คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เสริมทัพมะพร้าวส่งออก

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เสริมทัพมะพร้าวส่งออก

ผู้ประกอบการส่งออกมะพร้าวน้ำหอม พัฒนาระบบตรวจสอบคุณภาพสินค้าโดยไม่ทำลายด้วย Near Infrared (NIR) เพิ่มความน่าเชื่อถือ ลดการสูญเสียระหว่างการสุ่มตรวจและลดจำนวนสินค้าถูกตีกลับ 100% เตรียมต่อยอดประยุกต์ตรวจผลไม้ชนิดอื่น อาทิ ความอ่อนแก่ของทุเรียน

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอม 1.5 ล้านไร่ มูลค่าทางการตลาด 8,000 ล้านบาท และความต้องการของตลาดมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพสินค้ามีความสำคัญอย่างมาก

วทน.ลดการสูญเสีย

นายอนวัทย์ สุคำภา ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรม บริษัท บลู ริเวอร์ โปรดักส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไปยังตลาดระดับพรีเมียมจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือ การตรวจสอบความบริบูรณ์ของมะพร้าวน้ำหอมตามมาตรฐาน มกอช. เพื่อคงคุณภาพ ความเชื่อมั่นของลูกค้าและลดยอดเคลมสินค้า

มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เรื่อง มะพร้าวน้ำหอม (มกอช. 15-2550) กำหนดคุณสมบัติมะพร้าวควั่นชั้นพิเศษไว้ดังนี้ ผลไม่มีตำหนิ เนื้อค่อนข้างหนามีสีขาวนวล ใกล้ตาผลเนื้อมีลักษณะใสบ้างเล็กน้อย นุ่มพอใช้ช้อนตักได้ มีน้ำหนัก 700-1,400 กรัม แต่วิธีการตรวจสอบความบริบูรณ์นั้นยังไม่มีการตรวจวัด คัดแยก และกำหนดเกณฑ์ความบริบูรณ์ที่ชัดเจน

ที่ผ่านมา บริษัทูิ์ั์ใช้วิธีหลากหลายทั้งนับวันเก็บเกี่ยว ซึ่งมักประสบปัญหาชาวสวนตัดทะลายก่อนหรือหลังระยะเก็บเกี่ยว เมื่อมะพร้าวมีราคาสูง บ้างใช้สายตาดูความความบริบูรณ์ของมะพร้าวจากความแห้งของปลายหางหนูและสีผล บ้างฟังเสียงดีดลูกมะพร้าว ซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และมีการสุ่มผ่าดูลักษณะความเจริญของเนื้อภายในผล วิธีการนี้เป็นการทำลายตัวอย่างมะพร้าว อีกทั้งการสุ่มตัวอย่าง ไม่สามารถเป็นตัวแทนที่บ่งบอกถึงความบริบูรณ์ของผลผลิตทั้งหมด

บริษัทจึงลงทุนราว 2 ล้านบาทผ่านโครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ในการจับมืออาจารย์ในภาคการศึกษามาช่วยพัฒนาระบบวัดความบริบูรณ์ของมะพร้าวน้ำหอมด้วย เครื่อง NIR คือเครื่องที่ใช้แสงที่มีความยาวคลื่นย่านใกล้อินฟราเรด ส่องไปยังสิ่งที่เราต้องการวิเคราะห์ (สารอินทรีย์ เช่น อาหาร หรือวัตถุดิบทางอาหาร) บนสายพานลำเลียงแบบต่อเนื่อง

การวิจัยพัฒนาแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ฝั่งนักเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวของบริษัทศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างค่าทางเคมีขององค์ประกอบภายในมะพร้าว ที่ต้องทำเทียบมากกว่า 1 พันตัวอย่าง และการดูดกลืนพันธะทางเคมีขององค์ประกอบที่ตำแหน่งความยาวคลื่นจำเพาะในย่านอินฟราเรดในการจำแนกคุณภาพของมะพร้าวโดยไม่ต้องทำลายตัวอย่าง โดยที่อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญพัฒนาซอฟต์แวร์หลัก

ที่สำคัญ บริษัทได้ออกแบบให้ระบบสายพานสามารถคัดแยกมะพร้าวได้อัตโนมัติและใช้งานได้ง่าย สามารถแทรกระบบเข้าไปในกระบวนการผลิตมะพร้าวน้ำหอมควั่นได้โดยไม่เพิ่มเวลาในกระบวนการทำงาน

เสริมขีดการส่งออก

การวิจัยพัฒนานี้เริ่มในปี 2558 และดำเนินการจนเริ่มใช้จริงในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 พบว่า เทคโนโลยีนี้ มีความแม่นยำถึง 90% จากวิธีการดั้งเดิมต่างๆ ที่แม่นยำไม่เกิน 60%

“เราสามารถลดความสูญเสียวัตถุดิบที่ต้องสุ่มผ่า ลดความเสียหายกับลูกค้าปลายทาง เพราะหากมะพร้าวอ่อนเกินไป จะแตกเสียหายระหว่างการขนส่ง ที่สำคัญ สามารถลดยอดเคลมจากลูกค้าปลายทางที่เดิมมีราว 10-15% เป็น 0%”ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรม กล่าวและว่า ในปีที่ผ่านมา มะพร้าวน้ำหอมเกรดพรีเมียมมียอดขายประมาณ 70 ล้านบาท หากลดอัตราการเคลมสินค้า 10% ก็เท่ากับสามารถลดการสูญเสียรายได้ถึง 7 ล้านบาทนั่นเอง

นอกจากลดการสูญเสียให้กับบริษัท อนวัทย์ กล่าวอีกว่า ระบบการตรวจสอบมาตรฐานแบบนี้ นับเป็นเครื่องแรกของโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นับเป็นโอกาสใหม่ที่บรรดาเทรดเดอร์ในกลุ่มผลไม้พรีเมี่ยมจะเข้ามาหาเรามากขึ้น

หลังจากนี้ เขามีแผนจะต่อยอดใช้เทคโนโลยี NIR กับผลไม้เกรดพรีเมียมอีก ด้วยเป็นเทคโนโลยีที่ประยกุต์ใช้กับผลไม้ได้แทบทุกชนิด แต่ความท้าทายหลักคือ การหาพารามิเตอร์หรือค่าทางเคมีที่จะตรวจวัดที่ถูกต้อง เหมาะสมกับผลไม้ชนิดนั้นๆ ก่อนแย้มว่า ทุเรียนอาจเป็นรายต่อไปเพราะมีปัญหาการระบาดของทุเรียนอ่อน