วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

โจทย์ใหญ่ ’TH-AI Passport‘ เมื่อคนไทยใช้ AI ยังไม่ทั่วถึง?

คนไทยใช้ AI โตเร็วอันดับ 2 ของโลก แต่คนที่ใช้จริงยังมีไม่มาก หวัง TH-AI Passport ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น ใช้เป็น และนำไปช่วยทำงานได้จริง

KEY POINTS

  • แม้ไทยจะมีอัตราการเติบโตของการใช้ AI สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่สัดส่วนผู้ใช้งานในกลุ่มวัยทำงานยังอยู่ที่ 12.4% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและสะท้อนว่าการเข้าถึงยังไม่ทั่วถึง
  • การใช้งาน AI ในปัจจุบันยังกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และกลุ่มวัยทำงานเป็นหลัก ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและเป็นโจทย์ที่ต้องขยายการเข้าถึงไปยังพื้นที่และกลุ่มคนที่หลากหลายขึ้น
  • ความท้าทายสำคัญไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่คือการยกระดับทักษะให้คนสามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพได้จริง หรือเปลี่ยนจาก "ผู้ใช้ AI" ไปสู่การเป็นคนที่ "ใช้ AI เป็น"
  • ภาครัฐมองว่าจำเป็นต้องมีนโยบายและมาตรการระดับชาติเพื่อผลักดันการใช้ AI อย่างจริงจัง เพื่อลดช่องว่างและทำให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีได้กว้างขวางขึ้น
  • แพลตฟอร์ม TH-AI Passport ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เริ่มต้นและคนทั่วไปสามารถเข้าถึง เข้าใจ และทดลองใช้ AI ได้ง่ายขึ้น เพื่อขยายฐานผู้ใช้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

การใช้งานปัญญาประดิษฐ์ AI ของคนไทยกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก Microsoft ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ไทยมีอัตราการเติบโตของการนำ AI มาใช้ถึง 36.4% สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก อย่างไรก็ตาม ฐานผู้ใช้งานในกลุ่มวัยทำงานยังอยู่ที่ประมาณ 12.4% สะท้อนว่าแม้คนไทยเริ่มตื่นตัวต่อเทคโนโลยีมากขึ้น แต่การเข้าถึงยังจำกัดอยู่ในคนบางกลุ่ม และยังมีช่องว่างอีกมากหากต้องการผลักดัน AI ให้กลายเป็นเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพในวงกว้าง 

ประเด็นดังกล่าวถูกสะท้อนบนเวทีเสวนา "AI: พลังขับเคลื่อนแห่งชาติสู่การปฏิรูปกำลังคนไทย" ซึ่งมีทั้งภาครัฐ ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก และผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม TH-AI Passport ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงความพร้อมของแรงงานไทย รวมถึงโจทย์ที่ประเทศต้องเดินต่อจากการมี "ผู้ใช้ AI" ไปสู่การสร้างคนที่ "ใช้ AI เป็น"

พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ตัวเลขการใช้ AI สะท้อนถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีนโยบายหรือมาตรการระดับชาติ เพื่อผลักดันเป้าหมายตามแผน AI ของประเทศให้เกิดผลจริง พร้อมยกเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างของประเทศที่สามารถลดช่องว่างการใช้งานผ่านนโยบายภาครัฐ การทำให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี และการมี AI ที่รองรับภาษาของประเทศ 

ตัวชี้วัดของเราตกหมด แทบจะไม่ผ่านเลย เพราะฉะนั้นมันก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องทำนโยบาย หรือมาตรการอะไรสักอย่างหนึ่ง เพื่ออย่างน้อย ผลักดันให้แผนตัวนี้ใกล้ความจริงที่สุด

โจทย์ใหญ่ ’TH-AI Passport‘ เมื่อคนไทยใช้ AI ยังไม่ทั่วถึง?

โจทย์ใหญ่ ’TH-AI Passport‘ เมื่อคนไทยใช้ AI ยังไม่ทั่วถึง?

ด้าน เชาวลิต รัตนกรไกรศรี ผู้อำนวยการประจำภูมิภาค ด้านโซลูชันคลาวด์และ AI ไมโครซอฟท์ อาเซียน อ้างอิงรายงาน Global AI Diffusion Report ซึ่งสำรวจการใช้ AI ของประชากรวัยทำงานทั่วโลก พบว่า แม้ไทยมีสัดส่วนผู้ใช้ประมาณ 12.4% แต่การเติบโตในช่วง 6 เดือนอยู่ที่ 36.4% สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก สะท้อนการตื่นตัวของคนไทยในการนำ AI ไปใช้ทั้งในชีวิตประจำวัน การทำงาน และการเรียนรู้ 

อย่างไรก็ดี การเติบโตดังกล่าวยังมีลักษณะกระจุกตัว ขณะที่ค่าเฉลี่ยการใช้งานที่ Microsoft อ้างในเวทีอยู่ที่ 17.4% จึงมองว่าโจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่ต้องขยายการเข้าถึงแพลตฟอร์ม ควบคู่กับการเพิ่มองค์ความรู้และทักษะ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำ AI ไปสร้างประสิทธิภาพในการทำงานได้จริง 

เรามีการเติบโตที่ดี มีการตื่นตัวแล้ว สิ่งที่เราควรต้องทำต่อไปคือต่อยอดจาก 12.4% ของวัยทำงาน ให้ก้าวข้ามค่าเฉลี่ย เราจะต้องทำให้คนเข้าถึงแพลตฟอร์ม AI ให้มากขึ้น

นอกจากนี้ Microsoft ยังอ้างข้อมูลจาก Work Trend Index ว่า 32% ของกลุ่มวัยทำงานที่ใช้ AI อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า Frontier Professional ซึ่งสามารถนำ AI ไปช่วยสร้างระบบอัตโนมัติและยกระดับกระบวนการทำงาน โดยมนุษย์ยังคงอยู่ในกระบวนการตัดสินใจ ขณะที่ 75% ของผู้ใช้งาน AI ที่สำรวจระบุว่า สามารถสร้างสรรค์งานบางอย่างที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำได้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันสามารถทำได้ด้วย AI  

โจทย์ใหญ่ ’TH-AI Passport‘ เมื่อคนไทยใช้ AI ยังไม่ทั่วถึง?

