5จี คือ บริการการสื่อสารที่ทรงพลัง แต่มันจะเติบโตได้หากองค์กรต่างๆ ร่วมกันสร้างสรรค์รูปแบบการใช้งาน
ยกตัวอย่าง เช่น อุตสาหกรรมพลังงาน การขนส่ง การจัดการเมืองและอาคารสถานที่ต่างๆ ภาพที่มีความคมชัดสูงจะช่วยในเรื่องการติดตาม และตรวจสอบความปลอดภัยได้อย่างดีขึ้น การพัฒนาขั้นหลังของ 5จี คือ ความสามารถบังคับโดรนระยะไกล จัดแบ่งโครงข่ายทำงานแบบ network slicing นำมาซึ่งความเสถียรในการทำงานในสถานที่ที่เสี่ยง เช่นโรงกลั่น หรือแท่นขุดเจาะน้ำมัน
ขณะที่ วงการค้าปลีกสามารถใช้งานกล้องวิดีโอตรวจสอบและวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อในร้าน คาดการณ์แนวโน้มความต้องการสินค้าล่วงหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไอโอที ขณะที่ 5จี ยังทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ เทคโนโลยีวีอาร์ (virtual reality) และเออาร์ (augmented reality) มีการพัฒนาที่ดีขึ้น
แนะแนวทางเปลี่ยนผ่านสู่5จี
"แม้ 5จี จะสร้างโอกาสต่างๆ มากมาย แต่ 5จี ก็สามารถสร้างผลกระทบต่อผู้ที่ไม่ได้เตรียมตัวในการเปลี่ยนผ่าน คำแนะนำของเรา คือ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมควรใช้ 3 แนวทางในการจัดการ คือ การกำหนดทรัพยากรอย่างชัดเจน ปรับรูปแบบการทำงาน และร่วมมือทุกฝ่ายในอุตสาหกรรม"
อย่างไรก็ตาม ดีแทค ได้เตรียมพร้อม โดยเป็นผู้ให้บริการายแรกที่นำโครงข่ายระบบชุมสายเสมือน (Visualized Core Network: VCN) มาดำเนินงาน รองรับ 5จี ทั้งยังมองหารูปแบบการให้บริการต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ตไร้สายแบบคงที่ สู่การเชื่อมต่อยานยนต์ ซึ่งดีแทค จะยังไม่หยุดพัฒนาทั้ง 4จี และ 5จี อย่างต่อเนื่อง
“ดีแทคได้จัดตั้งอไจล์ 12 ทีม ทำงานร่วมกัน โดยผลลัพธ์จะมุ่งสู่การตอบสนองตลาดและความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างเร็ว ซึ่งดีแทคพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยให้ก้าวสู่ดิจิทัล และจะพัฒนา 5จี เพื่อให้ก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 อย่างสมบูรณ์ เราต้องร่วมกันผนึกกำลังที่จะสร้าง 5จี ได้อย่างยั่งยืน และนำโอกาสสู่คนไทยทุกคน"





