วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

สดช.วอนอย่าบิดเบือนข้อมูล TH-AI Passport ย้ำ TOR ใช้คำว่าส่งเสริมไม่ใช่ ‘ต้อง’ประมวลผลในไทย

สดช.เคลียร์ TOR โคงการ TH-AI Passport ระบุวัตถุประสงค์ข้อ 2.2 ใช้คำว่า “ส่งเสริม” ขณะที่ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในระบบโครงการจัดเก็บในไทย ส่วน Prompt และไฟล์ที่ส่งไปประมวลผลกับ AI ต่างประเทศ จะผ่านกระบวนการคัดกรองและปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลก่อน

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ในฐานะหน่วยงานดำเนินโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ TH-AI Passport ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่และแชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของโครงการตาม TOR ข้อ 2.2

โดยวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้คือ “เพื่อส่งเสริมให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย รวมทั้งยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายไทยอย่างสูงสุด”

อย่างไรก็ตาม มีการนำข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ในลักษณะว่า “ต้องจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย” ซึ่งสดช.ระบุว่าเป็นการตัดทอนและบิดเบือนข้อเท็จจริง จนทำให้เกิดความเข้าใจว่าการดำเนินงานของโครงการไม่สอดคล้องกับ TOR

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานภายในโครงการ TH-AI Passport ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการลงทะเบียน ข้อมูลการเรียนออนไลน์ ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน ตลอดจนการประมวลผลข้อมูลและการจัดทำ Dashboard นั้น ทั้งหมดถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด

ระบบของโครงการได้รับการออกแบบให้มีขั้นตอนตรวจสอบ คัดกรอง และปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนส่งข้อมูลคำสั่ง หรือ Prompt รวมถึงไฟล์ภาพ รูป และเสียง ไปประมวลผลกับผู้ให้บริการ AI ในต่างประเทศ

สดช. ขอย้ำว่า ผู้ให้บริการ AI ไม่สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้เพื่อประโยชน์อื่น หรือใช้ฝึกโมเดล AI ของตนเองได้ และเมื่อประมวลผลเสร็จสิ้น ผู้ให้บริการจะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ภายหลังการประมวลผล

ทั้งนี้ สดช. ระบุว่า แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ TOR ข้อ 2.2 โดยไม่มีความขัดแย้งกับข้อกำหนดของโครงการ พร้อมย้ำว่าถ้อยคำในวัตถุประสงค์ใช้คำว่า “ส่งเสริม” ไม่ใช่ “ต้อง” ดังนั้น การเผยแพร่ข้อมูลที่ระบุว่าทุกข้อมูลจะต้องจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย จึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและเจตนาของ TOR

นายเวทางค์ กล่าวยืนยันว่า ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดในโครงการจะถูกจัดเก็บในฐานข้อมูลภายในประเทศไทยและมีการเข้ารหัสเพื่อรักษาความปลอดภัย พร้อมดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด

ขอยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดถูกจัดเก็บในฐานข้อมูลในประเทศไทยที่มีการเข้ารหัส เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล และดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งไซเบอร์ซีเคียวริตี้อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ นายเวทางค์ ระบุว่า สดช. ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะ คำแนะนำ และคำวิจารณ์ที่สร้างสรรค์ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการดำเนินโครงการ TH-AI Passport ต่อไป