วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

AI เปลี่ยนโฉมการค้าโลก ไทยโตแรง ขึ้นแท่นดาวรุ่งอาเซียน

AI เปลี่ยนโฉมการค้าโลก ไทยโตแรง ขึ้นแท่นดาวรุ่งอาเซียน

รายงานล่าสุดจาก อลิอันซ์ รีเสิร์ช (Allianz Research) ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามาพลิกโฉมโครงสร้างการค้าโลกอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางใหม่ของห่วงโซ่อุปทานด้าน AI ขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีบทบาทโดดเด่นในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค

รายงานชี้ว่า มูลค่าการค้าสินค้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลก เติบโตขึ้นกว่า 280% ในช่วงปี 2557–2568 แตะระดับ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นประมาณ 15% ของมูลค่าการค้าโลกทั้งหมด ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าการค้าสินค้าทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงบทบาทของ AI ที่กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

AI เปลี่ยนโฉมการค้าโลก ไทยโตแรง ขึ้นแท่นดาวรุ่งอาเซียน

ไทย ‘ดาวรุ่ง’ ห่วงโซ่อุปทาน AI โลก

ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของการส่งออกสินค้า AI สูงถึง 49% ในปี 2568 นับเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ร่วมกับมาเลเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็น “ฐานการผลิตใหม่” ของโลกในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI

กลุ่มประเทศดังกล่าวมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 11% ของมูลค่าการค้า AI ทั่วโลก และมีส่วนสร้างมูลค่าการค้าส่วนเพิ่มถึง 18% ในปีที่ผ่านมา สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของอาเซียนในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

รายงานยังระบุว่า ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในกลุ่มอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน (Equipment) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 43% ของการส่งออกสินค้า AI ของประเทศ

สอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนด้านดาต้าเซนเตอร์ ระบบคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล และโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในอนาคต

โอกาสใหม่ บนความเสี่ยง ‘ภูมิรัฐศาสตร์’

แม้แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม AI จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่ Allianz Research เตือนว่า ห่วงโซ่อุปทาน AI ยังคงมีความกระจุกตัวสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญ หากเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หรือข้อจำกัดทางการค้าในอนาคต

ขณะเดียวกัน การแข่งขันด้าน AI กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านสินค้า ไปสู่การแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์คอมพิวติ้ง, ดาต้าเซนเตอร์ และดาต้าโฟลว์ ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดศักยภาพทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศในระยะยาว

ดังนั้น ประเทศที่มีความเปิดกว้างทางการค้า พร้อมทั้งสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้

โดยความเปิดกว้างทางการค้า สามารถอธิบายความแตกต่างของระดับการใช้งาน AI ระหว่างประเทศต่าง ๆ ได้มากถึง 23% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกและการลงทุนด้านเทคโนโลยี จะกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในยุค AI-driven Economy ต่อไปในอนาคต