ถอดรหัส Edge AI พลิกโฉม Smart City เมื่อเทคโนโลยีขยับจากคลาวด์ลงมาแก้ปัญหาบนพื้นที่จริง สร้างมาตรฐานใหม่ จ่ายเงินไว-ปลอดภัยขึ้น
KEY POINTS
- Edge AI และแพลตฟอร์ม WISE-IoT เป็นเทคโนโลยีหลักที่เชื่อมโยงอุปกรณ์และเซ็นเซอร์เพื่อประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ ณ จุดปฏิบัติงานจริง ช่วยให้เมืองและธุรกิจค้าปลีกทำงานได้ฉลาดขึ้น
- มีการนำ Edge AI ไปประยุกต์ใช้จริงในหลายภาคส่วน เช่น การบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อตรวจจับระดับน้ำและการจราจร และในธุรกิจค้าปลีก (Smart Retail) เพื่อเพิ่มความแม่นยำให้ระบบชำระเงินด้วยตนเองและป้องกันสินค้าสูญหาย
- เทคโนโลยีนี้ช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น กล้องวงจรปิด วิเคราะห์ข้อมูลได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งไปประมวลผลบนคลาวด์ทั้งหมด ทำให้การทำงานรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น เช่น ระบบควบคุมการเข้าออกอาคาร
KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที พาเจาะลึกทิศทางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียนจากงาน 2026 Advantech iCity Services & iRetail Partner Conference
หาคำตอบว่าเมื่อ Edge Computing และ IoT ไม่ใช่แค่กระบวนการบนคลาวด์ แต่ขยับลงมาแก้ปัญหาบนหน้างานจริงผ่านแพลตฟอร์ม WISE-IoT จะเปลี่ยนโฉมเมืองและธุรกิจค้าปลีกอัจฉริยะได้อย่างไร?
ทลายกำแพงข้อมูลด้วยแพลตฟอร์มศูนย์กลางและ AI Teammates
การจัดการข้อมูลจากเซ็นเซอร์มหาศาลต้องอาศัย WISE-IoT เป็นแกนกลางเชื่อมโยงฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการเข้าด้วยกัน โดยรองรับโปรโตคอลอุตสาหกรรมอย่าง Modbus และ MQTT เพื่อส่งข้อมูลจากหน้างานไปวิเคราะห์แบบเรียลไทม์
Matrix Choong ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจระดับภูมิภาคจาก Advantech ย้ำถึงความสำคัญของระบบนิเวศนี้ว่า "แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อระบบ และเปิดโอกาสให้ System Integrators และพันธมิตรนำข้อมูลไปพัฒนาเป็นโซลูชันเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรมได้มากขึ้น"
อีกหนึ่งวิวัฒนาการที่น่าจับตามองคือแนวคิด AI Teammates หรือผู้ช่วยอัจฉริยะที่ยกระดับให้เป็นเสมือนเพื่อนร่วมงานที่คอยสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่จริง
Joel Ong ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Advantech สิงคโปร์ ได้ขยายภาพกระบวนการนี้ว่าครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดบทบาท ฝึกฝนความรู้ ไปจนถึงการติดตั้งและประเมินผล สิ่งนี้คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรมนุษย์และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการได้อย่างเป็นรูปธรรม
พลิกโฉม Smart City และ Smart Retail
ทฤษฎี Edge AI ถูกนำมาใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรมในหลายภาคส่วน Kunna Karunanithee หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Tapway ประเทศมาเลเซีย เผยถึงการใช้ระบบ City OS ร่วมกับ Edge AI เพื่อรวบรวมข้อมูลเซ็นเซอร์ระดับน้ำและการจราจร แสดงผลผ่าน Digital Twin สำหรับบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ รวมถึงการเปลี่ยนกล้องธรรมดาให้วิเคราะห์เหตุการณ์ได้ทันทีด้วยพลังประมวลผล NVIDIA Jetson Thor สำหรับภาคค้าปลีก
นอกจากนี้ วิษณุพงษ์ วงศ์วาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมจาก Adasoft ได้นำเสนอการผสานระบบ POS Self-Checkout เข้ากับ WISE-IoT เพื่อแก้ปัญหาสินค้าสูญหายและจัดการสต็อกให้แม่นยำขึ้น ไปจนถึงระบบมอนิเตอร์ห้องเย็น
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเปิดเผยกรณีศึกษาในไทยโดย รสรินทร์ เขื่อนมั่น ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Advantech ประเทศไทย ถึงความสำเร็จของการใช้ AI และ QR Check-in ควบคุมการเข้าออกอาคารภาครัฐโดยยังคงมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล รวมไปถึงความโดดเด่นของแพลตฟอร์ม Physical AI อย่าง Nabrio ที่ช่วยให้องค์กรสร้างระบบ AI ทำงานกับอุปกรณ์หน้างานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์
จิ๊กซอว์แห่งความร่วมมือ
การขับเคลื่อนเมืองและบริการอัจฉริยะเกิดขึ้นไม่ได้จากการทำงานเพียงลำพัง โดยทฤษฎีทั้งหมดถูกพิสูจน์ให้เห็นภาพผ่านการจัดแสดงโซลูชันจริงที่ครอบคลุมตั้งแต่ระบบตรวจสอบสภาพแวดล้อม การทำงานของแพลตฟอร์ม Physical AI อย่าง Nabrio ที่ช่วยสร้างแอปพลิเคชันทำงานบนหน้างานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์ ไปจนถึงการเปลี่ยนกล้องวงจรปิดธรรมดาให้มองเห็นและเข้าใจเหตุการณ์เบื้องหน้าผ่านขุมพลังรันบน Edge อย่าง NVIDIA Jetson Thor
รวมถึงช่วงท้ายของงานที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมลงพื้นที่ศึกษาการใช้งานจริง ณ PTT Digital Solutions ภาพรวมของงานทั้งหมดนี้สะท้อนบทสรุปที่แน่ชัดว่า สมการของ Smart City และ Intelligent Services จะประสบความสำเร็จไม่ได้หากเกิดจากผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์เพียงรายเดียว แต่ต้องอาศัยการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลที่ใช้งานได้จริงในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนต่อไป





