ชุบชีวิตสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองให้กลับมามีคุณค่าด้วยไอเดียสร้างสรรค์ในรูปแบบพวงกุญแจ สิ่งของตกแต่งและสารพัดของชำร่วยรูปแบบต่างๆ คว้ารางวัลชนะเลิศด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากอังกฤษ
ชุบชีวิตสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองให้กลับมามีคุณค่าด้วยไอเดียสร้างสรรค์ในรูปแบบพวงกุญแจ สิ่งของตกแต่งและสารพัดของชำร่วยรูปแบบต่างๆ คว้ารางวัลชนะเลิศด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากอังกฤษ ผลงานไปไกลถึงตลาดต่างประเทศ ขณะที่ยอดขายในไทยได้รับอานิสงส์จากกระแสซีเอสอาร์
เทรนด์รักษ์โลกยังแรง
รชาดา ตรีภพศรีสกุล ประสบปัญหาสุขภาพด้วยโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้เหมือนหนุ่มสาวออฟฟิศทั่วไป จึงเข้าคอร์สเรียนสานกระดาษที่ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพฯ และสร้างรายได้จากการจำหน่ายชิ้นงานสาน เช่น กระจาด กระบุง ตะกร้า ต่อมาพัฒนาฝีมือมาสานแมลงนานาชนิด โดยใช้สมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองเป็นวัสดุหลัก ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและมีออเดอร์อย่างต่อเนื่อง
“ทางศูนย์ฝึกอาชีพสอนทักษะพื้นฐานแล้วก็ทำเป็นชิ้นงานง่ายๆ พวกตะกร้า กระบุง กระจาด ตอนเรียนก็ไม่คิดว่าจะนำมาประกอบอาชีพได้เลย เราไม่รู้ว่าจะขายให้ใคร ไม่มีใครสนใจ แต่ก็สานไปเรื่อยๆ ทุกวันแก้เบื่อก็ได้ตะกร้าเต็มบ้าน บังเอิญว่าเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันนั้นรู้จักคนทางสมาคมไทยคราฟท์ที่เน้นเฉพาะสินค้าแฮนด์เมด ก็แนะนำงานของเราเข้าไป เพราะว่าเป็นงานแฮนด์เมด วันแรกที่ออกบูธ ลูกค้าก็เดินผ่านอย่างเดียวเพราะเห็นงานของเราเป็นหวาย แต่พอบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากกระดาษรีไซเคิล ก็เริ่มเป็นที่สนใจและสามารถขายได้ ตอนนั้นรู้สึกว่าสินค้าขายได้ในราคาที่สูงกว่าตอนนี้ แต่เขาก็ซื้อเพราะว่าเห็นคุณค่าของชิ้นงานรีไซเคิล”
ข้อดีของสมุดหน้าเหลืองคือ เป็นกระดาษที่มีความเหนียว สามารถนำมาสานได้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับไอเดีย ขณะเดียวกันสามารถนำกระดาษอื่นๆ เช่น โบรชัวร์ ลอตเตอรี่ มาสานผสมได้ด้วย ผลงานสานของเธอได้รับรางวัลชนะเลิศในงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่อังกฤษ เมื่อปี 2546 มีคู่แข่งกว่า 100 ประเทศเข้าร่วมงาน ขณะที่การประกวดในไทยมักจะตกตั้งแต่รอบแรก สะท้อนว่าคนไทยยังไม่เห็นความสำคัญของการรีไซเคิล ทำให้ขยายตลาดยาก เมื่อเทียบกับลูกค้าต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับการนำกระดาษไม่ใช้แล้วอย่างสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองกลับมาใช้ประโยชน์ เป็นสิ่งที่ดี น่าสนับสนุนและเป็นงานฝีมือที่มาจากความคิดสร้างสรรค์
“แนวโน้มความนิยมผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจการอนุรักษ์โลกเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้น ส่งผลให้ออเดอร์ในประเทศส่วนใหญ่จะได้มาจากองค์กรใหญ่ที่ทำกิจกรรมซีเอสอาร์ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของวัตถุดิบหลักคือ สมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองด้วยการให้สมุดหน้าเหลือง 2 ปีครั้ง ปริมาณครั้งละ 1,500 เล่ม เพียงพอที่จะทำงานได้” รชาดา กล่าว
สินค้าของเธอติดชื่อแบรนด์ 2 แบรนด์ คือ ReDeco เพื่อให้เป็นที่จดจำได้ง่าย และ Recycle Paper Product ใช้เฉพาะงานไทยคราฟท์เท่านั้น
หัตถกรรมสร้างรายได้
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ 70% มาจากต่างประเทศ ที่เหลือ 30% ในประเทศ กลุ่มลูกค้าต่างประเทศส่วนใหญ่มาจากอเมริกาที่นิยมซื้อเป็นของฝากของที่ระลึก โดยมีตัวแทนจำหน่ายติดต่อพร้อมรับออเดอร์เพื่อส่งไปจำหน่ายในตลาดอเมริกา ยุโรป อิตาลี ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ส่วนตลาดในไทยจะเป็นลักษณะการฝากขายตามสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ หัวหิน รวมทั้งการออกงานแฟร์ของไทยคราฟท์เดือนละครั้ง พร้อมกันนี้ยังฝากขายอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิกับสนามบินภูเก็ตและศูนย์ศิลปาชีพบางไทรระหว่างประเทศ
“เฉลี่ยแล้วมีรายได้ 4-5 แสนบาทต่อปี เนื่องจากชิ้นงานผลิตได้ช้า หาคนทำยาก กว่าที่ผ่านการฝึกฝนฝีมือจนสามารถทำออกมาได้เป็นทรงสวยงามในแบบที่ตลาดต้องการถือเป็นเรื่องยาก ต้องใช้เวลานาน เฉลี่ยต่อชิ้นสำหรับคนที่ทำคล่องๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงเร็วสุดเฉพาะงานสานอย่างเดียว ยังไม่รวมการม้วนเส้นและย้อมสี” รชาดา กล่าว
เป้าหมายต่อไปของเธอจะเปิดคอร์สสอน เพื่อให้ได้แรงงานหน้าใหม่เข้ามาเสริมและแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ทั้งนี้ ออเดอร์ส่วนใหญ่จะเป็นพวงกุญแจและที่ติดตู้เย็น ส่วนชิ้นงานขนาดใหญ่สามารถรับได้ต่อเดือนประมาณ 20 ชิ้นเท่านั้น โดยลูกค้าหลักมาจากออสเตรเลียซึ่งนำไปใช้ด้านการตกแต่งหรือเป็นของฝาก




