วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sustainability ปฏิบัติการพลังงานยั่งยืนที่ ‘เมกาบางนา’

ศูนย์เรียนรู้ด้านนวัตกรรมประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ของ “ศูนย์การค้าเมกาบางนา” บนวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม

ศูนย์เรียนรู้ด้านนวัตกรรมประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ของ “ศูนย์การค้าเมกาบางนา” บนวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ศูนย์การค้าแห่งแรกในไทยที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เกือบ 4,000 แผงเต็มพื้นที่ 8,000 ตารางเมตรบนหลังคา สามารถผลิตไฟฟ้าประมาณ 1.43 ล้านกิโลวัตต์ต่อปีเทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าใน 200 ครัวเรือน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 7.16 แสนกิโลกรัมต่อปี


เมกาบางนาเป็นธุรกิจร่วมทุนระหว่างบริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับอิคาโน รีเทล เอเชีย มีนโยบายชัดเจนด้านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ไม่เพียงแต่สาขาในไทยแต่ในมาเลเซียและสิงคโปร์ก็ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (โซลาร์รูฟท็อป) เช่นกัน


ปพิตชญา สุวรรณดี รองผู้อำนวยการบริหารศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า โครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาเป็นนโยบายจากสำนักงานใหญ่ โดยได้จัดเตรียมโครงสร้างรองรับไว้ตั้งแต่การออกแบบอาคาร ประกอบกับในช่วงปี 2556 รัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาพร้อมด้วยมาตรการสนับสนุนทางภาษี ทั้งประกาศรับซื้อไฟฟ้าคืนในราคาประมาณ 6 บาทต่อหน่วย จึงได้ยื่นเสนอเข้าร่วมโครงการด้วย


กระแสไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปส่งขายคืนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในราคาประมาณ 6 บาทต่อหน่วย ขณะที่ค่าไฟฟ้าที่ต้องชำระเฉลี่ย 3.5 บาทต่อหน่วย แม้ว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าภายในศูนย์การค้าฯ พื้นที่ 4 แสนตารางเมตรมากกว่าปริมาณที่ผลิตได้จากหลังคาโซลาร์เซลล์ แต่ก็คุ้มค่าด้วยราคาขายที่มากกว่าราคาซื้อเกือบเท่าตัว

“เรากำลังศึกษาเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ในรูปแบบอื่นๆ สำหรับติดตั้งใช้งานเพิ่ม เช่น เสาไฟฟ้าในสวน ระบบจ่ายไฟให้น้ำพุ โดยให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ใช้ไฟฟ้าน้อย เพื่อที่จะไม่ต้องลงทุนกับแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานซึ่งมีราคาแพงมาก”
ลดใช้พลังงานอย่างยั่งยืน


ปพิตชญา กล่าวว่า โครงการโซลาร์รูฟท็อปนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการด้านความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งมีหลายโครงการตามที่ระบุไว้ในแผนธุรกิจประจำปี เป้าหมายเพื่อลดการใช้พลังงาน โดยโครงการสำคัญในปี 2558 ได้ลงนามในสัญญาร่วมกับบริษัท เทรน (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของระบบปรับอากาศได้มากกว่า 20% หรือ กว่า 4 ล้านหน่วยต่อปี

“เราเป็นห้างใหญ่ เปิด 7 วันไม่หยุด ใช้พลังงานสูงมาก จึงสนใจที่จะลดใช้พลังงานโดยไม่กระทบผู้เช่าและลูกค้า โดยมุ่งเป้าที่แหล่งสิ้นเปลืองพลังงานมากที่สุดคือ เครื่องปรับอากาศ จึงหารือกับเทรนว่า หากต้องการลดใช้พลังงานด้านนี้ควรทำอย่างไร สุดท้ายก็มีความร่วมมือระหว่างกัน” ปพิตชญา กล่าวและว่า บริษัทเทรนได้ถือโครงการที่ทำร่วมกันกับเมกาบางนานี้ เป็นโครงการตัวอย่างที่จะสามารถนำไปเป็นประโยชน์แก่ธุรกิจอื่นได้อีกด้วย


“ภูมิใจมากกับโครงการลดใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบปรับอากาศ ทุกภาคส่วนติดต่อเข้ามาดูงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เทรนก็มอบรางวัลให้เราแล้วบอกว่าเขาก็ภูมิใจมากกับโปรเจคนี้มาก ที่ผ่านมาก็เคยทำโปรเจคลักษณะนี้กับประเทศอื่นมาแล้ว แต่ในประเทศไทยเพิ่งทำให้เมกาบางนาเป็นแห่งแรกและประสบความสำเร็จอีกด้วย”


ถัดมาในปี 2559 ได้ริเริ่มโครงการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียแห่งใหม่ที่ได้มาตรฐานระดับสากล โดยเลือกใช้เทคโนโลยีเมมเบรนซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับเครื่องกรองน้ำดื่มในการบำบัดน้ำเสียโดยไม่ใช้สารเคมี คาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางปีหน้า น้ำที่ผ่านไส้กรองเมมเบรนสามารถใช้ในกิจกรรมดูแลรักษาต้นไม้ งานทำความสะอาดและระบายความร้อนของระบบปรับอากาศ จะช่วยลดการใช้น้ำประปาได้มากกว่าปีละกว่า 1 แสนหน่วย ทั้งยังตั้งใจที่จะทำโรงบำบัดนี้ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้โดยจะออกแบบติดตั้งผนังกระจกใสให้นักเรียนและผู้สนใจเข้ามาดูงานโดยเดินในพื้นที่ที่กำหนด ส่วนปี 2560 เป็นการเปลี่ยนหลอดไฟส่องสว่างในอาคารและป้ายโฆษณาให้เป็นแอลอีดี มีความคืบหน้าไปแล้ว 70-80%


“ระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เมกาบางนาภูมิใจที่ได้ร่วมพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการในด้าน Sustainability หลายโครงการ จึงน่าจะเป็นศูนย์การค้าที่ใช้ไฟต่อตารางเมตรน้อยที่สุดในประเทศ แม้ว่าขณะนี้จะน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสาขาทั้งในไทยและสิงคโปร์” ปพิตชญา กล่าว