วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสทช. ‘เข้ม’ ธุรกิจบริการผ่านแอพ

ถกร่วมผู้ประกอบการโทรคมอาเซียน - ‘พิเชฐ’ หวั่นเก็บภาษีออนไลน์ฉุดการพัฒนา

กสทช.ลุยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมร่วมผู้ประกอบการโทรคมนาคม วางยุทธศาสตร์รับมือธุรกิจ “โอทีที” หลังทำเงินมหาศาลแต่ใช้แอร์ไทม์จากโอเปอเรเตอร์ฟรี ขณะที่ “พิเชฐ” แนะต้องพิจารณาให้รอบคอบ หวั่นการรีบจัดเก็บภาษีธุรกิจออนไลน์ฉุดการพัฒนานวัตกรรม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวภายหลังการเดินทางไปประชุมร่วมกับองค์กรกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมในอาเซียน ที่ประเทศมาเลเซีย ได้มีประเด็นหารือ เกี่ยวกับธุรกิจ Over-The-Top (OTT) หรือธุรกิจที่ใช้ความสามารถของแอพพลิเคชั่นผนวกเข้าการช่องทางการสื่อสารในธุรกิจโทรคมนาคมและอุตสาหกรรมกระจายเสียงแพร่ภาพ อาทิ ไลน์ เฟซบุ๊ค อโกด้า แอร์บีเอ็นบี ที่กระทบกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่ได้เป็นเจ้าของโครงข่ายสื่อสาร แต่ใช้แอร์ไทม์ผู้ให้บริการทำธุรกิจ โดยไม่ได้แบ่งส่วนแบ่งรายได้หรือหักภาษีเลย ที่ประชุมได้แสดงความเป็นห่วงถึงผลกระทบของธุรกิจต่ออุตสาหกรรม และเห็นว่าควรวางแนวกำกับดูแลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจ

กสทช.จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้ประกอบการโทรคมนาคมอาเซียนระหว่างวันที่ 12-13 ก.ย.2560 โดยเชิญผู้กำกับกิจการโทรคมนาคม, ผู้ให้บริการในภูมิภาคอาเซียนกว่า 50 หน่วยงาน ประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดูแลการประกอบธุรกิจแบบโอทีที

ทั้งนี้ ผลจากการประชุมจะรวบรวมเป็นแนวทางปฎิบัติร่วมกันของประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะมีต่อธุรกิจโอทีที ซึ่งมีทั้งความเป็นไปได้ที่จะจัดเก็บรายได้ และสร้างความสมดุลไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการท้องถิ่น

ขณะที่ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงประเด็นการจัดเก็บภาษียักษ์ไอทีที่เข้ามาให้บริการในไทย เช่น เฟซบุ๊ค กูเกิล ไลน์ ยูทูบ ลาซาด้า ว่า กรณีดังกล่าวควรต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการจัดเก็บภาษี และส่งเสริมนวัตกรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องใหม่ของโลก จนโลกตามไม่ทัน

“ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีกำลังอยู่ในช่วงเติบโตอย่างรวดเร็ว เราไม่ควรรีบ หรือไปเบรกเพราะหากรีบไปเบรกการพัฒนาจะไม่เกิด ซึ่งการจะเก็บภาษีบริษัทเหล่านี้หรือไม่ รัฐบาลต้องดูกระแสโลกด้วยเช่นกัน” นายพิเชฐ กล่าว

ผนึกเนคเทคพัฒนาแอพ “เซฟเมท”
พร้อมกันนี้ กสทช.ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) พัฒนาแอพพลิเคชั่น เซฟเมท เวอร์ชั่น 2 (Safemate) ติดตามการเดินทาง ที่ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นไว้ในโทรศัพท์มือถือ โดยแอพจะช่วยเก็บข้อมูลวิเคราะห์และแชร์ข้อมูลยูอาร์แอล ลิงค์ การเดินทางของเจ้าของเครื่องไปยังสื่อสังคมออนไลน์ หรือเอสเอ็มเอส ให้ครอบครัว คนใกล้ชิด หรือเพื่อนที่ต้องการทราบการเดินทางของเจ้าของเครื่องติดตามได้ตลอด เซฟเมทใช้ได้กับการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ,รถโดยสารสาธารณะ และเเท็กซี่

เวอร์ชั่นใหม่นี้ พัฒนาให้สอดคล้องการนำมาใช้ช่วงรณรงค์ลดอุบัตเหตุ เพราะแอพสามารถเก็บข้อมูลและแจ้งความเร็วของรถที่ใช้ในการเดินทาง สภาพถนน วิธีการขับขี่ ด้วยการใช้ระบบเซ็นเซอร์ที่ติดมากับสมาร์ทโฟน ที่ประมวลผลเหตุการณ์ขับขี่ ข้อมูลเหล่านี้นำไปใช้วางแผนเพื่อลดอุบัติเหตุได้ในอนาคต

นายศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า เซฟเมทจะเป็นเครื่องมือช่วยป้องกันอุบัติเหตุด้านการจราจรด้วยรถยนต์ และรถโดยสารสาธารณะ ที่เน้นความสะดวก ในการใช้งานและเข้าถึงง่าย

พร้อมมีฟังก์ชั่นช่วยให้ครอบครัว และคนใกล้ชิด สามารถรับรู้ข้อมูลการเดินทาง แบบเรียลไทม์ เพื่อให้คนที่รอยคอย ไม่ต้องคอยถามว่า “ถึงไหนแล้ว” เพราะผู้ใช้งานสามารถแชร์ยูอาร์แอล ลิงค์ สามารถถ่ายรูปรถโดยสารที่นั่งอยู่ หรือกรอกข้อมูลเกี่ยวกับรถโดยสาร เพื่อแจ้งให้คนที่รอคอย ครอบครัว และคนใกล้ชิดได้ทราบที่สำคัญข้อมูลที่ได้จากการใช้งาน เซฟเมท ยังช่วยให้นักวิจัยสามารถสร้างโมเดลการจราจรที่ปลอดภัยได้ในอนาคต

นอกจากนี้ กสทช. มีแผนลงนามในบันทึกความตกลงกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อวิเคราะห์ว่าอุทยานแห่งชาติหรือสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใด ที่มีคนเดินทางไปเที่ยวหนาแน่นช่วงเทศกาล เพื่อให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือนำสถานีฐานโทรศัพท์มือถือไปติดตั้งในพื้นที่อุทยาน เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน