วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2569

Login
Login

สดช.เปิด ‘Thailand Digital Outlook’ คนไทย 66.8% เชื่อ AI หนุนชีวิต-งาน สูงสุดใน OECD

ผลสำรวจจากกว่า 46,810 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบคนไทย 66.8% เชื่อ AI ส่งผลบวกต่อชีวิตและการทำงาน สูงสุดอันดับ 1 จาก 23 ประเทศ OECD ขณะที่ 31.56% เริ่มใช้ AI แล้ว และหญิงไทยวัย 16–24 ปี มีทักษะเขียนโค้ดติดอันดับ 1 จาก 36 ประเทศ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการ “ใช้เทคโนโลยี” สู่โจทย์การสร้างทักษะและนวัตกรรม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาโครงการ Thailand Digital Outlook ประจำปี 2569 ที่ ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อจัดเก็บตัวชี้วัดการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศไทย ตามกรอบ Going Digital Toolkit ของ Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) โดยในปี 2569 สดช.ได้จัดเก็บตัวชี้วัดรวม 102 ตัวชี้วัด ครอบคลุม 8 มิติตามกรอบมาตรฐาน OECD จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 46,810 รายทั่วประเทศ

ผลการศึกษาครั้งนี้สะท้อนพัฒนาการของประเทศไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะทัศนคติและทักษะด้านดิจิทัลของคนไทยที่มีแนวโน้มเปิดรับเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น และมีตัวชี้วัดหลายด้านที่อยู่ในระดับโดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ

ตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้อยู่ที่ ทัศนคติของคนไทยต่อปัญญาประดิษฐ์ AI โดยพบว่า คนไทยมีความเชื่อมั่นว่า AI จะส่งผลเชิงบวกต่อชีวิตและการทำงานสูงถึง 66.80%ทำให้ไทยอยู่ใน อันดับ 1 จาก 23 ประเทศสมาชิก OECD และสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ซึ่งอยู่ที่ 28.60% กว่า 2 เท่า

นอกจากทัศนคติที่เปิดรับแล้ว คนไทยยังเริ่มนำ AI เข้ามาใช้จริงในชีวิตประจำวันและการทำงาน โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 31.56% ขณะที่ทักษะที่คนไทยสนใจเรียนรู้มากที่สุด ได้แก่ การใช้โปรแกรมสำเร็จรูป 37.82% และ การสั่งงานด้วยข้อความ หรือ Prompting 33.86%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า AI กำลังขยับจากเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงในระดับนโยบายและภาคธุรกิจ เข้ามาสู่การใช้งานจริงของประชาชนมากขึ้น ขณะเดียวกันความต้องการเรียนรู้ Prompting ก็สะท้อนถึงการเตรียมตัวของผู้ใช้เพื่อทำงานร่วมกับ AI มากขึ้น

อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าสนใจคือทักษะการเขียนโค้ดของหญิงไทยช่วงอายุ 16-24 ปี ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 23.91% ครองอันดับ 1 จาก 36 ประเทศสมาชิก OECD สะท้อนพัฒนาการด้านทักษะดิจิทัลของคนรุ่นใหม่ และศักยภาพของกำลังคนที่จะเข้ามามีบทบาทในเศรษฐกิจดิจิทัล

ขณะที่ภาคธุรกิจไทยก็มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงถึง 94.05% สูงเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศสมาชิก OECD การใช้บริการคลาวด์แบบชำระเงินอยู่ที่ 65.42% หรืออันดับ 9 จาก 40 ประเทศ และมีมาตรการด้านความปลอดภัยไซเบอร์อยู่ที่ 57.42% หรืออันดับ 3 จาก 28 ประเทศ

เขา เสริมว่า ในมิติการเข้าถึงและพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของประชาชน พบว่าครัวเรือนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึง 93.20% และใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลักถึง 97.06%ขณะที่การซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่าน e-Marketplace คิดเป็น 85.9% โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายเฉลี่ย 435.83 บาทต่อครั้ง

สินค้าที่ได้รับความนิยมในการซื้อออนไลน์ 3 อันดับแรก ได้แก่

  • สินค้าอุปโภคบริโภค 29.27% 
  • เสื้อผ้าและรองเท้า 24.55%
  • เครื่องสำอาง 14.68%

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภค พบว่า ความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม เป็นปัจจัยอันดับแรก อยู่ที่ 64.26% ขณะที่กลุ่มที่ยังไม่ซื้อสินค้าทางออนไลน์ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและระบบการชำระเงิน

พร้อมกันนี้ ภายในงานยังจัดเวทีเสวนาหัวข้อ “From Digital Adoption to Innovation Leadership: Advancing Thailand’s Digital Economy จากการใช้เทคโนโลยี สู่การเป็นผู้นำนวัตกรรม : ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยสู่อนาคต” โดยมีวิทยากรจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) และสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

เป้าหมายสำคัญของเวทีคือการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย จากการเป็นเพียง “ผู้ใช้เทคโนโลยี” ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างนวัตกรรม” ที่สามารถนำเทคโนโลยี ข้อมูล และทักษะดิจิทัลมาสร้างมูลค่าเพิ่มและแข่งขันในตลาดระดับสากล”

ผล Thailand Digital Outlook 2569 จึงสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของไทยที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรือการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่กำลังขยับเข้าสู่โจทย์ที่ใหญ่ขึ้น ทั้งการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาทักษะดิจิทัล การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและข้อมูลส่วนบุคคล และการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