วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

ไทยได้อะไร? ผ่าวิชั่น Advantech พลิกเกมอุตฯไทย สู่ยุคสมัย AI Agent

ไทยได้อะไร? ผ่าวิชั่น Advantech พลิกเกมอุตฯไทย สู่ยุคสมัย AI Agent

เมื่อทิศทางของนวัตกรรมกำลังมุ่งเป้ามาที่ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย จากเวที 2026 Advantech World Partner Conference ณ Advantech Linkou Campus ไต้หวัน วินเซนต์ ชาง กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคระหว่างทวีปของ Advantech ผู้นำด้าน Edge Computing ระดับโลก ได้ฉายภาพการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ที่เทคโนโลยีจะเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยและเพื่อนบ้านให้ก้าวกระโดด จากเพียงแค่การมองเห็นข้อมูล สู่การตัดสินใจอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ

เมื่อโฟกัสมาที่ประเทศไทย Advantech มองเห็นศักยภาพอันโดดเด่นในฐานะตลาดสำคัญของภูมิภาคอาเซียน ที่มีทิศทางสอดรับกับเทรนด์โลกอย่างเหนียวแน่น หากย้อนมองพัฒนาการตั้งแต่ปี 2018 ที่ไทยเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 อย่างเข้มข้น โดยได้นำโซลูชันเข้ามาสนับสนุนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งตลาดเกิดการยกระดับเข้าสู่ยุค Digital Transformation และทะยานเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัวในวันนี้ วินเซนต์ ชาง ได้เน้นย้ำถึงรอยต่อของยุคสมัยไว้ว่า "นี่คือกระบวนการ Migration จาก Thailand 4.0 ไปสู่ Digital Transformation และวันนี้กำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI"

ไทยได้อะไร? ผ่าวิชั่น Advantech พลิกเกมอุตฯไทย สู่ยุคสมัย AI Agent

ในยุค Industry 4.0 ที่ผ่านมา องค์กรต่างๆ ในไทยมุ่งเน้นการรวบรวมข้อมูลและสร้าง Dashboard เพื่อติดตามผลแบบเรียลไทม์ ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคสมองกลอัจฉริยะ บทบาทของเทคโนโลยีก็ถูกยกระดับจากการเป็นแค่ภาพสะท้อนข้อมูล ไปสู่ฟันเฟืองหลักในการตัดสินใจ

วินเซนต์ระบุว่า "ในอดีตเราพูดถึงข้อมูลและ Dashboard เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ แต่ในยุค AI สิ่งสำคัญคือ AI Decision Making หรือการใช้ AI เพื่อช่วยตัดสินใจ ทำให้การดำเนินงานมีความแม่นยำและถูกต้องมากขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมไทยที่ฉายแววเติบโตและพร้อมนำเทคโนโลยีนี้ไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ Smart Manufacturing, Retail และ Energy Business ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์อย่างมหาศาล"

ไทยได้อะไร? ผ่าวิชั่น Advantech พลิกเกมอุตฯไทย สู่ยุคสมัย AI Agent วินเซนต์ ชาง

'AI Agent' เมื่อความฉลาดมาแทนที่ระบบเดิม

แรงกระเพื่อมที่น่าจับตาที่สุดในภาคอุตสาหกรรม คือการก้าวข้ามจากระบบอัตโนมัติหรือ Automation แบบดั้งเดิม ไปสู่ความชาญฉลาดล้ำลึกระดับ Intelligence ซึ่ง วินเซนต์สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า "เมื่อ 10-20 ปีก่อน เราพูดถึง Automation เพื่อประหยัดต้นทุนแรงงาน แต่วันนี้เรากำลังเปลี่ยนจาก Automation ไปสู่ Intelligence เทคโนโลยี Edge AI ของ Advantech จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ การประหยัดพลังงาน และการควบคุมแบบเรียลไทม์"

หัวใจสำคัญในการพลิกโฉมครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การมีระบบคอมพิวเตอร์ที่ฉลาด ทว่าคือการฝัง AI Agent เข้าไปในกระบวนการตัดสินใจ ขุมพลังนี้จะวิเคราะห์ข้อมูลหน้างานทันที ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานหรือธุรกิจแก้ไขปัญหาในสายการผลิตได้อย่างเฉียบขาด

"สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใส่ AI Agent เข้าไปเพื่อช่วยในการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิต ส่วนกรอบความเชื่อเดิมที่ว่าสมองกลจะมาแย่งงานคนไทย ผมยืนยันเจตนารมณ์ว่า AI ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อลดคน แต่เพื่อช่วยให้คนที่มีอยู่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมี Productivity สูงที่สุด"

