สภาผู้บริโภคเดินหน้าจับตาการทำงาน กสทช. เตรียมเปิดวงหารืออนาคตกิจการ “ฟรีทีวี” และมาตรการหลังควบรวมกิจการ เชิญกรรมการ กสทช. 6 คนร่วมวง 7 ก.ย.นี้ ขณะที่รายชื่อผู้เข้าร่วมไม่มี “หมอสรณ” ประธาน กสทช. ท่ามกลางปัญหาองค์ประชุมที่ทำให้การทำงานของบอร์ดหลายครั้งไม่สามารถเดินหน้าได้
นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสาร เทคโนโลยี และสารสนเทศ สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า สภาผู้บริโภคเตรียมเปิดวงหารือร่วมกับกรรมการ (บอร์ดกสทช.) เพื่อติดตามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นด้านกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม ที่ส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภค โดยในระยะแรกมีแนวคิดจัดวงหารือเป็นประจำทุกสัปดาห์
สำหรับการหารือครั้งแรกกำหนดวันที่ 7 ก.ย. 2569 โดยสภาผู้บริโภคได้เชิญ กรรมการ กสทช. จำนวน 6 คน ได้แก่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, นายต่อพงศ์ เสลานนท์, รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย, พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร และรองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์
จุดที่น่าสนใจคือ รายชื่อกรรมการที่สภาผู้บริโภคเชิญเข้าร่วมวงครั้งนี้ไม่มีชื่อ (หมอสรณ)ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การทำงานของบอร์ด กสทช. ที่ยังเผชิญข้อถกเถียงเรื่องสถานะประธานและปัญหาองค์ประชุม จนการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมาไม่สามารถเดินหน้าได้
ทั้งนี้ ประเด็นสถานะของประธาน กสทช. ยังอยู่ในความสนใจ หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งในคดีที่เกี่ยวข้อง โดยในเหตุผลของคำสั่งมีการกล่าวถึงหลักกฎหมายที่ให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เพื่อไม่ให้การดำเนินงานด้านกิจการสื่อสาร สื่อ และโทรคมนาคมเกิดภาวะหยุดชะงัก
สำหรับวาระหลักที่เตรียมหารือในวันที่ 7 ก.ย. มีอย่างน้อย 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกคือ อนาคตของ ฟรีทีวี และทีวีดิจิทัล ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารขั้นพื้นฐาน โดยสภาผู้บริโภคเตรียมเชิญสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย
สภาผู้บริโภคมองว่า ทิศทางกิจการโทรทัศน์ในระยะต่อไปไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผู้บริโภค แต่ยังเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการและโครงสร้างอุตสาหกรรม หลังการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกสู่ดิจิทัล รวมถึงพฤติกรรมการรับชมของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป และการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของแพลตฟอร์มออนไลน์
โจทย์สำคัญในมุมผู้บริโภคจึงอยู่ที่ว่า ไม่ว่ารูปแบบของกิจการโทรทัศน์จะเปลี่ยนไปอย่างไร กสทช. จะผลักดันและขับเคลื่อนอย่างไร เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มยังสามารถเข้าถึงบริการโทรทัศน์และข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
อีกประเด็นสำคัญคือ การติดตามมาตรการภายหลังการควบรวมกิจการ ซึ่งสภาผู้บริโภค ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าหลังการควบรวมสิ่งที่ต้องจับตาไม่ได้มีเพียงเงื่อนไขหรือมาตรการที่กำหนดไว้ในช่วงที่อนุญาตให้เกิดการควบรวมเท่านั้น แต่ต้องติดตามต่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป มาตรการเหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติจริงมากน้อยเพียงใด และสามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้ตามเป้าหมายหรือไม่
โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการ ทั้งในด้านราคา คุณภาพบริการ การแข่งขันในตลาด และทางเลือกของผู้บริโภค ซึ่งเป็นประเด็นที่สามารถสะท้อนผลกระทบได้โดยตรงในชีวิตประจำวัน
นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า นอกจาก 2 ประเด็นหลักดังกล่าว วงหารือยังเปิดกว้างสำหรับประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจการสื่อสาร เทคโนโลยี และโทรคมนาคม โดยต้องการให้การแลกเปลี่ยนระหว่างกรรมการ กสทช. สภาผู้บริโภค และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปัญหาและข้อเสนอของผู้บริโภคได้รับการติดตามตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอจนเกิดปัญหาหรือข้อพิพาทแล้วจึงค่อยนำมาหารือ





