“ฟูจิตสึ” โหนกระแสดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น ตั้ง “ฟูจิตสึ ดิจิทัล ทรานสฟอร์เมชั่น เซ็นเตอร์”
“ฟูจิตสึ” โหนกระแสดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น ตั้ง “ฟูจิตสึ ดิจิทัล ทรานสฟอร์เมชั่น เซ็นเตอร์” บริการทดสอบแอพพลิเคชั่นด้านไอโอทีลูกค้าทั่วเอเชีย เผยพร้อมลงทุนในเอเชียต่อเนื่อง ประเมินเศรษฐกิจไทยนิ่งแต่ยังมีโอกาสโต
นายโยชิคูนิ ทาคาชิเกะ รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ทางด้านการตลาด บริษัท ฟูจิตสึ ลิมิเต็ด จำกัด กล่าวว่า ฟูจิตสึมีแผนรุกหนักตลาดโซลูชั่นที่เกี่ยวกับดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น รวมถึงอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ หรือ ไอโอที เต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ เนื่องจากไอโอทีกำลังเข้าไปมีบทบาทในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การกระจายสินค้า ทว่ามีหลายองค์กรยังไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
ปัจจุบัน โลกดิจิทัลเคลื่อนมาจากคลื่นลูกที่ 1 อินเทอร์เน็ต ลูกที่ 2 โมบายอินเทอร์เน็ต มาสู่คลื่นลูกที่ 3 คือ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าเมื่อถึงปี 2563 จะมีดีไวซ์ที่เชื่อมต่อถึงกันกว่า 5 หมื่นล้านชิ้น ขณะที่คลื่นลูกต่อไป คือ เอไอ และโรโบติกส์
สำหรับประเทศไทย บริษัทวางเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญ เชื่อว่าการมาของดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่นยิ่งเพิ่มโอกาส แม้ขณะนี้เศรษฐกิจไทยไม่ได้เติบโตหวือหวาเท่าแต่ก่อน ทว่าแนวโน้มยังสามารถเติบโตได้ต่อ ขณะเดียวกันขนาดเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่มากขึ้นตามลำดับ
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะตื่นตัวต่อเทรนด์ดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่นเป็นอันดับแรกๆ ในไทย จะมีอุตสาหกรรมการผลิต เฮลธ์แคร์ และโลจิสติกส์
ด้านแนวทางธุรกิจของฟูจิตสึ พร้อมเข้าไปช่วยสนับสนุนลูกค้าที่กำลังมองหาโซลูชั่นด้านไอโอที เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ หรือปรับปรุงธุรกิจหลักให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การบริการมีตั้งแต่ร่วมวางแผน ทดสอบต้นแบบ ออกแบบ พร้อมประสานงานกับผู้ผลิตด้านไอโอทีอื่นๆ
“หลักๆ บริการของเรามีอยู่ 3 ลักษณะ คือ ให้คำปรึกษาด้านไอโอที สนับสนุนด้านการออกแบบและสร้างระบบ และบริการด้านการดำเนินงานระบบ”
ล่าสุด เปิดตัวศูนย์ทดสอบระบบไอโอที ฟูจิตสึ ดิจิทัล ทรานสฟอร์เมชั่น เซ็นเตอร์ Fujitsu Digital Transformation Center หรือ DTC" ที่แขวงมินาโตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น งานสำคัญมุ่งเน้นทดสอบระบบ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการจากพันธมิตรทางธุรกิจ
โดยลูกค้าและผู้พัฒนาที่สนใจสามารถเข้าไปทดสอบแอพพลิเคชั่นของตนเองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ฟูจิตสึจะมีบริการการสนับสนุนทางเทคนิคเสริมให้
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมแนวทางธุรกิจจากนี้ยังคงยึดยุทธศาสตร์วันเอเชีย (One Asia) ทำตลาดโดยมองเอเชียเป็นตลาดเดียวกัน ด้วยวิธีการนี้เชื่อว่าจะยิ่งตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ดีขึ้น มีการสนับสนุนด้านทรัพยากรต่อกัน
“เรามีแผนลงทุนในภูมิภาคเอเชียต่อเนื่อง มองว่าเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจมีศักยภาพสามารถเติบโตได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต”
นอกจากนี้ พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อตอบสนองลูกค้าให้ดีที่สุด บริษัทคาดว่านโยบายวันเอเชียจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจบริษัทเติบโตระดับ 50% ภายในปี 2563





