ตั้งเป้าปี 2560 ขยับส่วนแบ่งตลาดโปรเจ็คเตอร์ไทยแตะ 15%
“เบ็นคิว” เปิดเกมลุยหนักโปรเจ็คเตอร์ ชูสินค้าคุณภาพ คู่ค้าแกร่ง มุ่งเจาะตลาดพรีเมียม ตั้งเป้าปี 2560 ขยับส่วนแบ่งตลาดโปรเจ็คเตอร์ไทยแตะ 15%
นายพัทธกร พรศิริธิเวช ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดรวมโปรเจ็คเตอร์ประเทศไทยปี 2559 ตกลงเล็กน้อย เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอ มียอดขายราว 9 หมื่นเครื่อง จากปี 2558 ที่มียอดขายราว 9.5 หมื่นเครื่อง
ทั้งนี้ คาดว่าปี 2560 ทิศทางจะดีขึ้น แม้ตลาดค้าปลีกยังชะลอ แต่เริ่มเห็นโครงการจากภาครัฐ เป็นไปได้ว่ายอดขายปีดังกล่าวจะขยับถึงแสนเครื่อง
ทิศทางธุรกิจในไทย เน้นสินค้าระดับพรีเมียมราคา 3 หมื่นบาทขึ้นไป โดยเฉพาะสำหรับใช้งานภายในบ้าน ขณะนี้มีสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกเซ็กเมนท์ พร้อมมีแผนชิงส่วนแบ่งตลาดสินค้าระดับล่าง ซึ่งแข่งขันรุนแรง ขณะนี้บริษัทแม่ไฟเขียวทำราคาที่แข่งได้ ทั้งเตรียมสนับสนุนงบการตลาดเต็มที่
ล่าสุด เปิดตัวสินค้าใหม่โฮมโปรเจ็คเตอร์ “ดับเบิลยู11000” โฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์ เทคโนโลยีดีพีแอลตัวแรกของโลก ความละเอียดภาพ 4เคยูเอชดี 8.3 ล้านพิกเซล เลนส์ขยายได้ถึง 1.5 เท่า
ปัจจุบัน เบ็นคิวมีส่วนแบ่งตลาดโปรเจ็คเตอร์ในไทย 10% ครองอันดับ 3 เฉพาะรุ่นพรีเมียมครองอันดับ 1 มีส่วนแบ่งการตลาด 58% ตั้งเป้าปีหน้าจะเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 13-15%
ส่วนภาพรวมตลอดทั้งปี ตั้งเป้าผลประกอบการไว้ 700 ล้านบาท โตจากปีก่อนหน้า 5% แบ่งเป็นจากภาครัฐ 70% เอกชน 30% รายผลิตภัณฑ์สัดส่วนมาจากจอแอลซีดีและอุปกรณ์เสริมเกม 55% หรือประมาณ 400 ล้านบาท โปรเจ็คเตอร์ 35% 250 ล้านบาท และจออินเตอร์แอคทีฟรวมดิจิทัลไซเนจ 10% 70 ล้านบาท
ขณะที่กลยุทธ์ธุรกิจปี 2560 เน้นรักษาฐานตลาดทั้ง 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ วางโปรเจ็คเตอร์เป็นสินค้ากลยุทธ์ เตรียมนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดครบทุกเซ็กเมนท์เน้นราคา 5 หมื่นบาทถึง 3 แสนบาท กลุ่มจอแอลซีดี เน้นที่ตลาดเกม
นอกจากนี้ เตรียมเพิ่มน้ำหนักทำตลาดผลิตภัณฑ์จออินเตอร์แอคทีฟและดิจิทัลไซเนจ จากปัจจุบันสร้างสัดส่วนรายได้ 10% ปีหน้าจะเพิ่มไปถึง 20% หลังเห็นแนวโน้มขยายตัว โตต่อปี 15-20% มุ่งเจาะลูกค้าแบบเฉพาะกลุ่มโดยเฉพาะตลาดโครงการ ธุรกิจมีเดีย ห้างสรรพสินค้า การศึกษา และป้ายดิจิทัลที่ใช้งานนอกสถานที่ต่างๆ ตั้งงบตลาดไว้ 5% ของรายได้รวม พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2560 ไว้ที่ 800 ล้านบาท รายได้หลักยังคงมาจากกลุ่มลูกค้าภาครัฐ