ขณะเดียวกัน จิรเดช จาตุรวิทย์ หัวหน้าฝ่ายกิจการภาครัฐและนโยบายสาธารณะ Google Cloud ประเทศไทย กล่าวถึงผลสำรวจ Gemini Southeast Asia Report ว่า รูปแบบการใช้เทคโนโลยีของคนไทยมีพื้นฐานที่เอื้อต่อการเข้าสู่ยุค AI โดยผู้ใช้ Gemini 3 ใน 4 ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ ขณะที่การใช้งานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแชต แต่ขยายไปสู่รูปแบบ Multimodal ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ เพลง และการเขียนโค้ด นอกจากนี้ยังพบแนวโน้มการ Prompt เป็นภาษาไทย ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านภาษาในการเข้าถึงเทคโนโลยี 

อย่างไรก็ตาม Google พบว่าการใช้เครื่องมือ AI ในไทยยังคงกระจุกตัวในกรุงเทพฯ และกลุ่มวัยทำงาน จึงเห็นว่าการขยาย AI ออกไปนอกเมืองใหญ่ รวมถึงเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มผู้ใช้ เป็นเงื่อนไขสำคัญหากต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี โดย AI สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตั้งแต่ผู้ค้ารายย่อย คนเริ่มทำงาน เกษตรกร ไปจนถึง SME ที่ต้องการวิจัยตลาดต่างประเทศ 

ปัจจุบันยังมีการกระจุกตัวของการใช้ AI อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเน้นไปที่วัยทำงาน แต่สิ่งที่อยากเห็นคือการกระจายออกไปนอกกรุงเทพฯ นอกเมือง นอกหัวเมืองหลัก กระจายไปทั่วประเทศ

โจทย์ใหญ่ ’TH-AI Passport‘ เมื่อคนไทยใช้ AI ยังไม่ทั่วถึง?

ขณะที่ พาขวัญ วงศ์พลทวี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ระบุว่า หากอ้างอิงสัดส่วนการใช้ AI ของไทยที่ 12.4% เทียบกับประชากรวัยทำงานที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตราว 45 ล้านคน จะเท่ากับมีผู้ใช้ AI ในชีวิตประจำวันและการทำงานประมาณ 5.7 ล้านคน จึงยังเหลือประชากรอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าสู่การใช้งาน AI อย่างจริงจัง 

ทั้งนี้ แบ่งกลุ่มผู้ใช้ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • ผู้เชี่ยวชาญ
  • ผู้ใช้งานระดับกลาง
  • กลุ่มผู้เริ่มต้น

โดยมองว่ากลุ่มหลังเป็นเป้าหมายที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด ครอบคลุมตั้งแต่เกษตรกร SME นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงประชาชนที่ยังไม่เคยใช้ AI หรือเคยทดลองใช้แต่ยังไม่รู้ว่าจะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไร จึงออกแบบ TH-AI Passport ให้เน้นความง่ายในการเข้าถึง การเรียนรู้ และการเริ่มใช้งาน ผ่านแนวคิด "เข้าถึง เข้าใจ และใช้เป็น"  

กลุ่มที่เราต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือกลุ่มที่เป็นคนเริ่มต้น หรืออาจจะยังไม่เคยเข้าใจเรื่อง AI เลย จะเป็นเกษตรกร SME นักเรียนนักศึกษาที่ยังเข้าไม่ถึง หรือใครก็ตามที่วันนี้อาจจะยังมีความกล้าๆ กลัวๆ อยู่

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มจึงเตรียมฟีเจอร์ช่วยแนะนำการเขียน Prompt และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทดลอง AI แบบ Pro มากกว่า 30 โมเดล เพื่อให้คนที่ยังไม่พร้อมจ่ายค่าบริการรายเดือนสามารถเข้าถึงและทดลองความสามารถของโมเดลที่หลากหลาย ก่อนเลือกใช้งานให้เหมาะกับความต้องการของตนเอง  

พาขวัญประเมินด้วยว่า หากโครงการสามารถสร้างผู้ใช้ใหม่ได้ครบตามเป้าหมาย 5 ล้านสิทธิ์ สัดส่วนการใช้ AI ของไทยอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22% และก้าวข้ามค่าเฉลี่ยโลกตามตัวเลขที่เธออ้างไว้ที่ 17.8% 

ภาพรวมจากวงเสวนาจึงสะท้อนตรงกันว่า ไทยไม่ได้ขาดความสนใจต่อ AI และกำลังมีอัตราการใช้งานที่เติบโตสูง แต่โจทย์ถัดไปคือการทำให้การเติบโตดังกล่าวไม่จำกัดอยู่เพียงคนบางกลุ่มหรือเมืองใหญ่ พร้อมสร้างทักษะให้ผู้ใช้สามารถเลือกเครื่องมือได้เหมาะสม และเปลี่ยนการเข้าถึง AI ไปสู่ผลิตภาพที่เกิดขึ้นจริงในภาคประชาชน แรงงาน และธุรกิจ