’ทรู‘ชี้เทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่คู่แข่งของคอมพิวเตอร์หรือ AI แต่เป็นขุมพลังประมวลผลยุคใหม่ที่ทำงานร่วมกันแบบไฮบริด เดินหน้าปั้นบุคลากร-ต่อยอดอุตสาหกรรม พร้อมเตรียมทดสอบต้นแบบ Digital Twin บริหารโครงข่ายเสาสัญญาณหลายหมื่นต้นทั่วประเทศในเดือน ธ.ค.นี้
เทคโนโลยีควอนตัมกำลังขยับสถานะจาก “เทคโนโลยีแห่งอนาคต” เข้าสู่ช่วงที่ภาคธุรกิจเริ่มมองเห็นโอกาสในการนำไปใช้งานจริงมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อการเข้าถึงระบบประมวลผลควอนตัมผ่าน Cloud ทำได้ง่ายขึ้น และไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องฮาร์ดแวร์ราคาแพงด้วยตัวเอง
เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ภาครัฐและเอกชนชั้นนำ ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เครือเจริญโภคภัณฑ์ อไรซ์ ทรู คอร์ปอเรชั่น QTRic และ qBraid ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ควอนตัมจากสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกันเปิดตัว “Quantum Club Thailand” แพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับประเทศ
ปัจจุบัน Quantum Club Thailand มีสมาชิกแล้วกว่า 130 ราย สะท้อนความสนใจต่อเทคโนโลยีดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมในช่วง 5-10 ปีก่อนที่เทคโนโลยีควอนตัมยังอยู่ในระยะทดลอง มีต้นทุนสูง และการนำไปใช้งานจริงยังไม่แพร่หลายแต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยอัตราการเติบโตและการเปิดรับเทคโนโลยีควอนตัมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ควอนตัมไม่แทนที่ AI แต่เสริมพลังคอมพิวเตอร์
เอกราช อธิบายว่า สิ่งสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องเข้าใจก็คือ เทคโนโลยีควอนตัมไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนคอมพิวเตอร์แบบเดิม หรือ AI แต่จะเข้ามาทำงานร่วมกันในรูปแบบ Hybrid Computing โดยมี Quantum Processing Unit (QPU) ทำงานร่วมกับ CPU และ GPU ที่มีอยู่เดิม
จุดเด่นของควอนตัมอยู่ที่ความสามารถในการประมวลผลทางเลือกจำนวนมหาศาลในรูปแบบที่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์ทั่วไป ซึ่งโดยหลักต้องประมวลผลและเปรียบเทียบทางเลือกตามขั้นตอน
ศักยภาพดังกล่าวทำให้ควอนตัมถูกจับตามองสำหรับโจทย์ที่มีความซับซ้อนสูงและต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาล เช่น การสร้างแบบจำลองและคาดการณ์แผ่นดินไหว การค้นคว้าวัคซีนและยารักษาโรคมะเร็ง ตลอดจนการค้นหาวัสดุศาสตร์รูปแบบใหม่
เทคโนโลยีควอนตัมไม่ได้มาแทนที่คอมพิวเตอร์เดิม หรือ AI แต่เป็นการทำงานร่วมกัน โดย QPU จะทำงานร่วมกับ CPU และ GPU เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลโจทย์ที่ซับซ้อน
ตลาดควอนตัมโลกเร่งเครื่อง 3 ด้าน
ทิศทางการเติบโตของเทคโนโลยีควอนตัมในช่วงที่ผ่านมา สามารถมองเห็นได้จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
- การลงทุน
- บุคลากร
- การใช้งานเชิงพาณิชย์
ด้านการลงทุน (Spending) ปัจจุบันทั่วโลกมีการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีควอนตัมสูงถึง 1.26 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12.6 Billion ดอลลาร์ สะท้อนว่าควอนตัมกำลังขยายตัวเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในแวดวงงานวิจัยอีกต่อไป
ด้านบุคลากร (Talent) ตลาดกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนกำลังคนด้านควอนตัมอย่างมาก โดยบุคลากรที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถรองรับความต้องการของตลาดได้เพียงประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้น ทำให้การพัฒนาคนกลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของประเทศที่ต้องการสร้างขีดความสามารถด้านควอนตัม
ด้านการใช้งานเชิงพาณิชย์ (Adoption) ปัจจุบันมีบริษัทชั้นนำมากกว่า 300 แห่งทั่วโลกที่เริ่มนำเทคโนโลยีควอนตัมไปใช้ในภาคธุรกิจจริง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการวิจัยและพัฒนา (R&D)
วาง 3 แกน สร้างคน-สร้างอุตสาหกรรม-สร้างโจทย์
สำหรับประเทศไทย นายเอกราช กล่าวว่า ความร่วมมือผ่าน Quantum Club Thailand วางกลไกการขับเคลื่อนออกเป็น 3 แกนหลัก ได้แก่ Quantum Academy, Quantum Industry และ Quantum Lab
