‘ไชยชนก’ หารือ World Bank ปั้นระบบเตือนภัยพิบัติ ดูแลบริหารจัดการน้ำรับมือท่วม-แล้งด้วย AI รมว.ดีอี หารือ World Bank สร้างความร่วมมือ ยกระดับการบริหารจัดน้ำ -แจ้งเตือนภัยพิบัติ
KEY POINTS
- นายไชยชนก ชิดชอบ หารือกับ World Bank เพื่อร่วมมือพัฒนาระบบเตือนภัยพิบัติและการบริหารจัดการน้ำ โดยใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์และรับมือปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง
- World Bank พร้อมสนับสนุนทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยประเมินและวางมาตรฐานระบบเตือนภัยของไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการนำปัจจัย "คลื่นความร้อนในเมือง" (Urban Heat) มาใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยง
- มีการหารือถึงความร่วมมือในการศึกษา "พื้นที่กักเก็บน้ำที่เหมาะสม" เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในระยะยาว โดยเน้นแหล่งน้ำขนาดเล็กที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการ
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ร่วมประชุม Bilateral Meeting with World Bank Water Global Practices โดยมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการพยากรณ์อากาศ และการยกระดับการแจ้งเตือนภัยพิบัติ ในห้วงการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026
ทั้งนี้ รมว.ดีอี ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับ World Bank ในการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้าน อุทก-อุตุนิยมวิทยา (Hydrometeorology) การพยากรณ์อากาศ การบริหารจัดการน้ำ และระบบการเตือนภัยล่วงหน้า ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การจัดทำ Dash Board ข้อมูลแบบ Real-time และการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ AI เพิ่มประสิทธิภาพการคาดการณ์และการตัดสินใจ การยกระดับ Urban Heat (คลื่นความร้อนภายในเมือง) ให้เป็นหนึ่งในปัจจัยทางเทคนิค สำหรับการวิเคราะห์สภาพอากาศและความเสี่ยง
ขณะที่ World Bank พร้อมสนับสนุนทีมผู้เชี่ยวชาญ ที่เข้าใจบริบทของประเทศไทย เพื่อร่วมประเมินระบบ และเชื่อมโยงการปฏิบัติร่วมกันได้จริง พร้อมบูรณาการจัดทำแนวมาตรฐานของการปฏิบัติงาน และการจำลองการปฏิบัติงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับสามารถตัดสินใจตามแนวทางปฏิบัติได้ แม้ผู้บริหารระดับสูงไม่อยู่ในสถานการณ์นั้น
พร้อมจัดทำรายงานข้อมูลการวินิจฉัยในระยะสั้น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่นำไปใช้จริง ซึ่งจะทำให้เกิดการนำเสนอแนวทางที่สามารถทดสอบการปฏิบัติงานและนำไปใช้ได้จริงในระยะเวลาภายในไม่กี่เดือน พร้อมกับการเสนอการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ นายไชยชนก ยังได้กล่าวถึงความร่วมมือด้านการศึกษา “พื้นที่กักเก็บน้ำที่เหมาะสม” เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ภายใต้แนวคิด “เก็บน้ำส่วนเกินเพื่อลดน้ำท่วม และนำกลับมาใช้ในช่วงภัยแล้ง” โดย World Bank จะเป็นหน่วยงานกลางในการประเมินพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการกักเก็บและผันน้ำ ร่วมทั้งการวิเคราะห์ปริมาณฝน ภูมิประเทศ แม่น้ำ พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง และพื้นที่ที่มีน้ำส่วนเกิน โดยเน้นแหล่งน้ำขนาดเล็กและให้ชุมชนมีส่วนร่วม การใช้เทคโนโลยี ข้อมูลภาครัฐ ที่ควบคู่ไปกับการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ขณะเดียวกันที่ประชุม ยังมีการหารือเรื่อง Data Center และ AI Infrastructure ของไทย ซึ่งปัจจุบัน World Bank กำลังศึกษาความต้องการพลังงานจาก Data Center และ AI โดยมีไทยเป็นหนึ่งใน 5 ประเทศกรณีศึกษาด้วย





