วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มองมุม'ฐากร ตัณฑสิทธิ' หนุนไทยแลนด์ 4.0

“การยกระดับประเทศให้เป็นอินโนเวทีฟ คันทรี ต้องคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพของรัฐ ความสะดวกดำเนินธุรกิจ”

การออกแบบนโยบายรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ที่ผ่านมาจะสะท้อนออกในมุมมองของภาครัฐบาล ที่ต้องการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้ทุกคนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตด้วยกัน

คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไอซีที จากการเปิดประมูลคลื่นความถี่ย่านต่างๆ เพื่อให้บริการ3จี และ 4จีที่แพร่หลายและครอบคลุมเกือบจะ 95% ของจำนวนประชากร

วางรากโครงสร้างพื้นฐานประเทศ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.ระบุว่า สิ่งสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม ประเทศเติบโตได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาเพื่อให้เป็นไทยแลนด์ 4.0 เป็นแนวคิดที่สร้างคุณค่าให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่พร้อมขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
หัวใจสำคัญของการมุ่งสู่ความสำเร็จ ประกอบด้วย ​1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรงและครอบคลุมมากที่สุด (Efficient Infrastructure) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องดำเนินการทั้ง 2 ส่วน คือ


1. โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมแบบมีสาย ผ่านสายไฟเบอร์ ออพติก ทั้งระดับคอร์ เน็ตเวิร์ค และลาส ไมล์ 2. โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมไร้สายผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งจำเป็นต้องยกระดับความเร็วการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้เร็วขึ้นจากเดิม 10 เท่า มีความเสถียร และครอบคลุมพื้นที่ใช้บริการทั่วประเทศด้วยราคาที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ต้องจัดตั้งหน่วยงานกลาง แม้อาจเกิดแรงต้านทานจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากการเกิดผลกระทบต่อโครงสร้างตลาดและใช้งบประมาณจำนวนมาก

โดยการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เป็นไปได้ ที่มีรัฐเป็นศูนย์กลางดำเนินการและเปิดโอกาสให้ทุกคนทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมลงทุนได้ เพื่อนำเงินทุนไปขยายโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุม และบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
​​
เพิ่มศักยภาพเชื่อมต่อเกตเวย์
​ประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มความสามารถของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ และการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการที่ขับเคลื่อนที่เศรษฐกิจดิจิทัล

นอกเหนือจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศแล้ว ยังจำเป็นต้องพัฒนาโครงข่ายการเชื่อมต่อระหว่างประเทศให้รองรับการใช้งานของประชาชนภายในประเทศและระหว่างประเทศด้วย

โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของภูมิภาค การเพิ่มช่องทางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ทั้งโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ และโครงข่ายภาคพื้นดิน ซึ่งการขยายโครงข่ายดังกล่าวจะช่วยเพิ่ม ความจุของโครงข่ายที่รองรับปริมาณการเคลื่อนที่ของข้อมูล (ดาต้า ราฟฟิก)

หากประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศที่เสนอค่าเชื่อมต่อในราคาที่ถูก จะดึงดูดภาคเอกชนที่เคยไปเชื่อมต่อกับประเทศอื่นให้หันมาเชื่อมต่อกับประเทศไทย

ท้ายที่สุด การพัฒนาศักยภาพของประเทศในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ จะนำไปสู่ความสามารถในการเป็นดิจิทัล ฮับให้แก่คอนเทนท์ โพรไวเดอร์ อย่างเช่น เฟซบุ๊ค กูเกิล และยูทูบได้ ทั้งนี้ต้องอาศัยกลไกการผลักดันที่เหมาะสมและทันต่อยุคสมัยร่วมด้วย อาทิ กลไกด้านการส่งเสริมการลงทุน และกลไกด้านกฎหมายที่ไม่เป็นอุปสรรค เป็นต้น

ปรับกฎหมายให้ทันเทคโนโลยี
นายฐากร กล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิเพื่อมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 ควรศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงกฎระเบียบที่ใช้ควบคุมดูแลบริการ หรือแม้แต่ภาคการเงินที่ความนิยมใช้บริการทางการเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มีมากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรผสานความร่วมมือ เพื่อกำกับดูแลบริการทั้ง 2 ภาคส่วนนี้ให้เกิดการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเหมาะสม และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการที่มีความปลอดภัย

การส่งเสริมการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีไอโอทีควรกำหนดแนวทางเชิงเทคนิคเพื่อให้เกิดมาตรฐานและการปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรมีคณะทำงานด้านมาตรฐานบริการโทรคมนาคม

พร้อมกันนี้ ต้องปรับสมดุลของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ​สร้างมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นสากล โดยการวางกลไกให้ข้อมูลของผู้ใช้งานได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสม “ไม่มากหรือน้อยเกินไป” ตลอดจนการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลในการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้เพื่อป้องกันความเดือดร้อนเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าของข้อมูลในกรณีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลนำไปใช้ประโยชน์ 

​โดยอาจดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและหน่วยงานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security Agency: CSA) ที่จะต้องเป็นอิสระและคล่องตัวในการบริหารจัดการ ตลอดจนจะต้องมีกลไกให้ภาคธุรกิจและประชาสังคมมีส่วนร่วมดำเนินการ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้บริการดิจิทัลแก่ผู้ใช้บริการ

นายฐากร เสริมว่า ​เป้าหมายหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม หรือ THAILAND 4.0 คือการมุ่งสู่การปรับเปลี่ยนประเทศไทยให้โดดเด่นด้านการเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม ภาครัฐส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในสินค้าและบริการที่สร้างสรรค์ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณนวัตกรรมที่ผลิตได้

การยกระดับประเทศไทยจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายด้าน เช่น ความมีประสิทธิภาพของรัฐบาล ความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ การใช้งบประมาณด้านการศึกษาในระดับต่างๆ สาขาวิชาต่างๆ และการวิจัยพัฒนาที่เกี่ยวข้อง