สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ วางแผนขยับสู่ธุรกิจวัสดุทางการแพทย์ ทุ่มงบ 50 ล้านผลิตวัสดุทางการแพทย์สำหรับสัตว์เล็ก “แผ่นดามกระดูกและหมุดยึด” สานต่องานวิจัย ม.เกษตรศาสตร์
จากพื้นฐานการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ “สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์” วางแผนขยับสู่ธุรกิจวัสดุทางการแพทย์ เบื้องต้นทุ่มงบ 50 ล้านบาทชิมลางผลิตวัสดุทางการแพทย์สำหรับสัตว์เล็ก “แผ่นดามกระดูกและหมุดยึด” สานต่อผลงานวิจัย ม.เกษตรศาสตร์ พร้อมรับสิทธิผลิตและจำหน่ายให้กับโรงพยาบาลสัตว์ มก.ทั้ง 4 แห่ง คาด 3 ปีรายได้ 100 ล้านบาท
เปิดเกมรุกน่านน้ำสีคราม
“บริษัททำเซมิคอนดักเตอร์ ไอซีชิป ซึ่งเป็นชิ้นส่วนในสมาร์ทโฟน จึงมีห้องคลีนรูมซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการผลิตวัสดุทางการแพทย์ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มีอัตราการเติบโตทุกปี ขณะที่ไทยพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก จึงมองว่าตลาดนี้น่าสนใจโดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง" นายพร้อมพงศ์ ไชยกุล กรรมการ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายงานการจัดการวัตถุดิบ) บมจ.สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT กล่าว
เบื้องต้นบริษัททดลองกับการผลิตวัสดุการแพทย์สำหรับใช้กับสัตว์ ที่จะเป็นบันไดสู่วัสดุการแพทย์สำหรับมนุษย์ในอนาคต โดยได้ปรึกษาคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง (แอดเทค) ซึ่งผลิตวัสดุทางการแพทย์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของแพทย์และตลาด โดยลงทุนซื้อเครื่องจักรประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อผลิตแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็ก
ปัจจุบันประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าวัสดุฝังใน ซึ่งมีราคาสูงอย่างแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดที่ใช้ในสุนัขสายพันธุ์เล็ก ที่ประยุกต์ใช้แผ่นดามกระดูกใบหน้ามนุษย์แต่ก็ไม่มีความแข็งแรงและคงทนต่อการรับแรงที่เกิดจากน้ำหนักตัวสุนัข ส่งผลให้แผ่นดามเหล่านั้นหักหรืองอทำให้การรักษาล้มเหลวและสัตว์อาจถึงแก่ความพิการได้
นายพร้อมพงศ์คาดว่า 3 ปีจากนี้จะมีรายได้ 100 ล้านบาทจากชิ้นงานนี้ แม้ยอดขายช่วงแรกอาจไม่มากแต่เป็นธุรกิจที่มีอนาคต และไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกลอกเลียนแบบเพราะเป็นนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรมนี้จึงเป็นการนำร่องสำหรับธุรกิจวัสดุทางแพทย์ของเอสเอ็มที ที่ในอนาคตจะขยายไปยังวัสดุทางแพทย์สำหรับมนุษย์ ที่แม้มีความต้องการสูงแต่ต้องใช้เวลาวิจัยและพัฒนาเป็นเวลานาน
นวัตกรรมเพื่อสัตว์เล็ก
คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) และศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง (ADTEC) ร่วมทำการวิจัยและพัฒนาแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็ก ที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 7 กิโลกรัม โดยดำเนินการศึกษาตั้งแต่ปี 2553 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 2560
สพ.ญ.มนชนก วิจารสรณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง กล่าวถึง แนวคิดการพัฒนาหมุดยึดแผ่นดามและแผ่นดามกระดูกว่า ต้องการพัฒนาวัสดุดามกระดูกสัตว์เล็กที่มีน้ำหนัก 5-7 กิโลกรัม อาทิ สุนัขพันธุ์เล็ก กระต่าย เนื่องจากเป็นกลุ่มสัตว์เลี้ยงที่นิยมเลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะคนเมืองคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ที่เหลือเป็นสุนัขขนาดกลางและใหญ่ ที่ผ่านมาสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กไม่มีวัสดุที่ใช้ดามกระดูกโดยเฉพาะ ต้องประยุกต์ใช้วัสดุดามใบหน้ามนุษย์ซึ่งมีราคา 5,000-6,000 บาท ส่งผลให้สัตว์บางตัวขาดโอกาสเข้ารับการรักษา
ทีมวิจัยจึงพยายามพัฒนาวัสดุให้มีราคาถูกลงกว่าวัสดุนำเข้าอย่างน้อย 1 ใน 3 และมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับรับน้ำหนักสัตว์เลี้ยง ถือเป็นครั้งแรกในโลกที่มีวัสดุดามกระดูกสัตว์เล็กในราคาที่เข้าถึงง่ายและได้มาตรฐานสากลว่าด้วยเครื่องมือแพทย์ กระทั่งสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้กับผู้ประกอบการ ในอนาคตจะทดแทนการนำเข้าแผ่นโลหะและหมุดยึดดามกระดูกสัตว์เล็กได้ปีละกว่า 20 ล้านบาท เฉพาะในโรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตร ทั้ง4 แห่ง บางเขน กำแพงแสน หนองโพ และ หัวหิน
ขณะเดียวกัน SMT ในฐานะผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีจะได้รับสิทธิการจำหน่ายและผลิตแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็กให้กับโรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตร รวมทั้งจะได้การสนับสนุนให้สถานรักษาพยาบาลสัตว์อื่นๆ หันมาใช้วัสดุที่ทีมวิจัยพัฒนา พร้อมทั้งให้การอบรมเทคนิคการผ่าตัดใส่อุปกรณ์อีกด้วย




