เมื่อทิศทางของนวัตกรรมกำลังมุ่งเป้ามาที่ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย จากเวที 2026 Advantech World Partner Conference ณ Advantech Linkou Campus ไต้หวัน วินเซนต์ ชาง กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคระหว่างทวีปของ Advantech ผู้นำด้าน Edge Computing ระดับโลก ได้ฉายภาพการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ที่เทคโนโลยีจะเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยและเพื่อนบ้านให้ก้าวกระโดด จากเพียงแค่การมองเห็นข้อมูล สู่การตัดสินใจอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อโฟกัสมาที่ประเทศไทย Advantech มองเห็นศักยภาพอันโดดเด่นในฐานะตลาดสำคัญของภูมิภาคอาเซียน ที่มีทิศทางสอดรับกับเทรนด์โลกอย่างเหนียวแน่น หากย้อนมองพัฒนาการตั้งแต่ปี 2018 ที่ไทยเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 อย่างเข้มข้น โดยได้นำโซลูชันเข้ามาสนับสนุนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งตลาดเกิดการยกระดับเข้าสู่ยุค Digital Transformation และทะยานเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัวในวันนี้ วินเซนต์ ชาง ได้เน้นย้ำถึงรอยต่อของยุคสมัยไว้ว่า "นี่คือกระบวนการ Migration จาก Thailand 4.0 ไปสู่ Digital Transformation และวันนี้กำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI"
ในยุค Industry 4.0 ที่ผ่านมา องค์กรต่างๆ ในไทยมุ่งเน้นการรวบรวมข้อมูลและสร้าง Dashboard เพื่อติดตามผลแบบเรียลไทม์ ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคสมองกลอัจฉริยะ บทบาทของเทคโนโลยีก็ถูกยกระดับจากการเป็นแค่ภาพสะท้อนข้อมูล ไปสู่ฟันเฟืองหลักในการตัดสินใจ
วินเซนต์ระบุว่า "ในอดีตเราพูดถึงข้อมูลและ Dashboard เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ แต่ในยุค AI สิ่งสำคัญคือ AI Decision Making หรือการใช้ AI เพื่อช่วยตัดสินใจ ทำให้การดำเนินงานมีความแม่นยำและถูกต้องมากขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมไทยที่ฉายแววเติบโตและพร้อมนำเทคโนโลยีนี้ไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ Smart Manufacturing, Retail และ Energy Business ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์อย่างมหาศาล"
'AI Agent' เมื่อความฉลาดมาแทนที่ระบบเดิม
แรงกระเพื่อมที่น่าจับตาที่สุดในภาคอุตสาหกรรม คือการก้าวข้ามจากระบบอัตโนมัติหรือ Automation แบบดั้งเดิม ไปสู่ความชาญฉลาดล้ำลึกระดับ Intelligence ซึ่ง วินเซนต์สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า "เมื่อ 10-20 ปีก่อน เราพูดถึง Automation เพื่อประหยัดต้นทุนแรงงาน แต่วันนี้เรากำลังเปลี่ยนจาก Automation ไปสู่ Intelligence เทคโนโลยี Edge AI ของ Advantech จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ การประหยัดพลังงาน และการควบคุมแบบเรียลไทม์"
หัวใจสำคัญในการพลิกโฉมครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การมีระบบคอมพิวเตอร์ที่ฉลาด ทว่าคือการฝัง AI Agent เข้าไปในกระบวนการตัดสินใจ ขุมพลังนี้จะวิเคราะห์ข้อมูลหน้างานทันที ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานหรือธุรกิจแก้ไขปัญหาในสายการผลิตได้อย่างเฉียบขาด
"สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใส่ AI Agent เข้าไปเพื่อช่วยในการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิต ส่วนกรอบความเชื่อเดิมที่ว่าสมองกลจะมาแย่งงานคนไทย ผมยืนยันเจตนารมณ์ว่า AI ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อลดคน แต่เพื่อช่วยให้คนที่มีอยู่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมี Productivity สูงที่สุด"
