วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

Meta เปิดตัว Muse Charm หวังให้คนพกเอเจนต์เอไอไว้กับตัว แทนการเปิดแอปบนมือถือ

หลัง Muse มียอดดาวน์โหลดหลายล้านครั้ง Meta เปิดตัว Muse Charm หวังเปลี่ยนเอเจนต์เอไอจากซอฟต์แวร์ในมือถือให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้ใช้พกติดตัว ขณะที่ประสบการณ์จาก Rabbit R1 ทำให้คำถามเรื่องการใช้งานจริงยังสำคัญ

KEY POINTS

  •  Muse Charm อุปกรณ์พกพาขนาดเล็กสำหรับเข้าถึง Muse ซึ่งเป็นเอเจนต์เอไอของบริษัท Meta
  • มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้สามารถพกพาและเรียกใช้เอไอได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน
  • การเปิดตัวอุปกรณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนทิศทางของบริษัท จากเมตาเวิร์ส มาสู่เอไออัจฉริยะส่วนบุคคล
  • Muse Charm เป็นความพยายามของเมตาในการสร้างคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพาระบบปฏิบัติการ Apple และ Google

เมตา (Meta) กำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องอุปกรณ์สำหรับเอไอ จากเดิมที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) เคยวางเมตาเวิร์สเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ยุคถัดไป วันนี้บริษัทกำลังหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า เอไออัจฉริยะส่วนบุคคล หรือ personal superintelligence และหนึ่งในอุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับแนวคิดนี้คือ Muse Charm ขนาดใกล้เคียงกับนาฬิกาพกพา ถูกนำมาเปิดตัวในงาน Meta Connect ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทในเมืองเมนโลพาร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

Muse Charm ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึง มิวส์ (Muse) เอเจนต์เอไอของเมตาได้โดยตรง เพียงแตะที่ตัวอุปกรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอปเอไอบนสมาร์ตโฟน ขณะที่ตัวเครื่องมี 5G modem ในตัว จึงสามารถเชื่อมต่อกับมิวส์ได้แม้ไม่มี WiFi แต่ยังไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้

แนวคิดนี้เกี่ยวข้องกับเป้าหมายที่เมตาพยายามทำมานาน นั่นคือ การสร้างแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพาระบบปฏิบัติการของแอปเปิล (Apple) และกูเกิล (Google) เพราะทุกวันนี้การเข้าถึงบริการดิจิทัลบนสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ยังต้องผ่านระบบของทั้งสองบริษัท

Meta เปิดตัว Muse Charm หวังให้คนพกเอเจนต์เอไอไว้กับตัว แทนการเปิดแอปบนมือถือ

Photo: Carlos Barria From Reuters

เมตาเคยเดิมพันครั้งใหญ่กับเมตาเวิร์ส โดยซักเคอร์เบิร์กมองว่า โลกดิจิทัลเสมือนจริงจะเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ยุคต่อไป จนบริษัทเปลี่ยนชื่อจาก Facebook เป็น Meta ในปี 2564 แต่ในการปราศรัยครั้งล่าสุด ซักเคอร์เบิร์กบอกว่า ทิศทางของบริษัทกำลังเปลี่ยนไป เพราะเขามองว่า personal superintelligence จะเกิดขึ้นก่อน และมีความสำคัญมากกว่าเมตาเวิร์ส

“เป็นเรื่องที่ค่อนข้างชัดเจนว่า personal superintelligence ไม่เพียงจะเกิดขึ้นก่อนเท่านั้น แต่จะมีขนาดใหญ่และมีความสำคัญมากกว่าด้วย” ซักเคอร์เบิร์กกล่าวในงาน Meta Connect

เขากล่าวต่อว่า เมตาจึงเปลี่ยนจุดสนใจไปที่การสร้างอุปกรณ์ที่ดีที่สุดสำหรับ personal superintelligence และมิวส์จะเปิดให้ใช้งานบนแว่นตาอัจฉริยะของเมตาในเร็วๆ นี้ด้วย

การเปลี่ยนทิศทางนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มิวส์กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก หลังเปิดให้ใช้งานและมียอดดาวน์โหลดหลายล้านครั้งในเวลาไม่นาน นักวิเคราะห์บางรายมองว่า การเปิดตัวมิวส์อาจเป็นหนึ่งในการเปิดตัวแอปครั้งใหญ่ที่สุดในสหรัฐ นับตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2565 และจุดกระแสการใช้งานเอไอในวงกว้าง

สิ่งที่ทำให้มิวส์แตกต่างจากแชตบอตทั่วไปคือ การทำงานในฐานะเอเจนต์เอไอ ซึ่งไม่ได้มีหน้าที่เพียงตอบคำถาม แต่สามารถดำเนินงานบางอย่างแทนผู้ใช้ได้ เช่น จองเที่ยวบินหรือจัดการเรื่องภาษี ความสามารถลักษณะนี้กำลังทำให้นักลงทุนจับตามองว่า หากเอเจนต์เอไอสามารถทำงานเหล่านี้แทนผู้ใช้ได้มากขึ้น รูปแบบการใช้งานบริการออนไลน์บางประเภทอาจเปลี่ยนไป

