วันเสาร์ ที่ 26 กันยายน 2569

Login
Login

Vogue ส่งหุ่นยนต์จีนขึ้นรันเวย์มิลาน แต่คนกลับพูดถึง ‘ความไม่อิน’ มากกว่าแฟชั่น

หุ่นยนต์ 4 ตัวจาก Unitree กลายเป็นจุดสนใจของ Vogue World 2026: Milano ขณะที่เบื้องหลังคือ ความพยายามพูดถึงมนุษย์ในยุคเอไอ และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่าง Vogue กับบริษัทเทคโนโลยี

KEY POINTS

  • Vogue World ที่มิลานนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากบริษัทจีน Unitree ขึ้นแสดงบนรันเวย์ ซึ่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์
  • การนำหุ่นยนต์มาใช้ในโชว์จุดประเด็นคำถามถึงผลกระทบของเอไอที่อาจเข้ามาแทนที่อาชีพของมนุษย์ในวงการสร้างสรรค์

หากพูดถึงแฟชั่นโชว์ อาจนึกถึงเสื้อผ้า นางแบบ แสง สี หรือบรรยากาศบนรันเวย์ที่ถูกออกแบบมาให้ตื่นตาตื่นใจ แต่ในงาน Vogue World ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ปี 2569 นี้ สิ่งที่คนพูดถึงมากที่สุดกลับไม่ใช่เสื้อผ้า แต่คือ “หุ่นยนต์”

ช่วงท้ายของงานมีการแสดงชื่อว่า The Age of Intelligence ซึ่งนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ Unitree บริษัทจากจีน ออกมาเดินและเต้นกลางงาน พร้อมเพลง L’Amour Toujours ของ Gigi D’Agostino

หุ่นยนต์แต่ละตัวขยับแขนราวกับกำลังเรียกเสียงปรบมือ บางตัวเต้นและทำท่าคล้ายการหมุน ขณะที่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากนางแบบบนรันเวย์อย่างชัดเจนคือ หุ่นยนต์ทั้งหมดไม่ได้สวมเสื้อผ้า

ภาพของอเลสซานโดร มิเคเล (Alessandro Michele) ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Valentino ซึ่งนั่งชมอยู่แถวหน้า แสดงสีหน้าประหลาดใจระหว่างชมการแสดง กลายเป็นภาพที่ถูกนำไปทำเป็นมีมและข้อความล้อเลียนปฏิกิริยาที่มีต่อโชว์ ทำให้บทสนทนาหลังงานส่วนใหญ่หันไปอยู่ที่หุ่นยนต์บนเวที

Vogue ส่งหุ่นยนต์จีนขึ้นรันเวย์มิลาน แต่คนกลับพูดถึง ‘ความไม่อิน’ มากกว่าแฟชั่น

Vogue World เป็นงานประจำปีของนิตยสาร Vogue ซึ่งจัดมาแล้ว 5 ปี และเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ทั้งนิวยอร์ก ลอนดอน ปารีส และฮอลลีวูด งานไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่นโชว์ แต่ยังรวมการแสดง คนดัง และกิจกรรมทางธุรกิจเข้าด้วยกัน

สำหรับงานปีนี้ Vogue วางธีมไว้ที่การเฉลิมฉลองงานฝีมือของอิตาลีและสัมผัสของมนุษย์ในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การนำหุ่นยนต์มาอยู่ในช่วง The Age of Intelligence จึงเป็นส่วนหนึ่งของการพูดถึงความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ในยุคที่เอไอและหุ่นยนต์กำลังเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น

ฮวน คอสตา ปาซ (Juan Costa Paz) ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Vogue World Milano อธิบายว่า การนำหุ่นยนต์เข้ามาในโชว์ต้องการพูดถึงช่วงเวลาที่มนุษย์กำลังเริ่มเข้าสู่ยุคของหุ่นยนต์ เพราะหุ่นยนต์ในวันนี้ยังดูแข็งๆ และเคลื่อนไหวไม่เป็นธรรมชาติมากนัก คล้ายกับโทรศัพท์มือถือยุคแรกที่มีขนาดใหญ่จนแทบเหมือนกระเป๋าเดินทาง ก่อนที่เทคโนโลยีจะพัฒนาต่อมาเป็นอุปกรณ์ที่คนคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน

“มันสนุก เพราะหุ่นยนต์ก็สนุก แต่ในขณะเดียวกันมันก็น่ากลัว และต้องการจะบอกว่า เอไอจะไม่หายไป และหุ่นยนต์ก็จะไม่หายไป” คอสตา ปาซ กล่าว

Vogue ส่งหุ่นยนต์จีนขึ้นรันเวย์มิลาน แต่คนกลับพูดถึง ‘ความไม่อิน’ มากกว่าแฟชั่น

แฟชั่นกับเทคโนโลยีไม่ได้เพิ่งมาเจอกัน

ความใกล้ชิดระหว่างวงการแฟชั่นกับเทคโนโลยีไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นจาก Vogue World ครั้งนี้ เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีและกลุ่มคนจากวงการเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของ Vogue มากขึ้น

สำหรับงานที่มิลาน Meta บริษัทเทคโนโลยีเจ้าของเฟซบุ๊กและอินสตราแกรมเข้ามาสนับสนุนผ่าน Meta Glasses ขณะที่ OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT ก็เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนของงาน

