วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสทช.ขีดเส้น 30 วัน สรุปสอบข้อมูลลูกค้าเอไอเอสรั่ว

รับผู้บริหารระดับสูง 'เอไอเอส' รู้เห็น

ผู้เสียหายถูกขโมยข้อมูลเข้าชี้แจงต่อ กสทช. ระบุเป็นลูกค้ามา 5 ปีถูกพนักงานนำเบอร์ไปให้คนอื่น ด้าน กสทช. เตรียมชงเรื่องเข้าบอร์ด ขอเป็นผู้เสียหายร่วมฟ้องเอาผิดคดีอาญา พร้อมสอบต่อรอบสองวันที่ 26 ก.ย.นี้ ขีดเส้น 30 วันได้ข้อเท็จจริง

นายชยพลปกรณ์ ศรัทธาณรงค์ ผู้เสียหายกรณีถูกขโมยข้อมูลโทรศัพท์มือถือจากการใช้งานในระบบของบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อยื่นเอกสารคำร้องเพื่อขอความเป็นธรรมต่อเหตุการณ์ดังกล่าว วานนี้ (19 ก.ย.) เวลา 09.40น.

นายชยพลปกรณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง ยังไม่ได้แจ้งความต่อตำรวจ แต่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยาน หลักฐาน เพื่อให้ทนายแจ้งความต่อไป การเดินทางมายัง กสทช. ครั้งนี้ เพราะทราบข่าวว่า กสทช.จะประชุมคณะทำงานนัดแรกที่ได้เชิญเอไอเอสเข้าชี้แจงข้อมูล เพื่อขอร่วมรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย

เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ใช้แค่เขาที่ถูกนำข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์มือถือ รวมถึงตำแหน่งที่อยู่ขโมยออกไปให้ผู้อื่น แต่จากเอกสารที่มีผู้หวังดีนำมาให้ พบว่าครอบครัวของเขาทุกคนถูกขโมยข้อมูลในช่วง 3-4 เดือนก่อนเช่นกัน นอกจากนี้ยังยังเห็นข้อมูลของผู้อื่นอีกกว่า 100 เลขหมายที่ถูกนำข้อมูลออกมาด้วย

ทั้งนี้ ตัวเองเป็นลูกค้าของเอไอเอสมาประมาณ 5 ปี แต่สาเหตุที่เกิดเรื่องนี้นั้นมาจากขัดแย้งเกี่ยวกับธุรกิจที่ทำ ซึ่งไม่เพียงแต่เขาที่ถูกผู้ไม่หวังดีโทรข่มขู่ เพื่อนๆ ในวงการสถาปนิกก็ถูกข่มขู่กันหลายคน แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ดังนั้น จึงขอโฟกัสเรื่องข้อมูลที่ถูกขโมยก่อน หากเอไอเอสมีมาตรการป้องกัน เหตุใดจึงไม่รู้ตั้งแต่แรก จึงต้องการให้ กสทช. ตรวจสอบ ซึ่งพร้อมจะเป็นตัวแทนผู้ใช้งานทุกคนที่อาจจะเจอเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกัน ไม่เพียงแต่ค่ายมือถือเอไอเอส เท่านั้น แต่รวมไปถึงทุกค่ายด้วย เพื่อให้มีมาตรการที่รัดกุมมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ต่อมาเวลา 10.00 น. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. พร้อมด้วย นายก่อกิจ ด่านชัยวิขิตร รองเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม และเป็นประธานคณะทำงานสอบเรื่องนี้ ได้ลงมารับหนังสือผู้เสียหาย โดยนายฐากร กล่าวว่า จะเชิญผู้เสียหายชี้แจงข้อมูลก่อนเพื่อรับฟังปัญหาจากนั้นจะเชิญตัวแทนจากเอไอเอสสอบถามในปัญหาที่เกิดขึ้น
หลังจากหารือกันเบื้องต้น เวลา 12.00 น. นายฐากร ระบุว่า ผู้เสียหายแจ้งว่าถูกขโมยข้อมูลตั้งแต่ปี 2557 และแจ้งว่ายังมีอีกกว่า 100 เลขหมายที่ไม่ใช่เบอร์ของเขาถูกขโมยข้อมูลด้วย จึงได้มอบหมายให้เอไอเอสตรวจสอบเบอร์ดังกล่าวว่าถูกล้วงข้อมูลเชิงลึกจริงหรือไม่

ทั้งนี้ กสทช.เองต้องเป็นผู้เสียหายร่วมด้วย ตามมาตรา 32 พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ดังนั้นภายในสัปดาห์หน้าจะนำเสนอต่อที่ประชุม กสทช. เพื่อขอความเห็นชอบในการให้สำนักงานกสทช.แจ้งความอาญาต่อผู้กระทำผิดด้วย

สำหรับผู้กระทำความผิดทางเอไอเอสได้บอกชื่อกับกสทช.แล้วว่าเป็นใคร แต่กสทช.ขอเก็บเป็นความลับ บอกได้แต่เพียงว่าเป็นผู้บริหารระดับสูง 4 ใน 5 คน ที่เอไอเอสอนุญาตให้ดูข้อมูลของลูกค้าได้ ในกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสัญญาณไม่ดี บิลเก็บเงินไม่เป็นธรรม เท่านั้น แต่ไม่สามารถดูข้อมูลเชิงลึกได้ถึงตำแหน่งการโทรอย่างที่เกิดขึ้น

ซึ่งเอไอเอสได้แสดงหลักฐานถึงความรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวแล้วว่า หลังจากรับเรื่องร้องเรียนจากที่ผู้เสียหายแจ้งที่ร้านเอไอเอส สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2559 ทางบริษัทก็ได้ตรวจสอบและแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 13 ก.ย. และแจ้งความกับผู้กระทำความผิดโดยตรงในวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา

จากเรื่องที่เกิดขึ้นเอไอเอสยืนยันว่าระบบของบริษัทดีเยี่ยม แต่เกิดเรื่องขึ้นจากคนกระทำผิด ดังนั้นต่อไปจะเพิ่มมาตรการในการเข้าดูข้อมูลพื้นฐานให้ต้องมีลายเซ็นของผู้บริหาร 2 คน ยืนยันการเข้าดูข้อมูล แต่ยังคงดูได้แค่ข้อมูลพื้นฐานกรณีมีเรื่องร้องเรียน เช่น ค่าโทร หรือสัญญาณการโทร เท่านั้น ดูรายละเอียดตำแหน่งที่อยู่ของผู้โทรไม่ได้ นอกจากจะมีหมายศาลเท่านั้น

ส่วนการเยียวยาผู้เสียหาย ต้องหารือกันอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะดำเนินการได้อย่างไร ทั้งนี้ในวันที่ 26 ก.ย.นี้คณะทำงานจะนัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปนัดที่สองต่อไป เพื่อให้กรณีนี้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน