‘เอ็มเอสไอจี’ ยึดดิจิทัลจุดต่างธุรกิจประกัน

‘เอ็มเอสไอจี’ ยึดดิจิทัลจุดต่างธุรกิจประกัน

“เอ็มเอสไอจี” เร่งเครื่องดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ดึงไอที-โมบาย สร้างจุดต่างธุรกิจประกันภัย เล็งเข็นบริการใหม่ลงตลาดทุกไตรมาส หวังภายใน 3 ปีผงาดผู้นำบริการบนโลกดิจิทัล

นายรัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่นในธุรกิจประกันภัย มุ่งนำเทคโนโลยีไอทีช่วยยกระดับการให้บริการ และการซื้อขายบนออนไลน์ แนวทางการทำงานเริ่มจากโจทย์ทางธุรกิจ ความต้องการลูกค้า คู่ค้า จากนั้นหาไอทีโซลูชั่นที่สามารถตอบโจทย์ได้มากที่สุด 

สำหรับโรดแมพการลงทุนไอที อันดับแรกเน้นทำให้บริการเร็วที่สุด จากนั้นเฟสต่อไปเดินหน้าต่อที่เทคโนโลยีแชทบอท บิ๊กดาต้า เทเลเมติคส์ เสริมด้วยกิมมิค เช่น เออาร์ วีอาร์ ทั้งกำลังพิจารณาเทรนด์ที่กำลังมา เช่น เพียร์ทูเพียร์ บล็อกเชน แต่ทั้งนี้ที่สำคัญหลังบ้านต้องมีความพร้อมที่จะบริการได้เร็วที่สุด

“5 ปีที่ผ่านมาเราใช้งบลงทุนด้านไอทีไปกว่า 150 ล้านบาท ส่วนหลังจากนี้ พิจารณาไปตามโครงการที่จัดทำซึ่งในแผนจะมีอะไรใหม่ๆ เปิดตัวออกมาทุกไตรมาส”

นายรัฐพล กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาบริการรูปแบบแชทบอท คาดว่าบริการต้นแบบจะเริ่มได้ประมาณไตรมาสที่ 3 ปีนี้ เบื้องต้นจะเชื่อมกับแอพแชทของบริษัทเองก่อน หากประสบความสำเร็วมีความเป็นไปได้ที่จะต่อยอดไปสู่แอพแชททั่วไปอย่าง ไลน์ หรือเฟซบุ๊คแมสเซ็นเจอร์

อย่างไรก็ดี หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ การนำโมบายมาให้บริการลูกค้าแบบเรียลไทม์ ด้วยแอพพลิเคชั่น “สปีดี้(SpeeDi)” ที่รวมบริการต่างๆ ไว้ในที่เดียว เช่น การติดต่อ แจ้งเคลม ข้อมูลอู่ ศูนย์ซ่อม ต่ออายุ รายชื่อโรงพยาบาลเครือข่าย ระบบนำทาง ฯลฯ

บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 3 เดือนจากนี้จะมีลูกค้าใช้งานสปีดี้ไม่น้อยกว่า 100,000 รายจากฐานลูกค้าทั้งหมดมีอยู่ราว 2.6 แสนราย

ขณะที่ภายในเดือนพ.ค.เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มแชท “แชทติวา (Chativa)” สำหรับการสื่อสารที่ปลอดภัยภายในองค์กร จากนั้นช่วงต้นปี 2561 มีแผนเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “แอคทิวา (Activa)” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ตัวแทนและนายหน้าสามารถทำธุรกรรมกับบริษัทได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน

“รายได้เรากว่า 80% มาจากคู่ค้าตัวแทนและนายหน้า ดังนั้นต้องพัฒนาให้การทำงานสะดวกมากที่สุด รวมขณะนี้มีอยู่ 2,000 ราย จากจำนวนดังกล่าวที่แอคทีฟมีอยู่ราว 500 ราย”

นายรัฐพล กล่าวด้วยว่า โจทย์สำคัญในฐานะซีอีโอ คือ ผลักดันให้พนักงานคิดแบบดิจิทัล แต่ละปีการวางกลยุทธ์ธุรกิจไม่ได้มาจากแค่พนักงานระดับอาวุโส ทุกแผนกต้องเสนอโครงการที่เป็นดิจิทัล ขณะนี้บริษัทมั่นใจว่าอยู่ในระดับท็อปการทำดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่นของอุตสาหกรรม

หากการดำเนินงานเป็นไปตามโรดแมพเชื่อว่าภายใน 2-3 ปีจะก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำที่ชัดเจนด้านบริการดิจิทัลรวมถึงดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในธุรกิจประกันภัยได้แน่นอน

สำหรับยอดขาย ระยะสั้นคงไม่กระทบมาก แต่ที่ที่ชัดเจน คือ เพิ่มยอดประกันสำหรับการเดินทาง ปีที่ผ่านมาเติบโตกว่า 100% ปีนี้ต่อเดือนโตกว่า 150% พฤติกรรมลูกค้านิยมหันมาซื้อประกันดังกล่าวด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยรวมคาดว่าผลกระทบเชิงรายได้ของการนำดิจิทัลมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจจะชัดเจนตั้งแต่ปลายหน้าเป็นต้นไป

นายอัครพล บุญวรเศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัฟวาแลนท์ จำกัด ผู้พัฒนาระบบให้กับเอ็มเอสไอจี เสริมว่า เทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นประกอบด้วย คลาวด์ การวิเคราะห์บิ๊กดาต้า โซเชียลเน็ตเวิร์ค โมบิลิตี้ ไอโอที และปัญญาประดิษฐ์

เม็ดเงินลงทุน‘ดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม’พุ่ง33%
การ์ทเนอร์ ระบุว่า จากปัจจุบันเม็ดเงินสำหรับดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่นในเอเชียแปซิฟิกมีสัดส่วน 22% ของการลงทุนไอทีทั้งหมด เมื่อถึงปี 2561 จะเพิ่มไปเป็น 33% คาดด้วยว่าอีก 5 ปี 3 เทคโนโลยีที่จะมีบทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงองค์กรคือ การวิเคราะห์ล่วงหน้า ไอโอที และบริการดิจิทัล

ไอดีซีชี้ว่า เมื่อถึงปี 2563 องค์กรธุรกิจที่มีแผนเริ่มดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่นจะเพิ่มไปเกือบ 50% หรือ 2 เท่าจากปัจจุบัน 22% ดังนั้นทิศทางของบริษัทก็จะให้บริการซึ่งสดคล้องกับเทรนด์ดังกล่าว ปัจจัยที่จะทำให้เดินหน้าไปได้ดีอันดับแรกต้องกำหนดทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนและการตัดสินใจที่เร็วของผู้บริหาร