรือ Shoppertainment

บริษัทยังมองว่า AI จะเข้ามามีบทบาทในการแนะนำสินค้าแก่ผู้บริโภค จึงเดินหน้าพัฒนาช่องทางออนไลน์ควบคู่กับการนำ AI มาใช้ในระบบบริหารจัดการภายในองค์กร

สำหรับการขยายเครือข่าย Affiliate บริษัทเปิดรับ Content Creator และผู้สนใจทั่วประเทศให้ร่วมสร้างคอนเทนต์ รีวิวสินค้า และแนะนำผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ TikTok Shop Affiliate โดยใช้ฐานสินค้ามากกว่า 1,000 SKU เป็นทางเลือกให้ครีเอเตอร์นำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ตามความสนใจและกลุ่มผู้ติดตาม ตั้งแต่สินค้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทำงาน ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์และคาแรคเตอร์คอลเลกชัน

เราไม่ได้ต้องการสร้างเครือข่าย Affiliate เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ขายเท่านั้น แต่ต้องการสร้างระบบนิเวศของครีเอเตอร์ หรือ Creator Ecosystem ที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ได้ในระยะยาว

พิชเยนทร์ระบุว่า ปัจจุบัน anitech มีเครือข่าย Affiliate รวม 4,800 ราย ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 6,000 รายภายในปี 2569 และ 10,000 รายภายในปี 2571 โดยมองว่าครีเอเตอร์แต่ละคนมีรูปแบบการนำเสนอสินค้าแตกต่างกัน ขณะที่ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์จะช่วยขยายโอกาสในการทำงานร่วมกับครีเอเตอร์หลายกลุ่ม

บริษัทคาดหวังให้เครือข่ายดังกล่าวช่วยสนับสนุนเป้าหมายส่งมอบสินค้าสะสม 25 ล้านชิ้นภายในปี 2571 และเปิดโอกาสให้ผู้สร้างคอนเทนต์ทั่วประเทศมีช่องทางสร้างรายได้จากการแนะนำสินค้า

เชื่อมออนไลน์–ออฟไลน์ รักษาฐานดีลเลอร์

แม้จะขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน TikTok Shop แต่บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับร้านค้าออฟไลน์และเครือข่ายดีลเลอร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของแบรนด์ โดยมองว่าการสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางออนไลน์สามารถเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้าผ่านร้านค้าได้เช่นกัน

เราเชื่อว่า Online และ Offline ไม่ได้เป็นคู่แข่งกัน แต่เป็นช่องทางที่สามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้ ผู้บริโภคอาจรู้จักสินค้าของเราผ่าน TikTok แต่เลือกไปซื้อที่ร้านค้าหรือดีลเลอร์ใกล้บ้าน ขณะที่ผู้บริโภคที่เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าออฟไลน์ก็อาจกลับมาติดตามคอนเทนต์และค้นพบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน

กลยุทธ์ Omni-Channel จึงเป็นแนวทางที่บริษัทใช้เชื่อมการทำตลาดออนไลน์เข้ากับเครือข่ายจำหน่ายเดิม เพื่อขยายโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคและสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจ

anitech ผนึก TikTok Shop รุก Omni-Channel ขยายตลาดออนไลน์

เปิดตัว Cat Company–Miffy ต่อยอด Character Marketing

อีกหนึ่งแนวทางของ anitech คือการใช้ Character Marketing เพื่อเพิ่มความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์และขยายฐานลูกค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ โดยเริ่มจาก Snoopy จาก PEANUTS ซึ่งร่วมงานกับแบรนด์เข้าสู่ปีที่ 4 ตามด้วยคาแรคเตอร์จาก Sanrio ในปี 2567

ปี 2569 บริษัทเพิ่มคาแรคเตอร์ใหม่ ได้แก่ Cat Company ซึ่งสร้างสรรค์โดยคนไทย และ Miffy คาแรคเตอร์จากเนเธอร์แลนด์ โดยเตรียมนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

พิชเยนทร์กล่าวว่า สินค้าเทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องมีเพียงฟังก์ชันการใช้งาน แต่ยังสามารถสะท้อนบุคลิก ความชอบ และตัวตนของผู้ใช้ได้ การนำคาแรคเตอร์มาใช้จึงเป็นแนวทางสร้างความแตกต่างและเชื่อมโยงแบรนด์กับผู้บริโภค

บริษัทระบุว่า ความร่วมมือกับ Cat Company เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย และเพิ่มโอกาสให้ผลงานนักสร้างสรรค์ไทยเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ขณะที่ความร่วมมือกับ Miffy เป็นการต่อยอดการทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ

ทั้งนี้ anitech มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 1,000 SKU และพัฒนาสินค้าใหม่กว่า 100 SKU ต่อปี ทำให้สามารถต่อยอดคาแรคเตอร์สู่คอลเลกชันและผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมขยายการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านครีเอเตอร์และชุมชนผู้ชื่นชอบคาแรคเตอร์บนแพลตฟอร์มออนไลน์

anitech ผนึก TikTok Shop รุก Omni-Channel ขยายตลาดออนไลน์

วางรากฐานธุรกิจ สู่ตลาดเทคโนโลยีไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาค

พิชเยนทร์กล่าวว่า บริษัทต้องการต่อยอดประสบการณ์กว่า 20 ปี ด้วยการขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน Social Commerce สร้างเครือข่าย Creator Ecosystem พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่าน Character Marketing และสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับบริษัทต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

การทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศยังเป็นช่องทางในการเข้าถึงเทคโนโลยี องค์ความรู้ และโอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่สามารถรองรับการเติบโตและส่งต่อธุรกิจสู่คนรุ่นต่อไป

เรามุ่งนำความแข็งแกร่งที่สั่งสมมากว่าสองทศวรรษมาต่อยอดด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับ anitech สู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีไลฟ์สไตล์ที่สามารถแข่งขันในระดับสากล โดยยังคงยึดมั่นในคุณภาพและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

พร้อมขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “คิดอย่างสตาร์ทอัพ ดำเนินธุรกิจอย่างเอสเอ็มอี และบริหารจัดการด้วยมาตรฐานบริษัทมหาชน” เพื่อวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว