สวทช. จัดใหญ่ "มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ" 8-9 ธ.ค. นี้

สวทช. จัดใหญ่ "มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ" 8-9 ธ.ค. นี้

สวทช. เตรียมเปิดมหกรรมแห่งประวัติศาสตร์ "มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ" พร้อมโชว์ BCG นวัตกรรมการแพทย์ กว่า 100 ผลงาน ในรูปแบบไฮบริด อีเวนต์ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย และออนไลน์เสมือนจริงด้วยเทคโนโลยี 3D เต็มรูปแบบ

เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ล่าสุดตามแผนขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมการแพทย์ในประเทศ ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และมุ่งสู่เป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ในอาเซียน Medical Hub ในปี 2570 โดยการจัดงาน BCG Health Tech Thailand2021 จะเป็นเวทีเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ผู้ประกอบการด้านสุขภาพและการแพทย์ สามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์กว่า 100 ผลงาน

สวทช. จัดใหญ่ "มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ" 8-9 ธ.ค. นี้

ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศเปิดประเทศ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อเดินหน้าเศรษฐกิจไทยในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park) สวทช. ซึ่งเป็นนิคมวิจัยสำหรับเอกชนแห่งแรกของประเทศ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) และ องค์กรพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 50 องค์กร ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) สมาคมเวชสารสนเทศไทย (TMI) ผนึกกำลังขานรับนโยบายประเทศกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy Model เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย 

 

ซึ่งถือเป็นมหกรรมนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ กิจกรรมแรกในประเทศไทยเพื่อต้อนรับนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ  โดยมีบริษัทเทคโนโลยี และ องค์กรวิจัยชั้นนำทางการแพทย์ 7 เขตเศรษฐกิจ ที่มาร่วมนำเสนอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อาทิ  Mekonglink  จากสาธารณรัฐเกาหลี , JIANGSU LONGHUI INTELLIGENT TECHNOLOGY  จากสาธารณรัฐประชาชนจีน  , National Cheng Kung University  จากประเทศไต้หวัน อีกทั้งนวัตกรรมการแพทย์จาก ประเทศอังกฤษ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ รวมทั้งนวัตกรรมพร้อมใช้ของคนไทยและนวัตกรรมสู้ภัยโควิดจาก สวทช. มากกว่า 100 นวัตกรรม ภายในงานมีการให้คำปรึกษาแนะนำธุรกิจ การจำหน่ายสินค้าและนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพจากผู้ประกอบการในราคาพิเศษกว่า 100 ผลิตภัณฑ์ กิจกรรมเวิร์กช็อปด้านสุขภาพและการแพทย์

สวทช. จัดใหญ่ "มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ" 8-9 ธ.ค. นี้

นอกจากนั้นแล้วเพื่อเป็นการเปิดโอกาสการลงทุนจากนักลงทุนทั่วโลก ได้มีการจัดกิจกรรมและเปิดตลาดนวัตกรรมออนไลน์บน www.healthtech-thailand.com ควบคู่กันไปยาวต่อเนื่องตลอด 12 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม เป็นต้นไป) เพื่อรองรับดำเนินธุรกิจบนโลกเสมือนจริงแบบไร้ขีดจำกัด ให้แก่นักลงทุน ผู้ประกอบการและลูกค้าจากทั่วโลก

"ผลกระทบของการเกิดโรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโรค COVID-19 ในปี 2563 ทำให้เกิดการขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ ทั้งในแง่ของวัตถุดิบ อุปกรณ์ วัสดุทางการแพทย์ที่ไม่สามารถนำเข้าหรือผลิตได้ทันตามความต้องการในประเทศ ปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวเร่งความต้องการใช้เครื่องมือแพทย์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและทันสมัย ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนวิจัยและพัฒนา ทั้งจากภาครัฐและเอกชน" ณรงค์ กล่าว

ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจวันเปิดงาน 8 ธันวาคม 2564 ได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานและแสดงวิสัยทัศน์นโยบายด้าน Health & Wellness ของประเทศไทย และการบรรยายจาก 24 วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มี 14 หัวข้อการเสวนาอภิปราย รวมทั้งการสัมมนาในหัวข้อพิเศษ 30 หัวข้อทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออนไซต์ 2 วันเต็ม ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

อาทิ การขับเคลื่อนการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ และการรับมือเหตุฉุกเฉินใน ASIA Pacific และ ประเทศไทย, ทิศทางอุตสาหกรรม Health and wellness หลังการระบาด COVID19 และ แนวโน้มเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง, การขับเคลื่อนกัญชา กัญชง พืชเศรษฐกิจใหม่ของไทยในเชิงพาณิชย์ สู่โอกาสทางการตลาดและการพัฒนาสู่ตลาดโลก

อย่างไรก็ตามการจัดงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ สวทช. ในการใช้ความรู้ ความสามารถของนักวิจัย เชื่อมโยงกับหน่วยงานวิจัยอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศในการเร่งขีดความสามารถในการนำนวัตกรรมออกสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดการลงทุนมากขึ้นและสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์ เป็นหนึ่งในสาขาสำคัญของ BCG ที่รัฐบาลต้องการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ภายในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งต้องการผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการสร้างความยั่งยืนให้แก่ประเทศ ด้วยการสนับสนุนให้มีการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ที่มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล และเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย

รวมทั้งมีการนำผลงานวิจัยบางส่วนมานำเสนอ อาทิ วัคซีนป้องกันโควิด 19 แบบพ่นจมูก (ซึ่งสวทช. กำลังอยู่ในขั้นเตรียมการทดสอบในมนุษย์ภายในปี 2565), ชุดตรวจสำหรับการคัดกรองการติดเชื้อก่อโรคไวรัสโคโรนา (NanoCOVID-19 Antigen Rapid Test), สูตรสำหรับผลิตอาหารปั่นผสมสำเร็จรูปสำหรับให้ทางสายยาง และเครื่องบินโดรนส่งยา เป็นต้น

ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถติดตามรายละเอียดของงานเพิ่มเติมและลงทะเบียนฟรีได้ที่ www.healthtech-thailand.com และ www.facebook.com/healthtechthailandevent