กูเกิลย้ำ "ไทย" ตลาดโมบายเฟิร์สโดดเด่นในภูมิภาค ผู้บริโภคส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อสินค้าหลังประมวลข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน
นางสาวแจ็คกี้ หวาง หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรม กูเกิล ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่เป็น "โมบายเฟิร์ส" โดดเด่นมาก เมื่อเทียบกับสหรัฐที่เครื่องมือแรกที่เข้าสู่อินเทอร์เน็ต ยังเริ่มต้นด้วยพีซี แต่ไทยจะเห็นเด็กๆ เยาวชนเข้าสู่อินเทอร์เน็ตครั้งแรกด้วยสมาร์ทโฟนแล้ว ขณะที่ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน มีอัตราเติบโตขึ้นมาก เป็นการตอกย้ำให้แบรนด์สินค้าต่างๆ ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้แบรนด์ต่างๆ ในเซกเม้นท์ต่างๆ กระโจนเข้าสู่โลกออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีจำนวนมหาศาล อ้างอิงข้อมูลของ สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ระบุว่า ปีนี้ งบโฆษณาออนไลน์ในไทยจากเซกเม้นท์ต่างๆ โดยภาพรวมสูงถึง 9.8 พันล้านบาท แบ่งเป็นครึ่งปีแรก 4.7 พันล้านบาท และครึ่งปีหลัง 5.1 พันล้านบาท สูงขึ้นกว่า ปี 2558 ที่งบโฆษณาออนไลน์ภาพรวมอยู่ที่ 8 พันล้านบาท
ในจำนวนนี้ เซกเม้นท์รถยนต์ทุ่มงบโฆษณาออนไลน์มากเป็นอันดับ 1 โดยปีนี้อยู่ที่กว่า 1 พันล้านบาท หรือ ราว 10% ของทั้งอุตสาหกรรม
ล่าสุด กูเกิลได้ผนึกกับบริษัทวิจัย ทีเอ็นเอส ทำผลการสำรวจ “แรงขับเพื่อการตัดสินใจ ‘The Drive to Decide’” โดยพบว่า
97% ของคนซื้อรถชาวไทยใช้โทรศัพท์ช่วยตัดสินใจเลือกรถคันที่ใช่ เนื่องจากการตัดสินใจเลือกซื้อรถถือเป็นเรื่องใหญ่ และหลายคนใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อเสาะหาข้อมูล ผลสำรวจพบ 59% ของผู้ที่กำลังมองหารถไว้ใช้งานสักคันใช้เวลาพิจารณาข้อมูลอย่างน้อยสองเดือน
ผลวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า ปี 2559 โทรศัพท์มือถือเป็นแหล่งของข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกซื้อรถที่หลากหลายของผู้ต้องการมีรถใช้เป็นประจำสม่ำเสมอ ผู้ที่ต้องการมีรถมีอุปกรณ์ที่ใช้งานเฉลี่ย 3.2 อุปกรณ์ และ 97% เลือกใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งพวกเขาใช้โทรศัพท์มือถือในทุกขั้นตอนของการซื้อรถ ตั้งแต่ขั้นตอนการค้นหาที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ขณะที่ 32% บอกว่าพวกเขาใช้ กูเกิล เสิร์ชเพื่อเริ่มรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรถที่สนใจ และ 22% ของผู้ซื้อรถชาวไทยบอกว่าค้นหาข้อมูลรถระหว่างชมทีวีไปด้วย
ผลสำรวจยังพบว่า คนไทยที่ต้องการซื้อรถต้องการ “รถที่ดีที่สุด” ดังนั้นคำถามที่สำคัญที่สุดของผู้ที่ต้องการซื้อรถ 99% อยากรู้ว่า “รถคันไหนดีที่สุด” โดยมี 60% ใช้โทรศัพท์มือถือค้นหาคำตอบเหล่านั้นต้องการชมรถที่ถูกใจอย่างทันทีทันใด
ข้อมูลยังระบุว่า 91% ของผู้ต้องการซื้อรถบอกว่า วิดีโอ ช่วยโน้มน้าวใจของพวกเขาได้ดีต่อตัวรถและแบรนด์ผู้ผลิต ขณะที่ 31% มั่นใจว่าจะเลือกรถรุ่นไหนดีหลังรับชมวิดีโอโดยที่ไม่ต้องไปทดลองขับจริง
ขณะที่ 86% ของผู้ซื้อรถชาวไทยเช็คกับหลายๆ แหล่งว่าพวกเขาได้ดีลที่ดีที่สุดแล้วหรือยัง โดยได้ข้อมูลที่หลากหลายจากหลายแหล่งแต่ข้อมูลที่ดึงดูดใจมากที่สุดคือโปรโมชั่นจากรถยนต์แบรนด์ต่างๆ 92% ของผู้ซื้อรถชาวไทยบอกว่าพวกเขาพวกเขามองหาโปรโมชั่นต่างๆ อย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ผู้บริโภคที่จะซื้อรถส่วนใหญ่ ใช้โทรศัพท์ค้นหาโชว์รูมที่จะไปซื้อ ผลสำรวจชี้ว่า 46% ของผู้ซื้อรถชาวไทยหาข้อมูลจากโทรศัพท์เพื่อตัดสินใจว่าจะไปซื้อรถที่ไหน นอกจากจะเป็นช่องทางที่มีผลต่อการเลือกซื้อรถ แต่โทรศัพท์มือถือยังพาลูกค้าไปหาโชว์รูม
นางสาวหวาง กล่าวว่า งานวิจัยนี้ยังชี้ว่าในอนาคตแนวโน้มนี้จะสูงขึ้นแน่นอนถ้าโทรศัพท์และออนไลน์เป็นหัวใจสำคัญของคนไทยเมื่อซื้อรถยนต์ ผู้บริโภคต้องการความสะดวกและประสบการณ์ที่ยุ่งยากน้อยที่สุดในเวลาชอปปิงสินค้า และเมื่อเป็นเรื่องของรถยนต์ 79% ระบุว่าจะพิจารณาซื้อรถยนต์ทางออนไลน์ถ้ามีตัวเลือกนั้นให้ใช้
ดังนั้นผู้ผลิตรถยนต์และตัวแทนจำหน่ายที่ไม่เคยต้องเผชิญกับผู้บริโภคที่ทำการบ้านเก็บข้อมูลอย่างรอบด้านมาก่อน นับเป็นความท้าทาย บริษัทรถยนต์สามารถนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เป็นประโยชน์ผ่านช่องทางมือถือในเวลาที่ผู้บริโภคต้องการ
"ธุรกิจที่ทำตรงนี้ได้จะเป็นผู้ชนะในยุคที่พฤติกรรมต่างๆ เกิดขึ้นครั้งแรกบนมือถือ" นางสาวหวาง กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจครั้งนี้ของกูเกิล และทีเอ็นเอส แบรนด์รถยนต์ยังสามารถนำไปต่อยอดวางแผนด้านการตลาด เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ได้ ขณะที่กูเกิลยังมีแผนสำรวจในเซกเม้นท์อื่นๆ ด้วยในอนาคต





