วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เทรนด์ ไมโคร คาดรายได้ปีนี้โต 30%

เผยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ระบาดหนัก อาชญากรพุ่งเป้าโจมตีภาครัฐ ธุรกิจเฮลธ์แคร์ บันเทิง

“เทรนด์ไมโคร” เผยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ระบาดหนัก อาชญากรพุ่งเป้าโจมตีภาครัฐ ธุรกิจเฮลธ์แคร์ บันเทิง ประเทศไทยไม่ตกเทรนด์ ติดโผท็อป 10 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

นางสาวไมลา ปิลาโอ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด ศุนย์วิจัยเทรนด์แล็บส์ บริษัท เทรนด์ ไมโคร ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์และโซลูชั่นรักษาความปลอดภัย กล่าวว่า สถานการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ทั่วโลกและในประเทศไทยยังคงรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะมัลแวร์เรียกค่าไถ่ หรือ แรนซัมแวร์

ขณะนี้ อาชญากรไซเบอร์ยกระดับความสามารถการโจมตี เจาะเครือข่ายได้ทุกระดับ หลายระบบปฏิบัติการณ์ทั้งวินโดว์ส แมค และล่าสุดสมาร์ททีวี มากกว่านั้นจากเดิมติดเครื่องเดียวกลายเป็นข้ามเครื่องได้ แน่นอนว่ามูลค่าความเสียหายเพิ่มมากขึ้นด้วย

เทรนด์ไมโครเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรกปี 2559 เทียบกับปี 2558 จำนวนแรนซัมแวร์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากถึง 172% มูลค่าความเสียหายที่มีการจ่ายเพื่อไถ่ข้อมูลคืนราว 209 ล้านดอลลาร์ เรียกได้ว่า เป็นยุคที่มัลแวร์เรียกค่าไถ่ครองเมือง

อย่างไรก็ดี เฉพาะในประเทศไทย การติดแรนซัมแวร์มีความรุนแรงระดับท็อป 10 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยสัดส่วน 12% ที่ผ่านมาพบว่าต่อเครื่องมีการจ่ายเงินมากถึง 2 แสนบาทก็มี

ด้านที่มา มีจากทั้งบนเว็บไซต์ อีเมล คอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และเซิร์ฟเวอร์ ที่มากที่สุดคืออีเมล 58% ปัจจุบันอีเมลหลอกลวง แพร่กระจายไปทั่วโลก เอฟบีไอระบุว่าตั้งแต่ต้นปีมีเหยื่อมากกว่า 2 หมื่นราย ความเสียหายมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐเป็นประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายสูงสุด สำหรับข้อมูลที่ถูกโจรกรรมมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ ข้อมูลภาครัฐ ข้อมูลสุขภาพ และด้านบันเทิง ข้อมูลระบุว่า 6 เดือนที่ผ่านมาตรวจพบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ชนิดใหม่กว่า 79 ชนิด แซงหน้าจำนวนที่ตรวจพบในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนไปแล้ว

นางสาวปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พฤติกรรมอาชญากรมุ่งเป้าโจมตีเพื่อหวังผลประโยชน์หรือรายได้เพิ่มมากขึ้น

เทรนด์ไมโครพบว่า 99% ของแรนซัมแวร์มาจากอีเมลและเว็บไซต์ ส่วน 2 แนวทางแก้ทำได้คือยอมจ่ายเงินเพื่อกู้ไฟล์คืนมา หรือ รีสโตร์ข้อมูลที่สำรองไว้

ปัจจุบัน การลงทุนซิเคียวริตี้ในไทย แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีลูกค้าหลายอุตสาหกรรมติดต่อเข้ามาหาบริษัท อีกกลุ่มที่ตื่นตัวอย่างมากคือสถาบันการเงิน
สำหรับเทรนด์ไมโคร มุ่งเสนอผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มคือ ไฮบริดคลาวด์ซิเคียวริตี้ การป้องกันระบบเครือข่าย และยูสเซอร์โพรเท็คชั่น

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาได้ปรับกลยุทธ์การทำตลาดใหม่ ไม่เพียงขายผ่านคู่ค้า แต่เพิ่มทีมงานขายสำหรับดูแลลูกค้าเฉพาะทางรายอุตสาหกรรม

บริษัท ตั้งเป้าว่าปี 2559 รายได้รวมเทรนด์ไมโครประเทศไทยจะเติบโตได้ระดับ 30% ปัจจัยมาจากจำนวนภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้น มีโซลูชั่นที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบ รวมถึงการปรับแนวทางการทำตลาดดังกล่าว

เทรนด์ไมโครแนะว่า องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้าเพื่อรับมือการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น สำคัญต้องมีโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมให้ความรู้คนในองค์กรเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างรอบด้าน

สำหรับในภาพรวมของประเทศไทย ด้วยแนวทางของภาครัฐที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ภาพที่อยากได้เห็นจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คือการวางโรดแมพและแผนงานด้านซิเคียวริตี้อย่างเป็นรูปแบบ

ส่วนของบริษัท เคยมีโอกาสพูดคุยกับทางผู้ใหญ่ถึงสถานการณ์ความรุนแรงด้านภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในไทย จากนี้พร้อมมีส่วนร่วมสนับสนุน โดยที่สามารถทำได้มีทั้งด้านการวางโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาบริษัทมีประสบการณ์ทำงานกับหน่วยงานภาครัฐในหลายๆ ประเทศมาแล้ว

“เราได้เห็นว่ารัฐมีแผนงานเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในหลายๆ ด้าน ทว่ามุมซิเคียวริตี้ยังไม่ชัดเจน เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมากจำต้องแยกออกมาและทำแผนงานอย่างจริงจัง”