ปมสถานะประธาน กสทช.ร้อนต่อเนื่อง หลังศาลปกครองสูงสุดรับฟ้อง แต่ไม่ได้สั่งคุ้มครองชั่วคราว กรรมการ 3 คนตีความเดินหน้าประชุมได้ อ้าง‘หมอสรณ’พ้นตำแหน่งแล้ว ขณะที่สำนักงาน กสทช.ยังไม่ตอบรับ ย้ำขอพิจารณาข้อกฎหมายก่อน
KEY POINTS
- กรรมการ กสทช. 3 คน ได้แก่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์, พิรงรอง และศุภัช เสนอให้จัดประชุมกรรมการที่เหลือ 6 คนในวันที่ 4 ก.ย. โดยไม่ต้องรอ นพ.สรณ ประธาน กสทช.
- การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งรับคำฟ้องของ นพ.สรณ กรณีที่ถูกคณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยว่าสละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่ง
- กรรมการทั้ง 3 คนตีความว่าการที่ศาล "รับฟ้อง" แต่ "ไม่คุ้มครองชั่วคราว" หมายความว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหายังมีผลอยู่ และ นพ.สรณ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
- ก่อนหน้านี้ นพ.สรณ ได้เลื่อนการประชุมจากวันที่ 3 ก.ย. ไปเป็น 9 ก.ย. โดยอ้างภารกิจด่วน ขณะที่สำนักงาน กสทช. ยังไม่ตอบรับการนัดประชุมใหม่และขอเวลาพิจารณา
- สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความขัดแย้งและการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มกรรมการ กสทช. เกี่ยวกับสถานะของประธานและการเดินหน้าการประชุมขององค์กร
ความขัดแย้งภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เดินหน้าสู่การเผชิญหน้าอีกระลอก หลังกรรมการ กสทช. 3 คน ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย เห็นตรงกันว่า สำนักงาน กสทช. ควรเร่งจัดประชุมเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งรับคำฟ้องของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
ทั้ง 3 คนเสนอให้จัดประชุมในวันที่ 4 ก.ย. 2569 เวลา 09.30 น. โดยไม่ต้องรอการประชุมที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ กำหนดไว้ในวันที่ 9 ก.ย. 2569 ขณะที่สำนักงาน กสทช. ยังไม่ได้ตอบรับกำหนดการดังกล่าว โดยระบุว่าจะนำหนังสือไปพิจารณาก่อนว่าจะดำเนินการเรื่องการประชุมอย่างไร
ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ซึ่งเดิมกำหนดเริ่มประชุมเวลา 13.30 น. ของวันที่ 3 ก.ย. 2569 ไม่สามารถดำเนินการได้ และถูกเลื่อนไปเป็นวันที่ 9 ก.ย. 2569 เนื่องจาก ศ.คลินิก นพ.สรณ แจ้งว่าติดภารกิจด่วน
นายสมบัติ ลีลาพตะ นิติกรเชี่ยวชาญพิเศษ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. รายงานต่อที่ประชุมเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ติดภารกิจด่วน จึงขอเลื่อนการประชุมออกไป และกำหนดประชุมใหม่วันที่ 9 ก.ย. 2569
ขณะที่ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร และ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ส่วน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ติดภารกิจในต่างประเทศ
3 กรรมการตีความคำสั่งศาล ‘รับฟ้อง’ ไม่เท่ากับ ‘คุ้มครอง’
หลังการประชุมถูกเลื่อน พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ พร้อมด้วย ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง และ รศ.ดร.ศุภัช ได้ร่วมกันแถลงถึงคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 ส.ค. 2569 ซึ่งมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น โดยรับคำฟ้องของ ศ.คลินิก นพ.สรณ กรณีขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ไว้พิจารณา
พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าวว่า เหตุผลในคำสั่งศาลระบุถึงผลของคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งวินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่ง โดยศาลได้กล่าวถึงเหตุที่ทำให้ผู้ฟ้องคดีต้องพ้นจากตำแหน่ง และไม่อาจปฏิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช. ต่อไปได้
ด้วยเหตุนี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ จึงถือเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย และมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง
คณะกรรมการสรรหา ที่ได้มีคำวินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่งนั้น ก็ทำให้ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า คำวินิจฉัยดังกล่าว ย่อมถือเป็นเหตุให้ทางคุณหมอสรณต้องพ้นจากตำแหน่ง
พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเป็นคำสั่งทางปกครองที่ยังมีผลอยู่ ขณะที่การที่ศาลรับฟ้องคดีไม่ได้ทำให้คำสั่งดังกล่าวสิ้นผล เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
แต่ในกรณีนี้ ศาลไม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว จึงเห็นว่าสำนักงาน กสทช. ควรดำเนินการตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา และจัดประชุมกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน เพื่อให้การทำงานขององค์กรเดินหน้าต่อ
อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้ถ้าเกิดศาลนั้น ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แต่ในที่นี้จะเห็นได้ว่า ไม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแต่อย่างใด ก็ทำให้ไม่เป็นเหตุที่จะไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองนี้ได้
ชงประชุม 6 คนพรุ่งนี้ 09.30 น.ทันที
จากการตีความดังกล่าว พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ จึงได้ทำหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. ขอให้จัดประชุมเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กร รวมถึงการให้บริการสาธารณะในกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม สามารถเดินหน้าต่อได้
ขอให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการจัดประชุมเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา และให้สอดคล้องตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว เพื่อให้องค์กร กสทช. สามารถทำหน้าที่ได้ตามกฎหมาย
ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดถือเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่มีความสำคัญ และสอดคล้องกับจุดยืนที่กรรมการบางส่วนยึดถือมาตั้งแต่ได้รับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา
ในมุมของ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ประเด็นไม่ได้มีเพียงสถานะของประธาน กสทช. เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการที่กรรมการที่เหลืออยู่จะสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร เพื่อไม่ให้ภารกิจขององค์กรหยุดชะงัก
ขณะที่ รศ.ดร.ศุภัช กล่าวว่า การที่ศาลรับฟ้องเป็นเรื่องของสิทธิในการนำคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ไม่ได้หมายความว่าคดีถึงที่สุดแล้ว ขณะเดียวกันกรรมการ กสทช. ยังคงต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย
โดยเฉพาะหลังจากการประชุม กสทช. ไม่สามารถเดินหน้าได้ตามปกติในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีวาระจำนวนหนึ่งรอการพิจารณา และจำเป็นต้องเร่งกลับมาทำงานเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคกิจการสื่อสาร
สำนักงาน กสทช. ย้ำอีกมุม ‘สิทธิฟ้องคดี’ ไม่ใช่คำตัดสินสถานะ
อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. มีคำชี้แจงในวันเดียวกัน โดยให้น้ำหนักกับเหตุผลของศาลปกครองสูงสุดในประเด็นสิทธิของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ในการนำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
สำนักงาน กสทช. ระบุว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อสถานภาพของผู้ฟ้องคดี ทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หรือไม่ จึงถือเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายและมีสิทธิฟ้องคดี โดยไม่จำเป็นต้องรอให้กระบวนการให้พ้นจากตำแหน่งเกิดขึ้นก่อน
สำนักงาน กสทช. ยังอ้างถึงคำสั่งศาลในส่วนที่ระบุว่า หากต้องรอให้มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งเสียก่อน ความเสียหายอาจลุกลามไปถึงขั้นสุดท้าย และการตรวจสอบของศาลจะกลายเป็นการตรวจสอบภายหลังเกิดผลกระทบ แทนที่จะเป็นการป้องกันหรือยับยั้งการใช้อำนาจรัฐที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ดังนั้น ในมุมของสำนักงาน กสทช. คำสั่งรับฟ้องของศาลปกครองสูงสุดจึงมีสาระสำคัญอยู่ที่การรับรองสิทธิของผู้ฟ้องคดีในการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ไม่ใช่คำวินิจฉัยชี้ขาดในเนื้อหาคดีว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
พร้อมกันนี้ สำนักงาน กสทช. ยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และให้ความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่รัฐ โดยอ้างแนวปฏิบัติที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งเวียนเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 ซึ่งกล่าวถึงกรณีที่กระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุด หรือยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายว่า ไม่ควรดำเนินการใดที่อาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลนั้น
สำนักงานยังไม่ตอบรับนัด 4 ก.ย. รอพิจารณากฎหมาย
สำหรับหนังสือที่กรรมการ กสทช. 3 คนเสนอให้สำนักงานจัดประชุมเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน นายสมบัติกล่าวว่า สำนักงานเพิ่งได้รับหนังสือในช่วงเที่ยงวันที่ 3 ก.ย. 2569 และจะนำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาก่อน จากนั้นจะแจ้งให้กรรมการทราบว่าจะดำเนินการเกี่ยวกับการประชุมอย่างไร





