กสทช.ร่ายแผนงานเน็ตหมู่บ้านหลังจากแบ่งพื้นที่จากกระทรวงดีอี ระบุวันที่ 10 มี.ค.นี้ เตรียมลงพื้นที่จริงสำรวจภูมิประเทศชายขอบ
กสทช.ร่ายแผนงานเน็ตหมู่บ้านหลังจากแบ่งพื้นที่จากกระทรวงดีอี ระบุวันที่ 10 มี.ค.นี้ เตรียมลงพื้นที่จริงสำรวจภูมิประเทศตามบริเวณชายขอบจ.เชียงใหม่ ระบุว่าจ้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รับผิดชอบเขียนทีโออาร์-กำหนดราคากลาง คาดเปิดซองประมูลได้ไม่เกินเม.ย.นี้ วงเงินจากงบกองทุนวิจัยและพัฒนาฯกว่า 2 หมื่นล้านบาท
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) วานนี้ (3 มี.ค.) ว่ามติที่ประชุมมีการพิจารณาได้นำเสนอประมูลโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน จำนวน 19,652 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่ในชนบทที่รับมาจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จำนวน 15,732 แห่ง และพื้นที่หมู่บ้านชายขอบที่ กสทช.รับผิดชอบจำนวน 3,920 แห่ง กสทช.ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยได้ว่างจ้างให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ศึกษาเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) รวมถึงกำหนดเป็นผู้กำหนดราคากลาง
ทั้งนี้ แผนการดำเนินการในพื้นที่หมู่บ้านชายขอบ จำนวน 3,920 แห่ง เริ่มส่งทีมสำรวจลงสำรวจพื้นที่แล้วว่า แต่ละพื้นที่ที่ห่างไกล ที่เป็นภูเขาต้องใช้เทคโนโลยีใดบ้าง เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถลากสายไฟเบอร์ออพติกเพียงอย่างเดียวได้ จึงต้องดูด้วยว่า จะใช้เทคโนโลยีอะไรมาเสริม เช่น ไวแม็กซ์ ดาวเทียม เป็นต้น เพื่อวิเคราะห์มูลค่าการลงทุน และกำหนดรายละเอียดการทำทีโออาร์ คาดว่าจะสำรวจพื้นที่เสร็จประมาณปลายเดือน ม.ค.2560 และในวันที่ 10 มี.ค.นี้ ทีมผู้บริหารของ กสทช.จะส่งพื้นที่สำรวจที่จ.เชียงใหม่ จากนั้นคาดว่าภายในเดือนมี.ค จะสามารถออกเกณฑ์การประกวดราคาได้ และในเดือน มิ.ย. จะสามารถลงนามกับผู้ชนะการประมูลโครงการ และต้องเร่งวางโครงข่ายเพื่อให้เปิดบริการได้ภายในเดือน ธ.ค.
ส่วนหมู่บ้านในพื้นที่ชนบท จำนวน 15,732 แห่งนั้น จะทำงานคู่ขนานกันไป โดยทีมสำรวจจะลงพื้นที่เดือน ม.ค.ปีหน้า แต่กระบวนการสรุปเทคโนโลยี หรือพื้นที่ทั้งหมดน่าจะแล้วเสร็จได้ก่อนพื้นที่ชายขอบ เพราะหมู่บ้านส่วนใหญ่อยู่ในชนบท และคาดว่าจะใช้เทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติกทั้งหมด คาดว่า จะสามารถลงนามกับผู้ชนะการประมูลได้ในเดือน ก.ย.2560 พร้อมเปิดให้บริการได้ในเดือนมิ.ย.2561
“ในพื้นที่ภาคกลางเราจะพยายามประกวดราคาให้ได้ในเดือน เม.ย.นี้ ส่วนที่เรายังกังวลอยู่ คือ ภาคเหนือที่เป็นภูมิประเทศภูเขาสลับซับซ้อน อาจจะใช้เวลา แต่เราจะทำคู่ขนานไปยังหลายๆ ภูมิภาค ตอนนี้เราดำเนินการอยู่ในงบยูเอสโอที่มีเหลืออยู่ 21,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้ใช้ทั้งหมด ต้องดูผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าจะใช้เท่าไร”
ดังนั้น งบดังกล่าวน่าจะเพียงพอ แต่ขอดูการสรุปเทคโนโลยี และการติดตั้งในพื้นที่ก่อน ซึ่งในพื้นที่หมู่บ้านเขตชนบทนั้น สำนักงาน กสทช.จะทำต่างจากกระทรวงดีอี คือ จะติดตั้งอินเทอร์เน็ตที่โรงเรียน และสถานที่ราชการ อาทิ สถานีอนามัย หรือ อบต. จากนั้นจะส่งสัญญาณรัศมีครอบคลุม 200 เมตรในการให้บริการฟรีไวไฟในพื้นที่
เลขาธิการ กสทช. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังต้องหาจุดติดตั้ง 1 จุด ต่อ 1 หมู่บ้าน เพื่อให้เอกชนมาเช่าใช้ในการให้บริการตามครัวเรือน หากบ้านใดต้องการติดตั้งก็ต้องมาเชื่อมโครงข่ายจากส่วนกลางไป ซึ่งตรงนี้เอกชนที่รับผิดชอบจะต้องดำเนินการลากสาย และให้บริการด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคาปกติในตลาด ซึ่งในส่วนนี้สำนักงาน กสทช.จะเป็นผู้กำหนดราคาอีกครั้งหนึ่ง โดยอัตราความเร็วที่ให้ต้องอยู่ที่ 30/10 Mbps ขณะที่ในส่วนของอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านที่ติดในโรงเรียน หรือสถานที่ราชการนั้น จะมีการเสริมเป็นโครงการ USO NET เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนด้วย โดย กสทช.จะเป็นผู้ดำเนินโครงการหาอุปกรณ์ และงบประมาณ รวมถึงการบำรุงรักษาให้ก่อนในระยะ 3 ปี เพราะเข้าใจว่า ส่วนราชการต้องใช้เวลาในการตั้งงบประมาณ จากนั้น เชื่อว่าหลังจาก 3 ปี หน่วยงานจะสามารถตั้งงบประมาณเพื่อดูแลในส่วนนี้ได้





