วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อาร์เอฟไอดี' ไฮเทคสารพัดประโยชน์

“อาร์เอฟไอดี” เริ่มเป็นที่รู้จัก ขณะเดียวกันถูกนำไปใช้สำหรับงานด้านเก็บข้อมูลหรือระบุสิ่งต่างๆ แบบอัตโนมัติในประเทศไทยมากว่า 10 ปี

มาถึงวันนี้แม้ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ไม่ใช่เมกะเทรนด์ที่ทุกภาคส่วนพากันจับตามอง ทว่า เติบโตและถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างน่าสนใจ สำคัญสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้ให้ภาคธุรกิจ...


โต 30% มาทุกปี
“สุทัด ครองชนม์” นายกสมาคมอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมการใช้งานและลงทุนเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีในประเทศไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แต่ละปีเติบโตเฉลี่ย 30% ปัจจุบันมีมูลค่าราว 5,000 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของอีเพย์เมนท์ ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมที่ใช้งานจำนวนมากอย่างโลจิสติกส์ ยังคงขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและบริหารจัดการธุรกิจ

“ตลาดมีโอกาสบูมไปตามการใช้งานอีเพย์เมนท์ มีปัจจัยบวกจากการสนับสนุนการพัฒนาทางดิจิทัลของรัฐบาลโดยเฉพาะนโยบายสังคมปลอดเงินสด คาดด้วยว่าจะมีการเปลี่ยนบัตรเครดิตจากรูปแบบเดิมไปใช้แบบที่มีอาร์เอฟไอดีไม่น้อยกว่า 5 ล้านใบ”

นอกจากนี้ เริ่มใช้งานแพร่หลายมากขึ้นทั้งในธุรกิจโรงแรม โรงพยาบาล สำนักงาน ฟิตเนส ที่น่าสนใจเริ่มมีทำโครงการต้นแบบส่วนของภาคการศึกษาโดยเป็นส่วนหนึ่งของการทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงงานที่เกี่ยวกับการระบุตัวตนต่างๆ

“ทุกวันนี้การใช้งานมีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยคลื่นความถี่ที่นิยมใช้มี 2 ชนิดคือ เอชเอฟ (HF) ระยะอ่าน 5-10 เซนติเมตร การใช้งานเช่น บัตรสำหรับชำระเงิน และคลื่นยูเอชเอฟ(UHF) ระยะอ่าน 5-10 เมตร ใช้ในงานด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้า”

ประโยชน์หลากหลาย
ข้อมูลระบุว่า อาร์เอฟไอดีนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต การบริการ ต่อยอดกับโซลูชั่นสำหรับธุรกิจเช่น ระบบติดตามภายในอาคาร การตรวจย้อนกลับในอุตสาหกรรมไม้ตั้งแต่ตัด กระทั่งแปรรูป ตรวจย้อนกลับอาหาร หุ่นยนต์ อากาศยานไร้คนขับในการเกษตร งานด้านระบบติดตามเพื่อการออกแบบและตรวจสอบคุณภาพการผลิต

นอกจากนี้ ที่รู้จักกันดีเช่น บัตรโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ระบบควบคุมการเข้าออก ระบบลานจอดรถ ระบบลงทะเบียนงานสัมมนา ระบบบันทึกข้อมูลสภาพแวดล้อมภาคสนาม งานอีเวนท์วิ่งมาราธอน ฯลฯ

ขณะที่ ประสบการณ์จากการนำไปใช้จริง เช่นของบริษัท เอสจีไอในเครือปูนซีเมนต์ไทย พบว่า ทางตรงช่วยลดความเครียดพนักงานเรื่องการติดตามการจ่ายสินค้า ลดการลาออกบุคลากร ลดปัญหาความยุ่งยากเรื่องการรับ การจ่าย การตรวจนับสต็อคสินค้า

ส่วนทางอ้อม ช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการปฏิบัติงาน ลดเวลารอสินค้า ขณะเดียวกันผู้ขนส่งทำเที่ยวการจัดส่งสินค้าได้เพิ่มขึ้น

แพงแต่คุ้มค่า
สุทัดเผยว่า หนึ่งในปัจจัยที่ฉุดให้การใช้อาร์เอฟไอดีเติบโตค่อนข้างช้าช่วง 10 ปีแรกของการใช้งานมาจากความเข้าใจผิดเรื่องต้นทุน จริงอยู่ที่หากต้องการใช้ภาคธุรกิจต้องลงทุนเพิ่ม ทว่าการใช้งานจริงสามารถบริหารจัดการการใช้งานให้คุ้มค่าได้ เช่น นำมาใช้ซ้ำ หรือเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานโดยพิจารณาตามความคุ้มค่าและผลที่จะได้รับ

ประเด็นนี้ทางสมาคมพยายามให้ความรู้กับตลาดมาต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมกับสวทช. จัดงานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีและไอโอที “RFID DUO Hero 2016” ในงานมีทั้งโชว์เคสแสดงความก้าวหน้าการใช้เทคโนโลยี โซลูชั่น พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ

งานดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องมากว่า 6 ปี ทุกปีได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและคนทั่วไปกว่า 500 คน

“ผลที่เกิดขึ้นจริงในกลุ่มอุตสาหกรรมที่นำไปใช้งานมากที่สุดอย่างธุรกิจโลจิสติกส์ นอกจากเข้าไปช่วยในการบริหารจัดการแล้ว บางรายทราบมาว่าคืนทุนได้ภายใน 3-4 เดือน”

ปัจจุบัน เมื่อสั่งซื้อชิพอาร์เอฟไอดี 1 แสนชิ้น ราคาต่อชิ้นจะอยู่ที่ราว 5 บาท เป็นไปได้ยากที่จะต่ำกว่านี้ อีกทางหนึ่งชิพราคาถูกจากประเทศจีนคุณภาพจะด้อยกว่า ทั้งการตรวจจับสัญญาณจะไม่ค่อยเสถียร มากกว่านั้นมีตัดราคาแข่งกันด้วย

ด้านบริษัทซอฟต์แวร์ที่รับพัฒนา เป็นสมาชิกของสมาคมที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษมีอยู่เพียง 3 บริษัท งานลักษณะนี้บริษัทซอฟต์แวร์ทั่วไปก็ทำได้ ทว่างานบางส่วนจำต้องมีความรู้ความเข้าใจเชิงลึกจริงๆ

ปั้นไทยฮับไอโอที
นายชานนท์ ตุลาบดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท กราวิเทค มีมุมมองว่า อาร์เอฟไอดีเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมต่อสู่โลกอินเทอร์เน็ต รวมถึงการมาของเมกะเทรนด์อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ หรือ ไอโอที

ดังนั้นเป็นโอกาสของนักพัฒนารวมถึงผู้ผลิตต่างๆ ที่จะเข้าไป อีกทางหนึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดการจ้างงานอีกจำนวนมาก
สำหรับโอกาสการเติบโตของไอโอทีในประเทศไทยคาดว่าจะสูงมากประเมินจากปัจจุบัน จำนวนครัวเรือนที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตมีจำนวน 10.7 ล้านครัวเรือน มูลค่าการส่งออกสินค้าการเกษตร 1.2 ล้านล้านบาท จำนวนโรงงานทั่วประเทศ 139,821 โรงงาน

โดยสรุปคือสามารถนำไปใช้ทั้งเชิงสมาร์ทโฮม สมาร์ทฟาร์ม และสมาร์ทแฟคโตรี่ ในฐานะหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเชื่อว่าไทยมีโอกาสที่จะกลายเป็นศูนย์กลางการออกแบบและผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาร์เอฟไอดีและไอโอทีระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้