เจสัน จอห์นสัน (Jason Johnson) ผู้ก่อตั้ง Culture Impact Agency ซึ่งติดตามความสัมพันธ์ระหว่างแฟชั่นกับเทคโนโลยี มองว่าความสัมพันธ์นี้เกี่ยวข้องทั้งเรื่องเงินและอิทธิพลทางวัฒนธรรม โดยสื่อแฟชั่นกำลังมองหาวิธีสร้างรายได้ใหม่ ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีมีเงินทุน แต่สิ่งที่โลกเทคโนโลยีต้องการจากแฟชั่นคือการเข้าถึงวัฒนธรรมและพื้นที่ที่มีอิทธิพลต่อผู้คน

จอห์นสันยกตัวอย่างความสัมพันธ์ดังกล่าวย้อนกลับไปถึงปี 2558 เมื่อจอนนี ไอฟ์ (Jony Ive) อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Apple ร่วมเป็นประธานงาน Met Gala และในปี 2569 เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) และลอเรน ซานเชซ (Lauren Sanchez) ก็ปรากฏตัวบนปก Vogue ฉบับงานแต่งงานและร่วมเป็นประธานงาน Met Gala

ความสัมพันธ์ระหว่างสองวงการจึงไม่ได้มีเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้กับเสื้อผ้า แต่ยังรวมถึงการที่บุคคลและบริษัทจากวงการเทคโนโลยีเข้ามามีพื้นที่ในโลกแฟชั่นและวัฒนธรรมมากขึ้น

แต่หุ่นยนต์บนรันเวย์ก็มีคนตั้งคำถาม

ขณะเดียวกัน การนำเทคโนโลยีมาอยู่กลางงานแฟชั่นก็ทำให้เกิดคำถามอีกด้าน โดยเฉพาะเมื่อเอไอและระบบอัตโนมัติกำลังถูกพูดถึงในประเด็นเรื่องงานและรายได้ของมนุษย์

เทคครันช์รายงานว่า ผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีรายหนึ่งแสดงความเห็นผ่านอินสตาแกรมว่า เขาไม่พอใจกับภาพของคนดังที่ปรบมือให้กับหุ่นยนต์ เพราะในเวลาเดียวกัน เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังถูกพูดถึงในเรื่องการแทนที่งานและผลกระทบต่อรายได้ของคนทำงาน พร้อมตั้งคำถามว่าหุ่นยนต์ที่อยู่บนรันเวย์กำลังเป็นตัวแทนของอะไร และประชดว่า “มันกำลังโฆษณาอะไรอยู่ หูฟังหรือ?”

คำวิจารณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่การพัฒนาเอไอและระบบอัตโนมัติทำให้ประเด็นเรื่องงานของมนุษย์ถูกพูดถึงมากขึ้น ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีเหล่านี้ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นอื่น เช่น การเฝ้าระวัง การใช้พลังงาน และอำนาจของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

เทคโนโลยีในแฟชั่นไม่ได้มีแค่หุ่นยนต์

มูนา อิเคดิโอนวู (Muna Ikedionwu) ผู้ก่อตั้ง MKEDI บริษัทให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์สำหรับสตาร์ตอัประยะเริ่มต้น มองว่าการนำหุ่นยนต์มาเดินบนรันเวย์ยังแสดงให้เห็นเพียงส่วนเล็กๆ ของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างเทคโนโลยีกับแฟชั่น การออกแบบ และศิลปะ

เธอระบุว่า เคยเห็นการนำเอไอมาใช้ในงานแฟชั่นและการออกแบบที่น่าสนใจกว่านี้มาก และการนำหุ่นยนต์มาเดินบนรันเวย์ยัง “ไม่แม้แต่จะเข้าใกล้” ขอบเขตทั้งหมดของความเป็นไปได้ดังกล่าว

ตัวอย่างหนึ่งคือเอเอ มูราคามิ (AA Murakami) ศิลปินคู่ที่ทำงานอยู่ระหว่างศิลปะและวิศวกรรม ซึ่งสร้างชุดฟองสบู่ให้เอลีน กู (Eileen Gu) สวมในงาน Met Gala 2026 โดยแนวคิดของพวกเขาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า ephemeral technology หรือเทคโนโลยีที่ผูกเข้ากับความไม่ถาวรของงานศิลปะและประสบการณ์ของมนุษย์

ในอีกกรณีหนึ่ง Schiaparelli เคยนำเทคโนโลยีเก่ากลับมาเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่น โดยคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิปี 2567 มีทั้งหุ่นยนต์รูปทารกประดับคริสตัล Swarovski และชุดที่ใช้ชิ้นส่วนจากเทคโนโลยีเก่าอย่างไมโครชิปจากคอมพิวเตอร์

ตัวอย่างเหล่านี้ทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีในแฟชั่นไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้าง “เสื้อผ้าอัจฉริยะ” หรือการนำหุ่นยนต์มาเดินบนเวทีเท่านั้น แต่สามารถเข้าไปอยู่ในวัสดุ กระบวนการออกแบบ เครื่องมือที่ศิลปินใช้ ไปจนถึงแนวคิดเบื้องหลังผลงาน

สำหรับ Vogue ความสัมพันธ์นี้ยังมีทิศทางต่อไป โดย Vogue World ครั้งถัดไปในปี 2570 มีกำหนดจัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐ ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและซิลิคอนวัลเลย์

หลังจากหุ่นยนต์ 4 ตัวเดินและเต้นบนรันเวย์มิลานเพียงไม่กี่นาที สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจึงไม่ได้มีแค่ภาพแฟชั่นโชว์ แต่ยังเปิดให้เห็นอีกด้านของความสัมพันธ์ระหว่างแฟชั่นกับเทคโนโลยี ตั้งแต่การนำเอไอและหุ่นยนต์มาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการออกแบบและสร้างงานศิลปะ

อ้างอิง: Techcrunch และ Vogue