เริ่มจาก Quantum Academy ซึ่งมุ่งสร้างและยกระดับบุคลากรไทย โดยพัฒนาหลักสูตร Certification ภายใต้ชื่อ “Quantum Ready Thailand (QRT)” ตั้งแต่ระดับ Foundation ไปจนถึง Architect
สำหรับหลักสูตรระดับ Foundation รุ่นแรกเปิดรับจำนวน 50 ที่นั่ง และได้รับความสนใจจนเต็มอย่างรวดเร็ว ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาขยายจำนวนที่นั่งเพิ่มเติม โดยหลักสูตรจะเริ่มเรียนวันที่ 16 ต.ค.นี้ ในรูปแบบ Hybrid
เป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการสร้างคนที่เข้าใจทฤษฎีควอนตัม แต่ต้องการสร้างบุคลากรที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านควอนตัมเข้ากับโจทย์ทางธุรกิจและอุตสาหกรรมได้
ทรูเปิดเกม Telco ใช้ Quantum บริหารเสาสัญญาณ
ขณะที่แกน Quantum Industry จะมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีควอนตัมเข้าสู่โจทย์อุตสาหกรรมนำร่อง โดยหนึ่งในกรณีศึกษาที่ทรูให้ความสำคัญ คือ Telco Network Optimization
ทรูเตรียมนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาช่วยบริหารจัดการโครงข่ายเสาสัญญาณที่มีอยู่หลายหมื่นต้นทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโจทย์ที่มีตัวแปรจำนวนมาก ทั้งตำแหน่งของเสาสัญญาณ การจัดสรรความถี่ ความหนาแน่นของผู้ใช้งาน การเคลื่อนที่ของผู้ใช้บริการ รวมถึงการบริหารจัดการโครงข่ายในสถานการณ์ภัยพิบัติ
โจทย์ดังกล่าวมีความซับซ้อนจากจำนวนตัวแปรและทางเลือกที่ต้องนำมาพิจารณาพร้อมกัน จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สามารถนำศักยภาพของการประมวลผลแบบควอนตัมเข้ามาทดลองได้
ทรูมีแผนเปิดตัวและทดสอบต้นแบบ หรือ Prototype ในรูปแบบ Digital Twin ซึ่งเป็นการสร้างแบบจำลองเสมือนจริงของโครงข่ายในเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อทดสอบความสามารถในการบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่าย ก่อนนำผลลัพธ์มาประเมินเพื่อพัฒนาต่อยอดในวงกว้าง
นอกจาก Network Optimization แล้ว ยังมีแผนต่อยอดไปสู่โจทย์ Energy Optimization เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโครงข่าย รวมถึง Quantum Security / Post-Quantum Cryptography (PQC) เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในยุคที่เทคโนโลยีควอนตัมเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ในระยะถัดไปยังมีแผนขยายความร่วมมือไปยังอุตสาหกรรมการเงินและธนาคาร หรือ Finance เพื่อค้นหา Use Case ที่สามารถนำควอนตัมไปใช้แก้โจทย์ทางธุรกิจได้จริง
ลดกำแพงต้นทุน เปิดทางไทยเข้าถึง Quantum Cloud
เอกราช กล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การเข้าถึงควอนตัมเปลี่ยนไปอย่างมาก คือรูปแบบการให้บริการผ่าน Cloud
ในอดีต การทดลองหรือใช้งานเทคโนโลยีควอนตัมอาจต้องลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์มูลค่าสูงถึง 400–500 ล้านบาท ทำให้มีข้อจำกัดด้านต้นทุนและการเข้าถึง โดยเฉพาะสำหรับองค์กรหรือสถาบันการศึกษาที่ต้องการทดลองเทคโนโลยี
แต่ปัจจุบัน ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง qBraid ทำให้ประเทศไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีควอนตัมผ่านระบบ Cloud ในรูปแบบ Pay-per-use หรือจ่ายตามการใช้งานจริง โดยคิดตามปริมาณการใช้งานหรือระยะเวลาที่ใช้ในการประมวลผล
รูปแบบดังกล่าวช่วยลดต้นทุนในการเข้าถึงและทดลองเทคโนโลยีลงอย่างมาก และเปิดโอกาสให้นักวิจัย ภาคธุรกิจ รวมถึงบุคลากรไทย สามารถทดลองใช้งานเครื่องควอนตัมระดับโลกได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องด้วยตัวเอง
เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงการรอว่าวันไหนจะได้ใช้ควอนตัม แต่คือการเตรียมความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของประเทศไทยให้พร้อมก่อนที่อนาคตนั้นจะมาถึง
ดังนั้น หากประเทศไทยไม่เริ่มเตรียมความพร้อมด้านควอนตัมตั้งแต่วันนี้ เมื่อเทคโนโลยีเข้าสู่ช่วงที่สามารถใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไทยอาจเผชิญข้อจำกัดในการแข่งขันกับประเทศที่เริ่มลงทุนและสร้างบุคลากรไว้ล่วงหน้า





