“ดีป้า” เผยอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยปี 2568 โต 22.66% มูลค่าพุ่ง 3.87 ล้านล้านบาท ขยายตัวครบ 5 กลุ่มเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี “บริการดิจิทัล-ฮาร์ดแวร์” โตแรง รับกระแส AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่ซอฟต์แวร์โต 16.08% แต่ไทยยังเผชิญโจทย์ใหญ่ “คนดิจิทัล” หลังบัณฑิตตอบโจทย์ตลาดไม่ถึง 1 ใน 3
KEY POINTS
- อุตสาหกรรมดิจิทัลไทยปี 2568 มีมูลค่ารวม 3.87 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 22.66% โดยเป็นการขยายตัวพร้อมกันของทั้ง 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
- กลุ่มฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะมีมูลค่าสูงสุดที่ 2.29 ล้านล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยี AI และการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์
- อุตสาหกรรมบริการดิจิทัลเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดถึง 28.04% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการขยายตัวของ Content Commerce และ e-Retail
- แม้ภาพรวมจะเติบโตสูง แต่ยังคงเผชิญความท้าทายสำคัญด้านการขาดแคลนบุคลากรดิจิทัลที่มีทักษะไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
อุตสาหกรรมดิจิทัลไทยกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2568 เมื่อทั้ง 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักสามารถขยายตัวพร้อมกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี โดยมีมูลค่ารวม 3.87 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.66% จากปีก่อน สะท้อนแรงส่งจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การขยายตัวของเศรษฐกิจออนไลน์ และการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ร่วมกับสถาบันไอเอ็มซี จากการสำรวจสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยปี 2568 พบว่า การเติบโตกระจายตัวไปในทุกกลุ่ม ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บริการดิจิทัล โทรคมนาคม ไปจนถึงดิจิทัลคอนเทนต์
กลุ่มที่มีมูลค่าสูงสุดยังคงเป็น ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ มูลค่า 2.29 ล้านล้านบาท เติบโต 24.04% ตามด้วยโทรคมนาคม 7.90 แสนล้านบาท เติบโต 19.46% ขณะที่บริการดิจิทัลมูลค่า 4.71 แสนล้านบาท เติบโตสูงสุด 28.04%
ส่วนซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์มีมูลค่า 2.71 แสนล้านบาท เติบโต 16.08% สูงสุดในรอบหลายปี และดิจิทัลคอนเทนต์มีมูลค่า 5.34 หมื่นล้านบาท เติบโต 6%
‘บริการดิจิทัล’โตแรง รับ Content Commerce
รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี และผู้จัดการโครงการสำรวจฯ กล่าวว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของปี 2568 คืออุตสาหกรรมบริการดิจิทัลเติบโตครบทั้ง 8 ประเภท โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการขยายตัวของ Content Commerce ซึ่งนำความบันเทิงมาผสานเข้ากับการซื้อขายสินค้า ผ่านวิดีโอและไลฟ์สตรีมมิง
เฉพาะบริการ e-Retail มีมูลค่า 190,799 ล้านบาท เติบโตถึง 62.93% และคิดเป็นสัดส่วนถึง 71% ของมูลค่าที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดของอุตสาหกรรมบริการดิจิทัล ขณะที่ e-Logistics มีมูลค่า 116,084 ล้านบาท และ FinTech 62,895 ล้านบาท
ที่น่าสนใจคือ EdTech เป็นบริการที่เติบโตสูงสุด 66.15% สะท้อนการขยายตัวของการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในภาคการศึกษาและการพัฒนาทักษะ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานจาก AI
ฮาร์ดแวร์รับแรงส่ง ‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’
อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ ซึ่งได้แรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก โดยเฉพาะความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ AI และศูนย์ข้อมูล
ปี 2568 ไทยมีมูลค่าการส่งออกฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ 1.69 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.79% โดยการส่งออกคอมพิวเตอร์ขยายตัวถึง 119.36% ขณะที่อุปกรณ์ต่อพ่วงเพิ่มขึ้น 92.24%
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเร่งคำสั่งซื้อสินค้าก่อนมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ หรือ Front-loading ส่งผลให้การส่งออกอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีได้รับแรงส่งอย่างมาก