ในช่วงที่ผ่านมา หุ้นของบริษัทที่ถูกมองว่าอาจได้รับประโยชน์จากการที่ผู้ใช้ให้เอเจนต์เอไอทำงานแทน เช่น Shopify ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้นของ Booking บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ และ Intuit ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ TurboTax ปรับตัวลดลง

สำหรับ Muse Charm ตัวอุปกรณ์มีหน้าจอขนาดประมาณ 2 นิ้ว หรือราว 5 เซนติเมตร ผู้ใช้สามารถควบคุมหน้าจอด้วยนิ้วหัวแม่มือ และมีตัวละครมิวส์ที่ปรับแต่งได้อยู่ตรงกลางหน้าจอ ขนาดที่เล็กทำให้สามารถพกติดตัวได้โดยไม่ต้องสวมใส่เหมือนแว่นตาอัจฉริยะ

ลักษณะของอุปกรณ์อาจเข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ซึ่งในข่าวนี้หมายถึงคนอายุประมาณ 14-29 ปี และมีแนวโน้มใช้เอไอในฐานะผู้ช่วยหรือเพื่อนสำหรับระดมความคิด มากกว่าจะใช้เพียงเป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูล

ลินดา ซุย (Linda Sui) ผู้ก่อตั้ง Smart Analytics Global บริษัทวิจัยตลาด กล่าวว่า Muse Charm อาจได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นการนำเอไอ แฟชั่น และการปรับแต่งให้เข้ากับผู้ใช้มารวมกัน โดยเฉพาะหากราคาสามารถเข้าถึงได้และใช้งานง่าย

ส่วนจิเทช อูบรานี (Jitesh Ubrani) ผู้อำนวยการของบริษัทวิจัยตลาดไอดีซี (IDC) มองว่า อุปกรณ์นี้อาจเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการสวมแว่นตา หรือยังไม่ไว้วางใจการใช้งานแว่นตาอัจฉริยะ เขายังเปรียบเทียบประสบการณ์ที่อุปกรณ์มีตัวละครมิวส์อยู่บนหน้าจอกับ ทามาก็อตจิ (Tamagotchi) สัตว์เลี้ยงเสมือนจริงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปลายทศวรรษ 1990

“บางคนอาจจำทามาก็อตจิได้ และสิ่งนี้อาจทำให้นึกถึงมัน” อูบรานีกล่าว พร้อมระบุว่า อุปกรณ์ลักษณะนี้อาจสามารถประมวลผลเอไอภายในตัวเครื่อง โดยใช้โมเดลภาษาขนาดเล็ก ซึ่งหมายถึงโมเดลเอไอที่มีขนาดเล็กพอสำหรับการทำงานบนอุปกรณ์ที่มีทรัพยากรจำกัด แต่การทำให้อุปกรณ์เอไอขนาดเล็กกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนทั่วไปใช้งานจริงยังมีโจทย์สำคัญ เพราะก่อนหน้านี้มีตัวอย่างของอุปกรณ์ลักษณะใกล้เคียงกันที่ไม่สามารถรักษาความสนใจจากช่วงเปิดตัวไว้ได้

หนึ่งในนั้นคือ Rabbit R1 อุปกรณ์เอไอแบบพกพาจากบริษัทสตาร์ตอัป Rabbit ซึ่งเปิดตัวในช่วงต้นปี 2567 ตัวเครื่องมีหน้าจอและปุ่มสำหรับสั่งงาน และได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงแรก แต่ภายหลังไม่สามารถทำตามความคาดหวังที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอความสามารถของเอไอได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันประสบการณ์ใช้งานยังมีปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ

ซุยจึงตั้งข้อสังเกตว่า การที่ Muse Charm จะเข้าสู่ตลาดวงกว้างได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าอุปกรณ์สามารถทำอะไรที่สมาร์ตโฟน นาฬิกา หูฟัง หรือแว่นตาอัจฉริยะทำได้ไม่ง่ายหรือไม่ หากไม่มีความสามารถเฉพาะตัวที่ชัดเจน อุปกรณ์อาจยังคงเป็นสินค้าสำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการทดลองเทคโนโลยีใหม่ มากกว่าจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ผู้บริโภคทั่วไปต้องมี

สำหรับเมตา Muse Charm จึงไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ใหม่อีกหนึ่งชิ้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญของบริษัท จากการผลักดันเมตาเวิร์สในฐานะอนาคตของการประมวลผล มาสู่การสร้างอุปกรณ์ที่ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงเอไอส่วนบุคคลได้โดยตรง และในอนาคตมิวส์จะไม่ได้อยู่เฉพาะบนอุปกรณ์นี้ แต่จะขยายไปยังแว่นตาอัจฉริยะของเมตาด้วย

อ้างอิง: Reuters และ CNBC