ติดปีกพันธมิตรธุรกิจไทย
วิถีแห่งความสำเร็จในยุคเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ สร้างขึ้นไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยเครือข่ายระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง
วินเซนต์สะท้อนสัจธรรมข้อนี้ว่า "ในยุค AI ไม่มีใครชนะได้ด้วยตัวเอง และไม่มีใครทำทุกอย่างได้เพียงลำพัง Advantech จึงสวมบท Orchestrator ทำหน้าที่ร้อยเรียงโอกาสทางธุรกิจเข้ากับ Domain Solution Partner ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
กลยุทธ์หลักคือการสร้าง AI Ecosystem ในระดับภูมิภาคและประเทศไทย ผ่านการลงทุนเม็ดเงินและทรัพยากรลงในทีมงานท้องถิ่น เพื่อลุยพัฒนาโซลูชันร่วมกับพันธมิตร หรือ Co-create Solutions บริษัทได้งัด 2 โครงการเด็ด ได้แก่ PSP (Premier Partner Alliance Program) และ JBCP (Joint Ventures with Partners) มาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เป้าหมายเพื่อเฟ้นหาและผลักดันพันธมิตรศักยภาพสูงในไทย ให้คลอดผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในประเทศได้อย่างตรงจุด การขยายธุรกิจรูปแบบนี้อาศัยแนวคิด Glocalization ที่ดึงความแข็งแกร่งระดับโลกด้านเทคโนโลยีแบรนด์ใหญ่ มาหลอมรวมกับความเข้าใจเชิงลึกในบริบทท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน การก้าวผ่านรูปแบบธุรกิจซื้อขายฮาร์ดแวร์แบบ Transactional สู่การสร้างคุณค่าร่วมกันผ่านเสาหลักอย่าง Compute and Control Enablement, Ecosystem Orchestration และ Ecosystem Value Development จึงเป็นรากฐานโมเดล Ecosystem Business แห่งอนาคตที่จะเสริมแกร่งให้ธุรกิจอาเซียน"
อาเซียนผงาด ขับเคลื่อนอนาคต
เมื่อมองถึงความยั่งยืน การศึกษาคือเข็มทิศชี้ชะตาอนาคตของอาเซียนและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี วินเซนต์ตอกย้ำความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วว่า “สิ่งที่เราเรียนรู้เมื่อ 10-20 ปีก่อน อาจใช้ไม่ได้อีกในอีก 10-20 ปีข้างหน้า เพราะ AI กำลังเปลี่ยนทุกอย่าง” การติดอาวุธทางปัญญาให้คนรุ่นใหม่จึงถูกขับเคลื่อนผ่าน 2 แกนหลัก ได้แก่ สถาปัตยกรรม WEDA (WISE-Edge Developer Architecture) ที่เป็น Middleware ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชันบนโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทได้รวดเร็วขึ้น ควบคู่ไปกับโครงการ InnoWorks ที่จับมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย
ไฮไลต์สำคัญคือการจัดตั้ง AIO Lab ภายในรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมส่งทีมวิศวกรหัวกะทิไปเป็น Mentor และจัด Hackathon เพื่อกระตุ้นต่อมคิดสร้างสรรค์ ในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2026 นี้ ภูมิภาคอาเซียนจะคึกคักเป็นพิเศษด้วยการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับภูมิภาค ที่มีมหาวิทยาลัยจากไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม รวมกว่า 11 แห่งตบเท้าเข้าร่วมประชันไอเดีย โดยทางบริษัทได้สนับสนุนทั้งชุดฮาร์ดแวร์และ WEDA ให้นักศึกษาได้ประลองฝีมืออย่างเต็มที่
ความสำเร็จจากโครงการนี้การันตีด้วยผลงานของทีมนักศึกษาจาก National University of Singapore (NUS) ที่นำแพลตฟอร์มไปพัฒนาหุ่นยนต์จนผงาดคว้าแชมป์โลกที่ประเทศจีนมาแล้ว ความสำเร็จแห่งอาเซียนนี้จะเป็นต้นแบบโมเดลการศึกษาเพื่อนำไปขยายผลเชิญชวนพันธมิตรและประยุกต์ใช้ในประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่อไป
วินเซนต์ ชาง ทิ้งท้ายด้วยวิสัยทัศน์เฉียบคมว่า "AI เป็นอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องลงทุนในคนรุ่นใหม่ เพราะนี่คือการลงทุนเพื่ออนาคต"

