“เมนทาแกรม” โหมหนักตลาดกล้องแอ็คชั่นในไทย ส่ง “โกโปร ฮีโร่ 6 แบล็ค” เจาะผู้ใช้งานระดับโปร มั่นใจไร้คู่แข่ง ผลิตภัณฑ์มีจุดแข็ง ตอบโจทย์ได้ตรงไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมาย ปี 2560 หวังยอดขายโตได้ถึง 20%
นายณัฐพล ปัทมพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมนทาแกรม จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกล้องโกโปรรายเดียวในประเทศไทย กล่าวว่า ปรับกลยุทธ์การทำตลาดกล้องแอ็คชั่นแบรนด์ “โกโปร” ใหม่โดยจะหันไปโฟกัสกับตลาดไลฟ์สไตล์เชิงเอ็กซ์ตรีม เช่น มอเตอร์ไซค์ รวมถึงรถยนต์มากขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียม สามารถตอบโจทย์การใช้งานลักษณะดังกล่าวได้โดยเฉพาะ แต่ทั้งนี้ยังคงให้สำคัญกับผู้ใช้งานทั่วไป สำหรับการท่องเที่ยว และเชิงไลฟ์สไตล์เช่นเดิม
เขาเผยว่า แต่ละปีใช้งบการตลาดประมาณ 3-10% ของรายได้รวม ด้วยไทยเป็นตลาดทำเงิน สามารถสร้างยอดขายได้มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มา 4 ปีติดต่อกัน ทางโกโปรจึงมีแผนเพิ่มงบลงทุนเข้ามามากขึ้น ทั้งการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การสนับสนุนแคมเปญการตลาด และงานอีเวนท์ที่เกี่ยวข้องต่างๆ แมนทาแกรมเองเสริมทีมงานทั้งฝ่ายขายและสนับสนุนเพื่อพัฒนาการบริการให้ดีมากขึ้น
ด้านผลิตภัณฑ์ สินค้าสำหรับตลาดเมนสตรีมคือ โกโปร ฮีโร่ 5 เสริมด้วยรุ่นใหม่ล่าสุด “โกโปร ฮีโร่ 6 แบล็ค(GoPro HERO6 Black)” ราคา 18,500 บาท มาพร้อมโปรเซสเซอร์จีพี1 ถ่ายวีดิโอความละเอียดระดับ 4เค บันทึกวีดิโอได้คมชัดแม้แสงน้อย คัดลอกข้อมูลเร็วขึ้น 3 เท่า สำหรับการใช้งานระดับโปร หรือผู้ที่ต้องการใช้ฟังก์ชันที่มีความลึกมากขึ้น
แต่ละปีบริษัททำยอดขายกล้องโกโปรได้ไม่น้อยกว่า 5-6 หมื่นตัว เฉพาะโกโปร ฮีโร่ 6 ซึ่งเริ่มวางจำหน่ายเมื่อปลายเดือนก.ย.ตั้งเป้าว่าไตรมาสที่ 4 จะทำยอดขายได้ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นตัว
ส่วนช่องทางการตลาด ครอบคลุมร้านอุปกรณ์กีฬา ท่องเที่ยว กล้องถ่ายภาพ และพยายามขยายช่องทางภายในห้างโมเดิร์นเทรดให้กว้างมากขึ้น รวมขณะนี้มีหน้าร้านอยู่กว่า 400 แห่ง คู่ค้ากว่า 200 ราย
นอกจากนี้ มีแผนสร้างเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ 4 แห่งทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีอยู่ 1 แห่งที่เจมาร์ท ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2561
เมนทาแกรมตั้งเป้าไว้ว่า จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 650 ล้านบาท ปี 2560 จะเติบโตอีก 15% หรือมีรายได้ 800 ล้านบาท รายได้จากโกโปรมีสัดส่วนราว 80% รวมขณะนี้มีสินค้าจำหน่ายอยู่ประมาณ 20 แบรนด์ การพิจารณานำเข้ามาจำหน่ายเน้นที่มีอนาคตดี
เฉพาะแบรนด์โกโปร คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 20% ปัจจัยเนื่องจากแม้มีผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้เฉพาะทาง ขณะนี้ไม่มีคู่แข่งรายใดที่มีตำแหน่งเดียวกัน
ปัจจุบัน โกโปรมีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดกล้องแอ็คชั่นประเทศไทยกว่า 50% เฉพาะสินค้าระดับกลางถึงบนราคา 1 หมื่นบาทขึ้นใหม่มีส่วนแบ่งกว่า 80%