ด้านการนำเข้ามีมูลค่า 594,062 ล้านบาท ลดลง 4.81% แต่การนำเข้าคอมพิวเตอร์กลับเพิ่มขึ้นถึง 62.30% สะท้อนความต้องการ เซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ประมวลผลสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภาพดังกล่าวสะท้อนบทบาทของไทยที่กำลังเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลกมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังเร่งตัวในประเทศ
ซอฟต์แวร์โต แต่ ‘นำเข้า’พุ่ง
ขณะที่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ปี 2568 มีมูลค่า 270,921 ล้านบาท เติบโต 16.08% แบ่งเป็นธุรกิจซอฟต์แวร์ 103,664 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.63% และบริการซอฟต์แวร์ 167,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.15%
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ต้องจับตาคือ การนำเข้าซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น 21.86% แตะ 70,601 ล้านบาท ขณะที่การส่งออกมีมูลค่าเพียง 2,769 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.47%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโจทย์เชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมไทย นั่นคือ แม้ภาคธุรกิจจะเร่งนำ AI และคลาวด์ไปใช้งานจริงมากขึ้น แต่ไทยยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและบริการจากต่างประเทศในระดับสูง
ปัจจัยสำคัญมาจากองค์กรไทยจำนวนมากเริ่มก้าวข้ามช่วงทดลอง AI และคลาวด์ไปสู่ การใช้งานจริงในระดับองค์กร ขณะเดียวกันการลงทุน Data Center ของผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกในไทยก็เป็นแรงกระตุ้นให้ความต้องการซอฟต์แวร์และบริการคลาวด์เพิ่มขึ้น
‘คนดิจิทัล’โจทย์ใหญ่โตไม่ทันอุตสาหกรรม
แม้อุตสาหกรรมดิจิทัลจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ผลสำรวจกลับสะท้อน “คอขวด” สำคัญด้านกำลังคน โดยเฉพาะปัญหาทักษะของผู้จบการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ
อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ต้องการบุคลากรเพิ่มเฉลี่ย 21,450 คนต่อปี แต่มีผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องเพียง 7,247 คน หรือประมาณ หนึ่งในสามของความต้องการ
สถานการณ์ในอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ยิ่งมีช่องว่างมากขึ้น โดยต้องการบุคลากรราว 72,700 คนต่อปี แต่มีผู้จบการศึกษาที่เกี่ยวข้องเพียง 7,335 คน
ขณะที่อุตสาหกรรมบริการดิจิทัลมีจำนวนบัณฑิตมากกว่าความต้องการในเชิงปริมาณ แต่โจทย์สำคัญกลับอยู่ที่ คุณภาพและความตรงของทักษะ โดยเฉพาะ AI และ Data Analytics
AI เปลี่ยนโครงสร้างงาน มากกว่าลดคน
ผลสำรวจยังชี้ว่า การเข้ามาของ AI ยังไม่ได้สะท้อนภาพการลดจำนวนแรงงานในวงกว้าง แต่กำลัง เปลี่ยนโครงสร้างการจ้างงาน โดยงานที่ต้องใช้ทักษะสูง เช่น การออกแบบระบบและงานที่ปรึกษายังคงขยายตัว ขณะที่งานประจำและงานประมวลผลพื้นฐานเริ่มชะลอลง
จึงทำให้โจทย์ของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงการผลิต “คนดิจิทัล” ให้มีจำนวนเพียงพอ แต่ต้องเร่งปรับระบบการศึกษาและการพัฒนาทักษะให้ทันกับความต้องการใหม่ของตลาด โดยเฉพาะทักษะด้าน AI การวิเคราะห์ข้อมูล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคธุรกิจ
3 ปีข้างหน้า ‘ฮาร์ดแวร์’ยังนำ
สำหรับแนวโน้มปี 2569-2571 ดีป้าประเมินว่า ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะจะยังเป็นกลุ่มที่เติบโตสูงสุดที่ประมาณ 18-23% ต่อปี หรือมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสม 20%
บริการดิจิทัลจะเติบโต 12-19% ต่อปี หรือเฉลี่ย 15.6% ขณะที่ซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์เติบโต 9-12% ต่อปี เฉลี่ย 10.8%
ส่วนโทรคมนาคมคาดว่าจะเติบโตสูงขึ้นในปี 2570 ก่อนชะลอลงเล็กน้อยในปี 2571 มีอัตราเติบโตเฉลี่ย 3.5% ขณะที่ดิจิทัลคอนเทนต์ยังขยายตัวต่อเนื่อง 4.7-7.7% ต่อปี หรือเฉลี่ย 5.8%
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า เศรษฐกิจดิจิทัลไทยกำลังเข้าสู่ระยะที่การลงทุน AI, Data Center, Cloud และอีคอมเมิร์ซเริ่มสร้างแรงส่งต่อเนื่องไปยังหลายอุตสาหกรรม แต่โจทย์ถัดไปไม่ใช่เพียง “โตให้เร็ว” หากอยู่ที่การเปลี่ยนแรงส่งดังกล่าวให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่มในประเทศ โดยเฉพาะการสร้างซอฟต์แวร์ เทคโนโลยี และบุคลากรที่แข่งขันได้ในตลาดโลก