ไทยได้อะไร? ผ่าวิชั่น Advantech พลิกเกมอุตฯไทย สู่ยุคสมัย AI Agent

ติดปีกพันธมิตรธุรกิจไทย

วิถีแห่งความสำเร็จในยุคเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ สร้างขึ้นไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยเครือข่ายระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง 

วินเซนต์สะท้อนสัจธรรมข้อนี้ว่า "ในยุค AI ไม่มีใครชนะได้ด้วยตัวเอง และไม่มีใครทำทุกอย่างได้เพียงลำพัง Advantech จึงสวมบท Orchestrator ทำหน้าที่ร้อยเรียงโอกาสทางธุรกิจเข้ากับ Domain Solution Partner ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

กลยุทธ์หลักคือการสร้าง AI Ecosystem ในระดับภูมิภาคและประเทศไทย ผ่านการลงทุนเม็ดเงินและทรัพยากรลงในทีมงานท้องถิ่น เพื่อลุยพัฒนาโซลูชันร่วมกับพันธมิตร หรือ Co-create Solutions บริษัทได้งัด 2 โครงการเด็ด ได้แก่ PSP (Premier Partner Alliance Program) และ JBCP (Joint Ventures with Partners) มาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เป้าหมายเพื่อเฟ้นหาและผลักดันพันธมิตรศักยภาพสูงในไทย ให้คลอดผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในประเทศได้อย่างตรงจุด การขยายธุรกิจรูปแบบนี้อาศัยแนวคิด Glocalization ที่ดึงความแข็งแกร่งระดับโลกด้านเทคโนโลยีแบรนด์ใหญ่ มาหลอมรวมกับความเข้าใจเชิงลึกในบริบทท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน การก้าวผ่านรูปแบบธุรกิจซื้อขายฮาร์ดแวร์แบบ Transactional สู่การสร้างคุณค่าร่วมกันผ่านเสาหลักอย่าง Compute and Control Enablement, Ecosystem Orchestration และ Ecosystem Value Development จึงเป็นรากฐานโมเดล Ecosystem Business แห่งอนาคตที่จะเสริมแกร่งให้ธุรกิจอาเซียน"

ไทยได้อะไร? ผ่าวิชั่น Advantech พลิกเกมอุตฯไทย สู่ยุคสมัย AI Agent

อาเซียนผงาด ขับเคลื่อนอนาคต

เมื่อมองถึงความยั่งยืน การศึกษาคือเข็มทิศชี้ชะตาอนาคตของอาเซียนและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี วินเซนต์ตอกย้ำความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วว่า “สิ่งที่เราเรียนรู้เมื่อ 10-20 ปีก่อน อาจใช้ไม่ได้อีกในอีก 10-20 ปีข้างหน้า เพราะ AI กำลังเปลี่ยนทุกอย่าง” การติดอาวุธทางปัญญาให้คนรุ่นใหม่จึงถูกขับเคลื่อนผ่าน 2 แกนหลัก ได้แก่ สถาปัตยกรรม WEDA (WISE-Edge Developer Architecture) ที่เป็น Middleware ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชันบนโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทได้รวดเร็วขึ้น ควบคู่ไปกับโครงการ InnoWorks ที่จับมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย

ไฮไลต์สำคัญคือการจัดตั้ง AIO Lab ภายในรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมส่งทีมวิศวกรหัวกะทิไปเป็น Mentor และจัด Hackathon เพื่อกระตุ้นต่อมคิดสร้างสรรค์ ในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2026 นี้ ภูมิภาคอาเซียนจะคึกคักเป็นพิเศษด้วยการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับภูมิภาค ที่มีมหาวิทยาลัยจากไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม รวมกว่า 11 แห่งตบเท้าเข้าร่วมประชันไอเดีย โดยทางบริษัทได้สนับสนุนทั้งชุดฮาร์ดแวร์และ WEDA ให้นักศึกษาได้ประลองฝีมืออย่างเต็มที่

ความสำเร็จจากโครงการนี้การันตีด้วยผลงานของทีมนักศึกษาจาก National University of Singapore (NUS) ที่นำแพลตฟอร์มไปพัฒนาหุ่นยนต์จนผงาดคว้าแชมป์โลกที่ประเทศจีนมาแล้ว ความสำเร็จแห่งอาเซียนนี้จะเป็นต้นแบบโมเดลการศึกษาเพื่อนำไปขยายผลเชิญชวนพันธมิตรและประยุกต์ใช้ในประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่อไป

วินเซนต์ ชาง ทิ้งท้ายด้วยวิสัยทัศน์เฉียบคมว่า "AI เป็นอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องลงทุนในคนรุ่นใหม่ เพราะนี่คือการลงทุนเพื่ออนาคต"